โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนเตือนสหรัฐฯ ค้าน ทรัมป์จะคุยผู้นำไต้หวัน ข้อตกลงที่ทำตอนไปจีนอาจกระทบ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทรัมป์ส่งสัญญาณพูดคุยกับผู้นำไต้หวันโดยตรงประเด็นการขายอาวุธ แค่ยังไม่มีการยืนยันแผนการพูดคุยอย่างเป็นทางการ ขณะที่จีนส่งจดหมายเตือนสหรัฐฯ หากทรัมป์คุยกับผู้นำไต้หวัน ข้อตกลงกับจีนที่ได้ทำไว้ระหว่างทรัมป์พบสีจิ้นผิงเสี่ยงกระทบ

แหล่งข่าวเผย สหรัฐฯ และไต้หวันยังไม่ได้กำหนดแผนการพูดคุยอย่างเป็นทางการระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ ประธานาธิบดีไล ชิง เต๋อ แม้ว่าทรัมป์จะส่งสัญญาณว่าเขาอาจพูดคุยกับผู้นำไต้หวันในเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับประเด็นการขายอาวุธก็ตาม

การสนทนาระหว่างผู้นำทั้งสอง หากเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจสร้างความตึงเครียดต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เพราะนับตั้งแต่สหรัฐฯ เปลี่ยนการรับรองทางการทูตจากไต้หวันไปยังจีนในปี 1979 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำไต้หวันไม่เคยมีการพูดคุยโดยตรงกันอีกเลย

แต่มีรายงานว่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ และไต้หวันได้ติดต่อหารือกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการสนทนาดังกล่าว แต่แหล่งข่าวทั้ง 4 คนยืนยันว่า นถึงขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดหรือแผนงานที่ชัดเจน รวมไปถึงทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้

ขณะที่ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันกล่าวว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ และใช้ความระมัดระวังในประเด็นไต้หวัน พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดไปยังกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนเอกราชไต้หวัน

โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวเพิ่มเติมว่าการคัดค้านของจีนต่อการติดต่ออย่างเป็นทางการใด ๆ ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน รวมถึงการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้ไต้หวัน เป็นจุดยืนที่สม่ำเสมอ ชัดเจน และหนักแน่นไม่เปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าหลังจากที่ทรัมป์เดินทางกลับจากการเยือนจีนและจะพูดคุยเรื่องการขายอาวุธกับไต้หวัน ทางการจีนได้ส่งคำเตือนเป็นการส่วนตัวไปยังสหรัฐฯ ว่าการโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับไล ชิงเต๋อ อาจสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และอาจลบล้างความคืบหน้าที่เกิดขึ้นจากการเยือนจีนของทรัมป์เมื่อไม่นานมานี้

รอยเตอร์สรายงานว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นแม้ทรัมป์จะส่งสัญญาณว่าต้องการติดต่อกับผู้นำไต้หวันโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติยังไม่มีการกำหนดแผนอย่างเป็นทางการ ขณะที่จีนยังคงจับตาและคัดค้านความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมองว่าเป็นประเด็นอ่อนไหวที่สุดประเด็นหนึ่งในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ

สำหรับประเด็นการขายอาวุธให้ไต้หวัน เมื่อวานนี้ (22 พฤษภาคม) “หง เกา” รักษาการเลขานุการกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ออกมาเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้ “ชะลอ” การขายอาวุธให้ไต้หวันที่มีมูลค่าสูงถึง 1 หมื่น 4 พันล้านดอลลาร์ แล้วด้วยเหตุว่าสหรัฐฯ ต้องการทำให้แน่ใจว่ามีอาวุธที่เพียงสำหรับการทำสงครามในอิหร่าน

รักษาการเลขานุการกองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า “ตอนนี้สหรัฐฯ กำลังชะลอแผนดังกล่าวไว้ชั่วคราว เพื่อให้มั่นใจว่าสหรัฐฯ มียุทโธปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับปฏิบัติการ Epic Fury กับอิหร่าน ซึ่งรักษาการเลขานุการกองทัพเรือสหรัฐฯ ยืนยันว่าในความเป็นจริงสหรัฐฯ ก็มียุทโธปกรณ์ที่เพียงพออยู่แล้ว ซึ่งสหรัฐฯ กำลังทบทวนและตรวจสอบความพร้อมของทรัพยากรทางทหาร หลังจากนั้นการส่งออกและการขายอาวุธให้ประเทศพันธมิตรจะยังคงดำเนินต่อไปตามที่รัฐบาลพิจารณาเห็นสมควร”

เมื่อ รักษาการเลขานุการกองทัพเรือสหรัฐฯ ถูกถามว่าทางฝั่งไต้หวันคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ เขาตอบว่ายังไม่ได้มีการแจ้งไปทางไต้หวัน จนกระทั่งในเวลาต่อมา โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ออกมายืนยันว่าฝั่งไต้หวันก็ยังคงไม่ได้รับข้อมูลใดๆ จากฝั่งสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงแผนการขายอาวุธเช่นกัน

ทั้งนี้ แพคเกจขายอาวุธ 1 หมื่น 4 พันล้านดอลลาร์ ให้ไต้หวัน ยังคงอยู่ระหว่างรอให้ทรัมป์อนุมัติมานานหลายเดือนซึ่งทรัมป์เองก็ยังไม่ยืนยันเป็นขั้นสุดท้ายที่จะอนุมัติแพคเกจนี้ แต่เขาได้กล่าวกับ Fox News เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพียงว่าเขามีการเจรจาที่ดีมากกับฝั่งจีน โดยแพคเกจอาวุธที่สหรัฐฯ เคยจะขายให้ไต้หวันประกอบด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศ อาทิ PAC-3 ของบริษัทล็อคฮีท มาร์ติน รวมไปถึงระบบขีปนาวุธจากพื้นดินสู่อากาศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...