โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

รวบหัวหน้าแก๊งพม่าปล้นสายไฟ 6 แสน สารภาพพกปืนเถื่อน Glock 19 วางแผนก่อเหตุเป็นขบวนการ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตำรวจชลบุรี-ระยอง สนธิกำลังรวบหัวหน้าแก๊งชาวเมียนมาพร้อมพวก หลังบุกมัด รปภ. ปล้นสายไฟมูลค่ากว่า 6 แสนบาท สารภาพพกปืนเถื่อน Glock 19 พร้อมใช้หากถูกขัดขืน พบวางแผนก่อเหตุเป็นขบวนการ ส่งคนแฝงตัวในไซต์งานก่อนลงมือกลางดึก จับได้แล้ว 6 ราย เร่งล่าผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

วันที่ 3 ก.ค.69 พ.ต.อ.กฤษณ์ มาสุข ผกก.สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง พ.ต.ท.สุชาติ ดุสดี รอง ผกก.สส.สภ.ปลวกแดงพ.ต.ท.ทะนงศักดิ์ สุวรรณวัฒน์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านบึง และ พ.ต.ท.อภิชาติ บุญเกิด สว.สส.สภ.บ้านบึง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง สนธิกำลังร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปลวกแดง เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นแคมป์คนงาน ภายในซอย 1 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งกบดานของแก๊งคนร้ายชาวเมียนมา ที่ก่อเหตุบุกปล้นสายไฟในพื้นที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ก่อนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมอีก 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก รวมถึงอาวุธปืนสั้นเถื่อนที่พบอยู่กับหัวหน้าแก๊ง

เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันจับกุม นายเย โม หรือ นายเย หม่อง สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.324/2569 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ในข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ และโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิดหรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และร่วมกันพาอาวุธ (มีด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร”นายไว ยาน อู อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา โดยแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันปล้นทรัพย์”

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2569 เวลาประมาณ 01.45 น. โดยในคืนเกิดเหตุ หัวหน้าแก๊งได้พกอาวุธปืนสั้นยี่ห้อกล๊อค 19 ขนาด 9 มม. แบบไม่มีทะเบียน พร้อมเครื่องกระสุนติดตัวไปด้วย เพื่อใช้ข่มขู่และป้องกันการต่อสู้หากถูกขัดขืน โดยตำรวจสามารถตรวจยึดอาวุธปืนดังกล่าวไว้เป็นของกลางเพิ่มเติม

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ สภ.บ้านบึง รับแจ้งเหตุคนร้ายกว่า 10 คน แต่งกายชุดดำ สวมหมวกโม่งปิดบังใบหน้า บุกเข้าไปภายในไซต์งานของบริษัท Egsys ด้านหลังบริษัทอาหารสยาม หมู่ 8 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ก่อนใช้อาวุธมีดข่มขู่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เฝ้าไซต์งานอยู่เพียงลำพัง

คนร้ายมีพฤติการณ์อุกอาจ โดยเข้าประชิดตัว รปภ.จากด้านหลัง ใช้มีดจี้บังคับไม่ให้ส่งเสียงร้อง ก่อนช่วยกันจับมัดมือมัดเท้าด้วยเชือกไนลอน และใช้ผ้าปิดปาก จากนั้นยังมีการชกต่อยและใช้เท้าถีบเข้าที่ลำตัวเพื่อข่มขู่ไม่ให้ขัดขืน ทำให้ รปภ.ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำตามร่างกายและเกิดอาการหวาดผวา

ต่อมามีรถกระบะอีก 2 คัน ขับเข้ามาภายในไซต์งาน โดยกลุ่มคนร้ายช่วยกันลำเลียงสายไฟที่บรรจุเป็นม้วนขนาดใหญ่ขึ้นรถอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก่อนพากันหลบหนีไป รวมสายไฟที่ถูกปล้นไปกว่า 2,034 เมตร มูลค่าความเสียหายประมาณ 600,000 บาท

ภายหลังเกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี จนพบรถต้องสงสัยวิ่งผ่านเส้นทางบ้านสุรศักดิ์-พันเสด็จนอก และพบว่ามีการนำสายไฟไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่ จึงแกะรอยจากทะเบียนรถและขยายผลจนทราบแหล่งพักของกลุ่มผู้ต้องหาในแคมป์คนงานพื้นที่ อ.ปลวกแดง ก่อนเปิดปฏิบัติการเข้าจับกุมดังกล่าว

จากแนวทางสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยจะส่งลูกน้องเข้าไปสมัครทำงานตามไซต์ก่อสร้างและโรงงานต่าง ๆ เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหว เมื่อพบว่ามีการนำสายไฟหรือทรัพย์สินมีค่ามาเก็บไว้ภายในไซต์งาน จะรีบแจ้งหัวหน้าแก๊ง ก่อนวางแผนลงมือในช่วงกลางดึก อาศัยช่วงที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพียงคนเดียวและพื้นที่เปลี่ยวก่อเหตุ

นอกจากนี้ก่อนลงมือคนร้ายจะมีการดูลาดเลา ศึกษาเส้นทางเข้าออก จุดติดตั้งกล้องวงจรปิด และเตรียมรถกระบะสำหรับขนของกลางไว้ล่วงหน้า โดยหลังได้ทรัพย์สินจะรีบนำไปขายร้านรับซื้อของเก่าทันที เพื่อตัดตอนการติดตามของเจ้าหน้าที่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีได้รวมแล้ว 6 ราย พร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ” ส่วนผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีและตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนและผู้ประกอบการ ให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในไซต์งานและโรงงาน โดยเฉพาะการติดตั้งกล้องวงจรปิดและเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามกลุ่มอาชญากรรมต่างด้าวที่ก่อเหตุในพื้นที่อย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...