โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มป่วย การ์ดเนอร์ซินโดรม มีเนื้องอกในลำไส้จนทะลุ ผ่าตัดก็กลับมาอีก รักษาไม่ได้แล้ว เล่าอาการก่อนรู้

Khaosod

อัพเดต 22 พ.ค. เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. เวลา 10.44 น.

หนุ่มป่วย การ์ดเนอร์ซินโดรม มีเนื้องอกในลำไส้ผุดขึ้นมาไม่หยุด จนทะลุ ผ่าตัดก็ไม่หาย สุดทรมาน เป็นวนเวียนอยู่แบบนั้น จนมาถึงจุดที่รักษาไม่ได้แล้ว เผยเริ่มต้นจากฟันคุด 13 ซี่ เล่าอาการก่อนจะรู้ว่าเป็นโรคนี้

วันที่ 22 พ.ค.69 สมาชิก TikTok @tonn16548 โพสต์เล่าอาการป่วยที่หายากมากและทรมาน หลังพบว่าตัวเองป่วยเป็น "การ์ดเนอร์ซินโดรม" เป็นโรคทางพันธุกรรม ที่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสหายหรือไม่ และจุดสิ้นสุดการรักษาจะอยู่ตรงไหน

ผู้โพสต์เล่าว่า อัพเดตอาการป่วยการ์ดเนอร์ซินโดรมของผม ตอนนี้จะเข้า 8 เดือนแล้ว ตอนนี้ลำไส้ทะลุทั้งลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ แต่ที่มันทะลุเพราะผมมีโรคทางพันธุกรรมอยู่แล้ว นั่นคือ การ์ดเนอร์ซินโดรม ส่วนตัวผมมีฟันเกินมาเยอะมาก ตอนเด็กๆ เคยผ่าตัดฟันคุดที่มันอยู่ใต้เหงือก ผ่าออกมาได้ 13 ซี่ ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะเป็นการ์ดเนอร์ซินโดรม จนมาตรวจเลือดผลก็เป็นโพสซิทีฟเลยรู้ว่าตัวเองเป็น

และอาการที่สองที่รู้ว่าเป็นคือ เป็นเนื้องอกในท้อง อันนี้แหละที่ทำให้ลำไส้ทะลุ เนื้องอกมันเกิดในท้องแล้วมันก็ไปดันลำไส้ให้ทะลุ เนื้องอกตัวเนี้ยมันเป็นลักษณะที่หาได้ยาก อันสุดท้ายคือจะมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ หมอบอกว่าถ้าปล่อยไว้มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ 100%

อาการเริ่มแรกของลำไส้ทะลุคือ วันนั้นหลังกินข้าวเสร็จ แล้วรู้สึกปวดท้องแบบหน่วงๆ เวียนหัว และได้ยินเสียงจากในท้อง 2 ครั้ง ความรู้สึกเหมือนมีอะไรระเบิดในท้อง จึงกลับมาที่บ้านคิดอะไรไม่ออกเลยกินพาราไป ก็เหมือนจะดีขึ้น สักพักอ้วกออกมาหมด ตอนนั้นเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง สลับกับอ้วกไปด้วย พอไปโรงพยาบาลก็คุยกับหมอไม่รู้เรื่องอีก

สำหรับอาการป่วยก่อนที่จะรู้ตัวว่าเป็นการ์ดเนอร์ซินโดรม ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เคยผ่าตัดไส้ติ่ง ตอนนั้นอายุประมาณ 15 ปี ผ่านมาไม่นาน ตอนนั้นผมฟันหลอ ก็เลยไปปรึกษาหมอจัดฟัน ซึ่งหมอก็ได้วางแผนอะไรเสร็จหมดแล้ว พอหมอเอ็กซเรย์ก็พบว่า มีฟันคุดในเหงือก 13 ซี่ ต้องผ่าออกทั้งหมด หลังจากนั้นประมาณ 4-5 ปี จู่ๆ ท้องก็ป่องขึ้นมา จึงไปหาหมอ ซึ่งหมอก็เอาชิ้นเนื้อไปตรวจ ผ่านมา 1-2 ปีท้องก็ป่องขึ้นมาอีกแถมใหญ่ว่าเดิม จึงไปหาหมอ

หมอก็ผ่าเอาก้อนเนื้อออก แต่เอาออกไม่หมด ยังเหลือเศษเสี้ยวอยู่ ผ่านมาไม่นานมันก็โตขึ้นอีก แต่ทีนี้มันมีอาการ จู่ๆ ก็เป็นไข้หนาวสั่น หาสาเหตุไม่ได้ ไปที่ไหนก็บอกเป็นไข้ธรรมดา แล้วจากนั้นไข้ก็ไม่หาย แต่ท้องป่องขึ้นมาอีก ป่องจมบวมเป่ง จึงไปหาหมอที่ รพ.ศิริราช หมอจับแอดมิต และให้เจาะท้องเพราะเอ็กซเรย์และพบว่ามีน้ำในท้อง พอเจาะออกมาก็พบว่าเป็นหนองผสมกับเลือด เอาออกมาได้ประมาณ 3 ลิตร หลังจากนั้นไข้ก็ลดทันที

จากนั้นหมอก็นัดผ่าตัด แต่กลับพบว่า ก้อนเนื้อในท้องมันยาวประมาณ 27 เซนติเมตร ความกว้างประมาณ 15 เซนติเมตร แต่ตอนอยู่หน้าห้องผ่าตัด หมอบอกว่า มีก้อนเนื้อด้านหลังด้วย จะเอาออกพร้อมกันเลย หลังผ่าตัดครั้งนี้มันมีเอฟเฟกต์กับตัวผม นั่นคือบริเวณที่ผ่าตัดด้านหน้าซึ่งต้องเอากล้ามเนื้ออกไปด้วย ซึ่งถ้ากรีดหนังออกมาก็จะเจอไส้เลย จึงต้องใส่ที่ปิดไว้ตลอดเวลา หลังผ่าตัดครั้งนี้มันก็เริ่มดีขึ้น และหลังจากไปทีซีสแกนกลับพบว่ามีก้อนเนื้องอกขึ้นมาหลายจุด หมอจึงส่งตัวไปหาหมอเคมีบำบัด ก็ได้ทำคีโม โดนไป 12 เข็ม

หลังจากทำคีโมครบ หมอก็ส่งผมไปหาหมอพันธุกรรม เขาก็ส่งผมไปตรวจเลือด เพราะสงสัยว่าผมอาจจะเป็นการ์ดเนอร์ซินโดรม ผลออกมาก็พบว่าเป็นจริงๆ และมีก้อนเนื้อในลำไส้ใหญ่ จนกระทั่งมันทะลุออกมา หมอบอกว่าตอนนั้นผมไม่น่าจะรอด แต่ก็รอดมาได้

ส่วนตอนที่ทำคีโมจะครบ 12 เข็มนั้น ก็ได้ทำซีทีสแกน พบว่าก้อนเนื้อในท้องนั้นโตขึ้นเรื่อยๆ หมอบอกให้รักษาแบบประคับประคอง และไม่นานลำไส้ผมก็ทะลุอีก ก็ต้องเจาะท้องเหมือนเดิมเพราะมีน้ำในท้อง หลังจากนั้นหมอก็ส่งผมกลับไปโรงพยาบาลต้นสังกัดเพราะมันรักษาต่อไม่ได้แล้ว พอผมไปโรงพยาบาลต้นสังกัดได้ไม่นาน หมอก็ปล่อยผมกลับบ้าน เพราะรักษาไม่ได้แล้ว

ต่อมาผมก็เริ่มซูบ หมอจึงให้สารอาหารทางหลอดเลือด ส่วนแนวทางการรักษาก็คือรักษาแบบประคับประคอง ทำยังไงก็ได้ให้ผมอยู่ได้นานที่สุดที่อยู่ในสภาพนี้ ผมได้ปรึกษาหมอโภชนาการเรื่องให้สารอาหารทางหลอดเลือด ตอนที่รู้ว่าเป็นการ์ดเนอร์ซินโดรม แรกๆ ผมรับไม่ได้ ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ที่ผ่านมาได้เพราะธรรมะ

Gardner syndrome (กลุ่มอาการการ์ดเนอร์) คือ โรคทางพันธุกรรมที่หายาก ซึ่งเป็นโรคย่อยของกลุ่มติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่แบบกรรมพันธุ์ (FAP) ผู้ป่วยจะมีติ่งเนื้อ (Polyp) เกิดขึ้นหลายร้อยถึงหลายพันก้อนในลำไส้ใหญ่ตั้งแต่วัยรุ่น ซึ่งมีความเสี่ยงสูงเกือบ 100% ที่จะกลายไปเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หากไม่ได้รับการรักษา

นอกจากติ่งเนื้อในระบบทางเดินอาหารแล้ว โรคนี้ยังมีลักษณะเฉพาะที่สำคัญในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ดังนี้ เนื้องอกนอกลำไส้ใหญ่ มักพบเนื้องอกในกระดูก (เช่น กะโหลกศีรษะ ขากรรไกร) เนื้องอกผิวหนัง (ซีสต์, ก้อนไขมัน) และเนื้องอกเส้นใย

ความผิดปกติทางทันตกรรม อาจพบฟันเกิน (Supernumerary teeth) หรือฟันที่ไม่สามารถงอกออกมาได้ตามปกติ ส่วนความเสี่ยงมะเร็งอื่นๆ มีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งบริเวณอื่น เช่น มะเร็งต่อมไทรอยด์ หรือมะเร็งตับอ่อนได้เช่นกัน สาเหตุเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน APC ซึ่งถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบเด่น (Autosomal dominant) หมายความว่าหากพ่อหรือแม่เป็นโรคนี้ ลูกจะมีโอกาสได้รับยีนกลายพันธุ์และเกิดโรคได้ถึง 50%

ขอบคุณ : TikTok @tonn16548

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่มป่วย การ์ดเนอร์ซินโดรม มีเนื้องอกในลำไส้จนทะลุ ผ่าตัดก็กลับมาอีก รักษาไม่ได้แล้ว เล่าอาการก่อนรู้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...