โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตา “ทรัมป์” อินไซด์หุ้น / สุนันท์ ศรีจันทรา

Manager Online

เผยแพร่ 20 พ.ค. เวลา 14.22 น. • MGR Online

การเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เคยถูกตั้งคำถามมาแล้ว เกี่ยวกับพฤติกรรมการปั่นราคาหุ้น โดยใช้สงครามการค้ากับจีนเป็นเครื่องมือทำให้หุ้นทั่วโลกขึ้นหรือลง

การกลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ‘ทรัมป์’ กำลังถูกตั้งข้อหาใช้ข้อมูลวงในซื้อขายหุ้น

เพราะในช่วงไตรมาสแรกปี 2569 มีการรายงานข้อมูลการซื้อขายหุ้นพอร์ตของ “ทรัมป์” ออกมาแล้ว ปรากฏว่ามีการเคาะซื้อขายหุ้นมหาศาล จำนวนรวม 3,600 ครั้ง วงเงินหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นแนสแด็ก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม 7 นางฟ้า รวมทั้ง NVIDIA, Microsoft, Amazon

มูลค่าการซื้อขายหุ้นไตรมาสแรกพอร์ตของทรัมป์ อยู่ระหว่าง 220-750 ล้านดอลลาร์ หรือราว 7.18 พันล้าน – 2.45 หมื่นล้านบาท ตามเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานจริยธรรมรัฐบาลสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า พอร์ตการลงทุนของ ‘ทรัมป์’ มีความเคลื่อนไหวอย่างหนัก โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากกระแส AI และการเติบโตของตลาดหุ้นสหรัฐฯ

หุ้นที่ปรากฏในรายการซื้อจำนวนมาก คือ NVIDIA, Microsoft, Amazon, Meta, Apple, Broadcom, Oracle, Adobe, Dell, ServiceNow, Texas Instruments รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีและการเงินอื่น ๆ อย่าง AMD, Intel, Alphabet, Airbnb, DoorDash, Goldman Sachs และ Micron

ข้อมูลระบุว่า ธุรกรรมซื้อแต่ละรายการมีมูลค่าหลัก 500,000 ดอลลาร์ฯ ถึง 5 ล้านดอลลาร์ฯ แต่บางรายการมีการขายสูงถึง 25 ล้านดอลลาร์ฯ หรือมากถึง 816 ล้านบาท และสิ่งที่ถูกจับตามากคือ ช่วงเวลาของบางธุรกรรมที่เกิดขึ้นใกล้กับเหตุการณ์สำคัญของบริษัทที่เกี่ยวข้อง เช่น การเข้าซื้อหุ้น NVIDIA มูลค่า 1-5 ล้านดอลลาร์ฯ ก่อนที่บริษัทจะประกาศดีลสำคัญด้านชิปกับ Meta เพียง 1 สัปดาห์

รวมทั้งการซื้อหุ้น NVIDIA มูลค่า 500,000-1 ล้านดอลลาร์ฯ ก่อนที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะอนุมัติการขายชิปบางประเภทไปยังจีนอย่างเป็นทางการ

เอกสารที่รายงานต่อรัฐสภาไม่ได้ระบุชัดว่า ‘ทรัมป์’ เป็นผู้สั่งการซื้อขายด้วยตนเองหรือไม่ โดย ‘ทำเนียบขาว’ ยืนยันว่า ทรัพย์สินของประธานาธิบดีอยู่ภายใต้ทรัสต์ที่บริหารจัดการโดยบุตรชาย คือ ‘โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์’ และ ‘เอริค ทรัมป์’ และยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการดำรงตำแหน่ง

สหรัฐฯ ไม่ได้ห้ามประธานาธิบดีถือครองหรือซื้อขายหุ้นระหว่างดำรงตำแหน่งโดยตรง แต่กำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลธุรกรรมต่อสาธารณะ เพื่อความโปร่งใสในการดำรงตำแหน่ง

แต่ในสหรัฐกำลังถกเถียงเรื่องการจำกัดการซื้อขายหุ้นของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างจริงจัง โดยมีความพยายามผลักดันกฎหมายหลายฉบับในสภาคองเกรส เพื่อห้ามสมาชิกสภาและครอบครัวถือครองหรือซื้อขายหุ้นรายตัว และขยายข้อกำหนดไปถึงประธานาธิบดีด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานหรือข้อกล่าวหาทางกฎหมายที่ยืนยันว่า การซื้อขายของ ‘ทรัมป์’ เข้าข่ายการใช้ข้อมูลวงใน แต่ขนาดของธุรกรรมและจังหวะเวลาที่เกิดขึ้น เพียงพอที่จะจุดคำถามเรื่องจริยธรรมและความเหมาะสมในการถือครองสินทรัพย์ส่วนตัวของผู้นำประเทศ

สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และทำให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปั่นป่วน ไม่ว่าทองคำ น้ำมัน และตลาดหุ้น มีคำถามเกิดขึ้นมาตลอดว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังหรือไม่ โดยเฉพาะการแสดงท่าทีกลับไปกลับมาเกี่ยวกับสงคราม เดี๋ยวพูดดีเดี๋ยวพูดร้าย และส่งผลต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

การเทรดหุ้นกระจุยกระจายพอร์ตของทรัมป์ไตรมาสแรก เป็นการตอกย้ำข้อสงสัยว่า “ทรัมป์” อาจได้ประโยชน์จากสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่คนทั้งโลกต้องเดือดร้อน

และคำปฏิเสธของทำเนียบขาวที่ยืนยันว่า “ทรัมป์” ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับการซื้อขายหุ้น จะมีใครในโลกที่เชื่อ

ไม่มีรายงานว่า พอร์ตของ “ทรัมป์” ฟันกำไรจากการซื้อขายหุ้นไตรมาสแรกไปเท่าไหร่ แต่ถ้ามีตัวเลข คนทั้งโลกคงตกใจกับผลกำไรมหาศาลที่ “ทรัมป์” กอบโกยจากตำแหน่งผู้นำสหรัฐ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...