โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อดีตผู้ว่าททท.แนะ 5 แนวทางก้าวข้ามกับดัก สร้างภูมิคุ้มกันท่องเที่ยวไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าททท. มองว่า เป็นเวลานานที่ความสำเร็จของการท่องเที่ยวถูกวัดด้วยตัวเลข จำนวนนักท่องเที่ยว ยอดเข้าพัก อัตราเติมเต็มของสนามบินและโรงแรม แต่โลกในวันนี้กำลังบอกเราชัดเจนว่า โมเดลการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยปริมาณเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงไม่ยั่งยืน

อดีตผู้ว่าททท.แนะไทยก้าวข้ามกับดัก สร้างภูมิคุ้มกันท่องเที่ยว

หากยังสร้างต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ หลายเมืองท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ความแออัดเกินขีดจำกัด ธรรมชาติถูกใช้หนักเกินไป ชุมชนท้องถิ่นรู้สึกว่ากำลังสูญเสียพื้นที่ของตนเอง

ยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ขณะเดียวกัน รายได้จากการท่องเที่ยวก็ไม่ได้กระจายอย่างสมดุล ในช่วงเวลาเดียวกัน โครงสร้างโลกกำลังเปลี่ยนอย่างเงียบเชียบ การทำงานไม่จำเป็นต้องผูกติดกับสำนักงานหรือประเทศเดียวอีกต่อไป

ผู้คนจำนวนมากสามารถเลือกที่อยู่อาศัยจากคุณภาพชีวิต ไม่ใช่เพียงโอกาสทางอาชีพ นี่คือจุดที่การท่องเที่ยวต้องตั้งคำถามใหม่กับบทบาทของตนเอง

“Do the RIGHT things”ทำสิ่งที่ “ถูกต้อง” เมื่อการท่องเที่ยวต้องก้าวข้ามกับดักปริมาณ RIGHT Tourism Framework ชวนให้การท่องเที่ยวเปลี่ยนจากการแข่งขันเรื่อง “จำนวน” ไปสู่การแข่งขันเรื่อง “คุณค่า”

กรอบคิด RIGHT มี 5 แนวทาง ประกอบด้วย

  • R-Regenerative Tourism ท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟู ให้ธรรมชาติและชุมชนดีขึ้นหลังการมาเยือน
  • I-Intelligent Demand Management บริหารนักท่องเที่ยวอย่างชาญฉลาด เน้นคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ
  • G-Gamification เที่ยวดี มีรางวัล เปลี่ยนพฤติกรรมด้วยแรงจูงใจ
  • H-Hyper-Mobile Elites ดึงดูดคนคุณภาพสูง ที่ทำงาน-ใช้ชีวิตได้ทั่วโลก
  • T-Tourism Token ตอบแทนการท่องเที่ยวที่ดี ด้วยโทเคนเพื่อชุมชน

แนวคิด RIGHT จะร่วมกันเปลี่ยนการท่องเที่ยวจากระบบที่ดึงทรัพยากรออกมาใช้ เป็นระบบที่สร้างมูลค่าเพิ่มกลับคืนพื้นที่ เริ่มจาก Regenerative Tourism ที่ยกระดับจากความยั่งยืนแบบเดิม

ไม่ใช่เพียงลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูให้ดีขึ้น ทั้งระบบนิเวศ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจท้องถิ่น ความสำเร็จของการท่องเที่ยวจึงไม่ใช่แค่จำนวนนักท่องเที่ยว แต่คือผลลัพธ์สุทธิที่เป็นบวกต่อพื้นที่

ต่อมา คือ Intelligent Demand Management การบริหารนักท่องเที่ยวอย่างชาญฉลาด แทนที่จะมุ่ง ดึงคนให้มากที่สุด ระบบนี้ออกแบบให้คนมาในเวลาที่เหมาะสม กระจายตัวในพื้นที่และฤดูกาล ใช้ข้อมูล ราคา และแรงจูงใจ แทนมาตรการห้ามหรือจำกัดแบบแข็งตัว ซึ่งมักสร้างแรงต้านทางสังคม

Gamification เข้ามาเติมมิติด้านพฤติกรรม เพราะนโยบายจะได้ผลก็ต่อเมื่อคน “อยากทำตาม” การเปลี่ยนการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบให้เป็นประสบการณ์ที่มีแรงจูงใจ ทำให้ความยั่งยืนไม่ใช่ภาระ แต่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

ด้านกลุ่มเป้าหมาย เลือกโฟกัสที่ Hyper-Mobile Elites-กลุ่มคนคุณภาพสูง เช่น ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ นักลงทุน และครีเอทีฟ ซึ่งสามารถทำงานและใช้ชีวิตได้ทุกที่ในโลก

คนกลุ่มนี้อยู่นาน ใช้จ่ายในพื้นที่ และให้คุณค่ากับคุณภาพชีวิตมากกว่าการบริโภคแบบเร่งด่วน การท่องเที่ยวจึงเชื่อมโยงโดยตรงกับนโยบายการแข่งขันด้านคนและทุนมนุษย์

ส่วน Tourism Token ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน นักท่องเที่ยวได้รับโทเคนจากพฤติกรรมเชิงบวก และนำไปใช้กับธุรกิจหรือกิจกรรมในชุมชน ทำให้คุณค่าที่สร้างขึ้นหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่ ไม่รั่วไหลออกไป

แนวคิด RIGHT ไม่ได้เสนอการเติบโตแบบไร้ขีดจำกัด แต่เสนอ การเติบโตที่ตั้งใจเลือก เมืองท่องเที่ยวสามารถลดแรงกดดัน โดยไม่ต้องปิดประตู เพิ่มรายได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวน

ทั้งยังทำให้การท่องเที่ยวกลับมาเป็นพลังบวกของสังคม ในโลกที่ทั้งภูมิอากาศและรูปแบบชีวิตกำลังเปลี่ยน การท่องเที่ยวอาจต้องเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า เราจะเติบโตมากขึ้น หรือจะเติบโตอย่าง “ถูกต้อง”

แนะ New Approaches 5 แนวทาง ท่องเที่ยวไทย คิดนอกกรอบ

นอกจากนี้อดีตผู้ว่าททท.ยังแนะนำ New Approaches 5 แนวคิดนอกกรอบที่ท่องเที่ยวไทยต้องกล้าทดลอง ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์เพื่อก้าวข้ามวิกฤตและสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

1. Demarketing ตลาดเพื่อลดนักท่องเที่ยว ไม่ใช่เพิ่ม แทนที่จะโฆษณาดึงคนเข้าพื้นที่ที่เปราะบางเกินไปอยู่แล้ว ให้ใช้ Demarketing คัดกรองเชิงรุก จงใจลดอุปสงค์ในจุดที่ล้นเกิน เช่น หาดบางแห่งในภูเก็ตหรือเกาะที่ระบบนิเวศกำลังพัง ผลลัพธ์คือพื้นที่ฟื้นตัว

ภาพลักษณ์ “หายากมีค่า” ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพที่พร้อมจ่ายแพงเพื่อประสบการณ์พิเศษ ทั้งหมดนี้สร้างรายได้ได้มากกว่าการเปิดให้มวลชนเข้าฟรีจนทำลายทรัพยากร

2. Local Token -Blockchain กับดอกผลเพื่อชุมชนปัญหาใหญ่ที่สุดของท่องเที่ยวไทยคือ “เงินรั่วออกชุมชน” ให้สร้าง Local Token โดยนักท่องเที่ยวได้รับโทเคนเมื่อทำกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หรือมีส่วนร่วมกับชุมชน แล้วนำโทเคนไปแลกกับสินค้าและบริการของธุรกิจรายย่อยท้องถิ่นผ่าน Smart Contracts ทำให้เม็ดเงินหมุนในชุมชนจริง ๆ และยกระดับสู่ Smart Tourism ได้ทันที

3. Regenerative Tourism ท่องเที่ยวที่ทิ้งอะไรไว้ดีกว่าเดิมยั่งยืน (Sustainable) หมายความว่า “ไม่ทำลายเพิ่ม” แต่ Regenerative Tourism ก้าวไกลกว่า นักท่องเที่ยวต้องทิ้งทรัพยากรไว้ในสภาพที่ ดีกว่าเดิม ตัวอย่างรูปธรรม

เช่น ธุรกิจดำน้ำในเกาะเต่า เกาะทะลุ หรือตรังที่ควบการท่องเที่ยวเข้ากับโครงการฟื้นฟูแนวปะการัง โดยได้รับเงินทุนแบบ Blended Finance ให้ SMEs ท่องเที่ยวเป็นทั้งนักธุรกิจและผู้พิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติพร้อมกัน

4. Kinetic Elite เปลี่ยน Digital Nomad จาก “แขกขาจร” สู่ “บ้านที่สอง” ไทยดึงดูด Digital Nomads ได้มากอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่อยู่แบบ “โดดเดี่ยว” อยู่ในคาเฟ่ ไม่สัมพันธ์กับชุมชน

จุดที่ต้องเติมคือ “โครงสร้างพื้นฐานเชิงมนุษย์” ต้องออกแบบให้มีพื้นที่บูรณาการผู้มาพำนักเข้ากับวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างจริงจัง ลดความโดดเดี่ยว เปลี่ยนจาก “จุดแวะพักชั่วคราว” เป็น “บ้านฐานที่มั่น” ที่พวกเขาอยากอยู่นานขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น และบอกต่อ

5. Gamification เปลี่ยนการเที่ยวให้เป็นเกม Gen Z และ Millennials ไม่ตอบสนองต่อแคมเปญโฆษณาแบบเดิม แต่ตอบสนองต่อ “ระบบแต้มและความรู้สึกชนะ” จินตนาการถึงแอปท่องเที่ยวที่ให้คะแนนเมื่อใช้ขนส่งสาธารณะ ซื้อสินค้าหัตถกรรมชุมชน

หรือเยี่ยมชมเมืองรอง มี Leaderboards จัดอันดับ มีรางวัลพิเศษ เช่น อัปเกรดห้องพัก ส่วนลดพิเศษ หรือสิทธิ์เข้าถึงประสบการณ์เฉพาะ

เกมนี้ไม่ใช่แค่ความสนุก แต่เปลี่ยนพฤติกรรมนักท่องเที่ยวให้กระจายตัวไปยังเมืองรองและสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนได้โดยอัตโนมัติ

ทั้ง 5 แนวทางนี้มีจุดร่วมเดียวกัน คือมุ่งเปลี่ยน “นักท่องเที่ยว” จากผู้บริโภคทรัพยากร ให้กลายเป็น “หุ้นส่วนในการพัฒนา” ที่ยั่งยืน เพราะในวันที่โลกผันผวนและราคาน้ำมันไม่แน่นอน ประเทศที่สร้างความสัมพันธ์เชิงลึกระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชน จะอยู่รอดได้ทุกพายุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...