โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม. ไฟเขียวตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท ผ่าน พ.ร.บ.โอนงบฯ–งบฯ ปี 70

INN News

อัพเดต 23 มิถุนายน 2569 เวลา 23.22 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ครม. ไฟเขียวตั๋วร่วม ค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17 บาท สูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว เริ่มปีหน้า ไม่มีซ้ำซ้อน ครม. พร้อมผ่าน พ.ร.บ.โอนงบฯ–งบฯ ปี 70 นายกฯ ย้ำพร้อมตอบทุกข้อซักถาม เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยต้องเผชิญราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีค่าครองชีพสูง รวมไปถึงอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่ต้องจ่ายค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนและมีราคาแพง เนื่องจากมีผู้ให้บริการหลายรายและค่าโดยสารรถไฟฟ้าแต่ละสายถูกกำหนดขึ้นตามสัญญาสัมปทานระหว่างรัฐและผู้ให้บริการแต่ละราย ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

ดังนั้น เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ครม.จึงมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เรื่อง มาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท ตลอดสาย (ระยะที่ 2) และยกเลิกการมอบหมายให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) ดำเนินการพัฒนาระบบบริหารจัดการรายได้กลาง CCH โดยมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หารือร่วมกบกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาหน่วยงานที่เหมาะสมในการดำเนินการพัฒนาและบริหารจัดการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง และออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม พ.ศ. … ให้ภายเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569

สำหรับมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่ ครม.รับทราบ ประกอบด้วยหลักการ ดังนี้ 1.อัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว (รวมอัตราค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิม 17 บาท) ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมด หากค่าโดยสารตลอดเส้นทางไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ให้จัดเก็บตามจริง และไม่มีการเก็บอัตราค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน โดยจัดเก็บที่สถานีต้นทางเพียงครั้งเดียว 2. ใช้บัตร EMV Contactless Card ในการชำระค่าโดยสาร และ3.กำหนดค่าโดยสารพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส

นางสาวรัชดา เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. และ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยขอให้คณะรัฐมนตรีทุกท่าน ใช้โอกาสนี้ในการให้ข้อมูลกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ในทุกข้อซักถาม รวมถึงอธิบายให้ประชาชนได้รับทราบการเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และนโยบายที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน

มากไปกว่านั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณ เสนอ ดังนี้

1.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว จำนวน 10,328 ล้านบาท พร้อมเอกสารประกอบ 6 เล่ม และให้เสนอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ในส่วนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ครม.เห็นชอบให้มี จำนวน 25 คน แบ่งเป็น สัดส่วนคณะรัฐมนตรีเสนอชื่อ จำนวน 6 คน และ สัดส่วนพรรคการเมือง จำนวน 19 คน ซึ่ง เท่ากับจำนวน คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินกู้ ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณางบประมาณเป็นไปอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562

2. เห็นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว จำนวน
ไม่เกิน 3,788,000 ล้านบาท พร้อมเอกสารประกอบงบฯ 38 เล่ม และให้เสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ในส่วนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ครม.เห็นชอบให้มี จำนวน 72 คน เท่ากับจำนวนที่มติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2568 ประกอบด้วย สัดส่วนคณะรัฐมนตรี 18 คน และ สัดส่วนพรรคการเมือง จำนวน 54 คน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...