ทรัมป์ใช้เวทีจี7 อวดอ้างข้อตกลงสันติภาพ ยันสกัดอิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
เอพี – ทรัมป์คุยโขมงในซัมมิตจี7 ยันข้อตกลงเบื้องต้นกับอิหร่านเป็นหลักประกันว่า เตหะรานจะไม่พัฒนาและมีอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่า เป้าหมายดังกล่าวจะเป็นจริงได้อย่างไร
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำชาติสมาชิกอื่นๆ ในกลุ่มจี7 เสร็จสิ้นการหารืออย่างเป็นทางการที่จัดขึ้นที่รีสอร์ตริมทะเลสาบบริเวณเทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศสในวันพุธ (17 มิ.ย.) โดยมีประเด็นหารือสำคัญคือ อนาคตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ระหว่างการหารือ ทรัมป์กล่าวถึงบันทึกความเข้าใจที่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด แม้อเมริกาและอิหร่านมีกำหนดลงนามรับรองอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ (19 มิ.ย.) ก็ตาม โดยบอกว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อิหร่านจะไม่ซื้อหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์โดยเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม คำอธิบายนี้อาจยังไม่เพียงพอ เพราะแม้แต่สมาชิกบางคนในพรรครีพับลิกันของทรัมป์เองยังสงสัยว่า ข้อตกลงดังกล่าวเข้มแข็งพอที่จะขจัดอันตรายจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้หรือไม่ ขณะที่นานาชาติกำลังจับจ้องว่า ทรัมป์จะทำตามสัญญาในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้จริงหรือเปล่า
ความไม่มั่นใจเหล่านั้นส่วนหนึ่งเนื่องจากบางครั้งเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวและเจ้าหน้าที่อิหร่านตีความเนื้อหาในข้อตกลงไปคนละทาง
ตัวอย่างเช่น เมื่อวันอังคาร (16 มิ.ย.) อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยืนกรานว่า การที่อิสราเอลยังคงยึดครองดินแดนทางใต้ของเลบานอน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กองทัพอิสราเอลสู้รบกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์นั้น จะถือเป็นการละเมิดข้อตกลง และสงครามไม่มีวันสิ้นสุดอย่างสมบูรณ์
วันเดียวกันนั้น ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เขาไม่คิดว่า การที่อิสราเอลโจมตีฮิซบอลเลาะห์จะทำให้ข้อตกลงระหว่างอเมริกากับอิหร่านล่ม แต่สำทับว่า ไม่ได้เห็นด้วยกับวิธีการที่อิสราเอลใช้จัดการเลบานอนและฮิซบอลเลาะห์ เนื่องจากจะทำให้การสู้รบไม่มีทางจบ และเสริมว่า อิสราเอลรบกับฮิซบอลเลาะห์มานานเกินไปและทำให้มีผู้เสียชีวิตมากเกินไปแล้ว
ทั้งนี้ การโจมตีเลบานอนของอิสราเอลส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 4,000 คน ซึ่งรวมถึงพลเรือนจำนวนมาก นอกจากนั้นประชาชนกว่า 1 ล้านคนยังต้องทิ้งที่อยู่อาศัยนับจากวันที่ 2 มี.ค.เป็นต้นมา
เอพีรายงานว่า ทรัมป์อาจพบกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดีย ในวันพุธ ขณะที่สัมพันธภาพอเมริกา-อินเดียคลอนแคลน ส่วนหนึ่งเนื่องจากสงคราม
ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กะลาสีอินเดีย 3 คนเสียชีวิตจากการที่กองทัพอเมริกาโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน และกระทรวงต่างประเทศอินเดียยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการ
เดิมทีทั้งคู่มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งสมัยแรก แต่หลังกลับสู่ทำเนียบขาวอีกครั้ง ทรัมป์กลับทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นด้วยการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าอินเดียก่อนที่จะยอมปรับลดลง เพื่อลงโทษที่อินเดียพึ่งพิงน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย และเมื่อเกิดสงครามในอิหร่าน อินเดียยิ่งหาน้ำมันได้ยากขึ้น
เจ้าหน้าที่อินเดียบางคนยังไม่พอใจที่ทรัมป์พยายามทำข้อตกลงพักรบทางการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งอาจลิดรอนโอกาสที่อินเดียจะเป็นฮับการผลิตทางเลือกแทนจีน
นอกจากนี้ ในวันพุธ ทรัมป์ยังมีกำหนดหารือเป็นการส่วนตัวกับประธานาธิบดีอับเดล-ฟัตตาห์ เอล-ซิสซีของอียิปต์ ซึ่งเป็นผู้นำตะวันออกกลาง 1 ใน 3 คนที่เดินทางไปร่วมซัมมิตจี7 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง เจ้าภาพการประชุม
เมื่อวันอังคาร ผู้นำจี7 ได้หารือกับเอล-ซิสซี รวมทั้งเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ และประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เกี่ยวกับการพัฒนาเส้นทางขนส่งพลังงานผ่านอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งรวมถึงผ่านทางอียิปต์ เพื่อเป็นทางเลือกแทนช่องแคบฮอร์มุซที่เคยเป็นเส้นทางขนส่งพลังงาน 20% ของทั่วโลกก่อนเกิดสงครามและถูกอิหร่านปิดตาย
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO