โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สกุชชี่กับการเยียวหัวใจ แค่บีบ นุ่ม ฟู แล้วคลาย ทำไมเราถึงหลงใหลสกุชชี่นุ่มนิ่มมากขนาดนี้นะ

The MATTER

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Lifestyle

ช่วงนี้มองไปทางไหนก็เห็นสกุชชี่กลับมาฮอตฮิตเต็มไปหมด การกลับมาทวงบัลลังก์ของเล่นแห่งยุคสมัยนี้ไม่ได้กลับมาเอาใจเด็กๆ เท่านั้น แต่ยังเข้าไปอยู่ในใจของผู้ใหญ่วัยทำงาน จนตอนนี้หลายคนเริ่มมีสกุชชี่เป็นของตัวเองแล้ว

ไม่แปลกที่ก่อนหน้านี้สกุชชี่จะถูกมองว่าเป็นของเล่นสำหรับเด็ก เพราะเจ้ายางยืดนุ่มนิ่มเหล่านี้มักมาพร้อมสีสันสดใส หลากหลายรูปทรง จนไปถึงคาแรกเตอร์สุดน่ารักสุดกวนแบบต่างๆ จนได้ใจเจ้าเด็กตัวจิ๋วไปเต็มๆ แต่ทุกวันนี้นอกจากความน่ารักและความเพลิดเพลินใจของสกุชชี่แล้ว สิ่งที่ทำให้ครองใจผู้ใหญ่หลายคนได้ เป็นเพราะมันสามารถผ่อนคลายความกังวลให้หายไป เพียงแค่กดๆ บีบๆ ไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง

อะไรที่ทำให้ผู้คนหลงใหลในสกุชชี่ เราชวนไปหาคำตอบเบื้องหลังทางจิตวิทยาว่าเจ้าก้อนนุ่มนิ่มทำงานกับใจเรายังไง แล้วทำไมจึงกลายเป็นไอเท็มที่คนยุคสมัยนี้คลั่งไคล้ได้กัน

จุดเริ่มต้นของก้อนนุ่มนิ่มคลายกังวล

ย้อนกลับไปถึงต้นกำเนิดของสกุชชี่ ในตอนนั้นมันไม่ได้มีหน้าตาเหมือนอย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้ แต่เชื่อว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากของเล่นคล้ายดินน้ำมัน ที่มีความนุ่มนิ่มและยืดหยุ่นสูง

โรเบิร์ต บาร์โธโลมิว (Robert Bartholomew) นักสังคมวิทยาด้านการแพทย์ อธิบายถึงที่มาของของเล่นยืดหยุ่นอย่างสกุชชี่ว่าสามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงปี 1940 ในปีนั้นถือกำเนิดของเล่นคล้ายดินเหนียวปั้นเป็นรูปได้ อย่าง Silly Putty ทำมาจากโพลีเมอร์ซิลิโคน นอกจากนุ่มนิ่มแล้ว ยังเด้งดึ๋งได้เหมือนลูกบอลด้วย

ต่อมาปี 1970 ของเล่นนุ่มนิ่มก็เริ่มพัฒนาขึ้น จนเกิดนวัตกรรมใหม่ เรียกว่าลูกบอลคลายเครียด แม้ว่าจะใช้สำหรับบีบนวดเหมือนสกุชชี่ แต่ความต่างคือมักถูกออกแบบมาเป็นลูกบอลขนาดเท่าฝ่ามือ ด้านในอาจมีเจล โฟม หรือลูกปัด ตั้งใจเอามาใช้เพื่อการรักษา เช่น กายภาพบำบัดมือ หรือใช้คลายความกังวลได้เช่นกัน และนับตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา ของเล่นที่ช่วยเรื่องประสาทสัมผัสก็ค่อยๆ พัฒนาออกมามากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อช่วยให้เด็กที่มีภาวะออทิสติกหรือสมาธิสั้นจดจ่ออยู่กับปัจจุบันได้ดีขึ้น

จนกระทั่งปี 2017 ของเล่นชนิดนี้เริ่มกลายเป็นที่รู้จักของคนไปทั่วโลก เมื่อ Schylling บริษัทผู้ผลิตของเล่นชื่อดังจากอเมริกาเปิดตัว ‘Needoh’ ซีรีส์สกุชชี่สำหรับบีบคลายเครียดออกมาจำหน่าย โดยมีรูปทรงหลากหลาย เช่น ลูกบาศก์ แมว หรือหัวใจ ในราคาย่อมเยา เพียงชิ้นละ 3-6 ดอลลาร์ จนกลายเป็นของเล่นที่มีคนชื่นชอบมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเด็กออทิสติก วัยรุ่นที่มีความเครียด หรือผู้ใหญ่วัยทำงานที่ต้องการหาอะไรมาบีบเล่น

สิ่งที่ทำให้ของเล่นอย่างสกุชชี่เป็นที่นิยมได้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ Needoh โชคดีที่เปิดตัวมาในช่วงของเล่นแก้อาการอยู่ไม่สุข หรือ Fidget Toy กำลังได้รับความสนใจอยู่พอดี ตัวอย่างเช่น Fidget Spinners หรือของเล่นที่ใช้มือหมุนก็เพิ่งกลายเป็นของฮอตฮิตในหมู่วัยรุ่นไปหมาดๆ ก่อนหน้าสกุชชี่

นอกจากนี้ ความนิยมของสกุชชี่ยังมาพร้อมกับเทรนด์การทำคลิปวิดีโอแบบ ASMR ที่ครีเอเตอร์มักใช้วัตถุต่างๆ มากระตุ้นประสาทสัมผัสคนดู อย่างการได้ยินหรือการมองเห็น ซึ่งสกุชชี่ก็สามารถทำหน้าที่เหล่านั้นได้เป็นอย่างดี การได้เห็นคนได้บีบ นวดสกุชชี่ตรงหน้า ก็ช่วยให้หลายคนเพลิดเพลินใจ จนเริ่มสนใจหันมาเก็บสะสมไว้เป็นของตัวเองบ้าน เรียกได้ว่าทุกวันนี้สกุชชี่แทบจะกลายเป็นหนึ่งในไอเทมที่น่าจดจำของวัฒนธรรมป็อปไปแล้ว

สกุชชี่ทำงานยังไงกับใจเรา

แม้จะบอกว่าสกุชชี่กลายเป็นไอเทมที่หลายคนต้องมี แต่นอกจากกระแสอันยากจะต้านทานแล้ว ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสกุชชี่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้จริงอีกด้วย

สกุชชี่ถือเป็นหนึ่งในของเล่นที่ช่วยแก้อาการอยู่ไม่สุข (Fidget Toy) เช่นเดียวกับ Pop It (แผ่นซิลิโคนปุ่มกด) หรือ Fidget Cube (ลูกบาศก์รวมปุ่มกดและสวิตช์) ที่ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้คนสามารถจดจ่อกับสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้นผ่านประสาทสัมผัส โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคสมาธิสั้น ที่มักต้องการได้รับข้อมูลทางประสาทสัมผัสอย่างตลอดเวลา บางครั้งอาจแสดงออกมาให้เห็นได้บ่อยๆ เช่น การเตะเท้า การกดปากกา การเคี้ยวน้ำแข็งหรือหมากฝรั่ง

จากงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่อยู่นิ่งของเด็กสมาธิสั้น (ADHD) ตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal of Abnormal Child Psychology ปี 2015 ระบุว่า เด็กที่มีภาวะ ADHD มักใช้การขยับมือ เป็นกลไกชดเชยการทำงานของสมอง ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้พวกเขาลดสิ่งรบกวนภายนอก และหันมาจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้าแทน

สกุชชี่ที่ต้องอาศัยการขยับมือจึงเหมาะจะช่วยคล้ายความรบกวนจากสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กได้ นอกจากนี้สกุชชี่ยังมาพร้อมกับความสบายใจที่หลายคนโหยหา โดยส่วนใหญ่แล้วสกุชชี่เหล่านี้มักถูกออกแบบมาให้มีความน่ารักนุ่มนิ่ม ซึ่งทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงและผูกพันทางอารมณ์ได้มากเป็นพิเศษ

ตามทฤษฎีความผูกพันไว้ใจของแฮร์รี่ ฮาร์โลว์ (Harry Harlow) นักจิตวิทยาพัฒนาการ ที่เคยทำการทดลองเรื่องความผูกพันของลูกลิงอันโด่งดัง ด้วยการแยกลูกลิงออกจากแม่ และเลี้ยงด้วย 2 วิธีแตกต่างกัน นั่นคือแม่ปลอมที่ทำจากผ้าเนื้อนุ่ม กับแม่ปลอมที่ทำจากลวดแต่สามารถให้นมและอาหารได้

ผลคือลูกลิงเมื่ออยู่กับผ้าเนื้อนุ่มจะกล้าออกไปสำรวจห้องที่ไม่คุ้นเคยมากกว่า แต่เมื่อไม่มีแม่จากผ้านุ่มๆ ลูกลิงกลับส่งเสียงดัง หมอบ และไม่กล้าขยับจากพื้นที่ปลอดภัย จากการทดลองนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่าความผูกพันใกล้ชิดทางอารมณ์ของคนเราก็มาจากความอบอุ่น และปลอดภัยที่เราเคยเรียนรู้มาในตอนเด็ก

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นหลายคนชื่นชอบความนุ่มนิ่มของสกุชชี่ เพราะนอกจากจะช่วยลดความว้าวุ่นจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวแล้ว บางทียังอาจช่วยเพิ่มความรู้สึกปลอดภัยเมื่อได้สัมผัสสิ่งของเหล่านี้ด้วย

สกุชชี่ ของเล่นแก้เครียดสำหรับคนทำงาน

ทุกวันนี้สกุชชี่ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นของเล่นสำหรับเด็กอีกต่อไปแล้ว แต่ยังขยายไปถึงกลุ่มผู้ใหญ่วัยทำงาน ที่ต้องการของเล่นน่ารักๆ ไว้บีบแก้เครียดในวันที่เหนื่อยล้าเต็มที

มีรายงานจาก รายงาน Stress in America ปี 2023 ของ APA พบว่า คนอายุ 20-30 ปีในสหรัฐอเมริกาต้องแบกรับภาระจากปัญหาทางการเงินและความโดดเดี่ยว และมีระดับความเครียดสูงกว่าคนรุ่นก่อน สาเหตุหลักมักมาจากเรื่องงาน ความสัมพันธ์ หรือแม้กระทั่งเรื่องเงิน กลายเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ในยุคที่มีการเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ได้นิ่งนอนใจกับความเครียดหรือความวิตกกังวลอีกต่อไป แต่เราเริ่มพยายามหาทางจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้ด้วยวิธีต่างๆ หนึ่งในนั้นอาจเป็นการซื้อสกุชชี่สักชิ้น ของเล่นราคาจับต้องได้ที่ช่วยแก้ปัญหาให้เราทันใจ

สกุชชี่ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่ปลดปล่อยความเครียดได้ง่ายที่สุดแล้ว อีกนัยหนึ่งการได้กลับไปหาของเล่นในวัยเด็กก็ช่วยให้ความเครียดเราบรรเทาลงได้เช่นกัน เรียกว่าการถดถอยทางอายุ (Age Regression) ซึ่งเป็นกลไกป้องกันตัวเองจากความเจ็บปวด บางครั้งอาจใช้เป็นเทคนิคหนึ่งในการบำบัดบาดแผลในใจ ด้วยการกอดตุ๊กตา พาตัวเองกลับไปสัมผัสความปลอดภัยในวัยเด็ก หรือปลดปล่อยความรู้สึกที่ถูกเก็บกดเอาไว้

ในโลกที่เต็มไปด้วยความเครียดและความโดดเดี่ยว การได้จับสกุชชี่ก็อาจเป็นวิธีเดียวที่ช่วยให้เราได้สัมผัสความอ่อนโยนอย่างที่เราโหยหามาตลอดก็ได้นะ

อ้างอิงจาก

attachmentproject.com

bloomberg.com

nstda.or.th

apa.org

psychologytoday.com

edutopia.org

Graphic Designer: Manita Boonyong
Editorial Staff: Runchana Siripraphasuk

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...