โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กสทช. ชวนจับตา “อธิปไตยทางการสื่อสาร” ภัยคุกคามยุค AI ที่ต้องเร่งสร้างเกราะป้องกัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 มิ.ย. เวลา 13.52 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. เวลา 06.52 น.

กสทช. เตือนไทยเสี่ยงสูญเสีย “อธิปไตยทางการสื่อสาร” หลังบิ๊กเทคต่างชาติยึด Big Data คนไทยเกือบ 100% ชี้ระบบสื่อสารประเทศเปราะบางหนัก เปรียบเหมือนตกอยู่ในภาวะ “สูญเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตบนโลกไซเบอร์” ย้ำปล่อยไว้เสี่ยงถูกแทรกแซง-ล้างสมองด้วยอัลกอริทึม AI พร้อมเปิดยุทธศาสตร์ 3 ทางรอด เร่งพัฒนาเทคโนโลยีตนเอง คุมเข้มแพลตฟอร์มข้ามชาติ และผนึกกำลังอาเซียนเพื่อกุมชะตากรรมดิจิทัลของประเทศ ก่อนสายเกินแก้

วันที่ 14 มิถุนายน 2569 - เมื่อบริบทโลกเปลี่ยนไป“ภัยคุกคามความมั่นคง” จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสู้รบทางทหารอีกต่อไป แต่กำลังแฝงตัวเข้ามาในชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียนผ่านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ล่าสุดในงานเสวนาวิชาการ “ความมั่นคงของชาติในโลกผันผวน: เศรษฐกิจ สังคม และภัยคุกคามรูปแบบใหม่” ซึ่งจัดขึ้นโดยหลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 7 ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ได้มีการหยิบยกประเด็นสำคัญที่ประเทศไทยต้องตระหนักร่วมกันอย่างเร่งด่วนนั่นคือ “อธิปไตยทางการสื่อสาร” (Communication Sovereignty)

พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ได้สะท้อนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ว่า นอกเหนือจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือสแกมเมอร์ที่สร้างความเสียหายมหาศาลแล้ว ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “ภัยเงียบ” ที่รุนแรงยิ่งกว่า คือการสูญเสียอำนาจอิสระในการควบคุม กำกับดูแล และปกป้องระบบสื่อสาร ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจากการแทรกแซงของต่างชาติ

“หากอธิปไตยในอดีตคือการปกป้อง ดินแดน ผืนน้ำ และน่านฟ้า 'อธิปไตยทางการสื่อสาร' ในวันนี้ก็คือการปกป้องเขตแดนบนโลกไซเบอร์ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นเพียง 'ผู้เช่าระบบหรือผู้บริโภค' ที่ต้องยอมจำนนต่อกฎของบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ"

พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ ได้แบ่งมิติความมั่นคงทางไซเบอร์ที่ต้องเฝ้าระวังออกเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่:

  • อธิปไตยทางโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Sovereignty): การมีอำนาจดูแลสายเคเบิลใต้น้ำ สถานีฐาน ระบบดาวเทียม และ Data Center ภายในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ป้องกันการถูกตัดสัญญาณในยามวิกฤต
  • อธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty): การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลความมั่นคงภายใต้กฎหมายไทย (เช่น Sovereign Cloud) เนื่องจากปัจจุบัน Big Data พฤติกรรมของคนไทยเกือบ 100% ถูกจัดเก็บอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (Tech Giants) ต่างชาติ
  • อธิปไตยทางกฎหมายและการกำกับดูแล (Regulatory Sovereignty): รัฐต้องมีอำนาจบังคับใช้กฎหมายและกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดการกับแพลตฟอร์มที่กระทำความผิด ก้าวข้ามข้อจำกัดคำว่า "กฎหมายเอื้อยไม่ถึง" เพื่อจัดการกับข่าวปลอม (Fake News) และเนื้อหาผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
  • อธิปไตยทางวัฒนธรรมและเนื้อหา (Content & Cultural Sovereignty): ปกป้องประชาชนไม่ให้ถูกครอบงำทางความคิด ค่านิยม หรือถูกป้อนข้อมูลเพื่อสร้างความแตกแยกทางการเมืองผ่านอัลกอริทึม (Algorithm) ของแพลตฟอร์มต่างชาติ

สัญญาณอันตราย: ไทยกำลังเผชิญความเปราะบางทางดิจิทัล

ปัจจุบันระบบการสื่อสารของไทยมี "ความเปราะบาง" (Vulnerability) สูงมาก ไม่ใช่เพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ดี แต่เกิดจากการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติเกือบทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น คนไทยส่วนใหญ่ยังเต็มใจมอบข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อแลกกับความสะดวกสบาย

สถานการณ์นี้เปรียบเสมือนการ “สูญเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต” ในอดีต ที่เมื่อเกิดปัญหาบนโลกออนไลน์ รัฐบาลกลับต้องไปอ้อนวอนหรือปฏิบัติตามกฎของแพลตฟอร์มต่างชาติแทนที่จะใช้กฎหมายไทย และความท้าทายนี้กำลังน่ากลัวขึ้นเมื่อยักษ์ใหญ่ไอทีเริ่มรุกคืบให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit Satellite) ยิงตรงสู่ผู้บริโภคโดยตรง หากไทยไม่มีมาตรการรองรับ อาจสูญเสียอธิปไตยทางดิจิทัลไปตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

3 ทางรอด เร่งสร้างเกราะป้องกันประเทศ

เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องสูญเสียอำนาจในการกำหนดทิศทางดิจิทัลของตนเอง พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ ได้เสนอแนวทางรับมือ 3 ด้านหลัก ดังนี้

  • การสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง ประเทศไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้บริโภค" มาเป็น "ผู้สร้าง" โดยการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการพัฒนาระบบ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ตลอดจนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ขึ้นภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ ซึ่งจะช่วยให้ประเทศมีความเป็นอิสระและสามารถควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลได้อย่างแท้จริง
  • การบังคับใช้กฎเกณฑ์เชิงรุก รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกล้าที่จะลุกขึ้นมากำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มข้ามชาติ รวมถึงบริการ OTT อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อทลายข้อจำกัดทางกฎหมายที่เคยล้าหลัง และเปลี่ยนมาเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะการปกป้องเด็กและเยาวชนจากการถูกครอบงำทางความคิด ค่านิยม หรือการถูกมอมเมาด้วยเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
  • การผนึกกำลังร่วมกันในระดับภูมิภาค เนื่องจากการต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีที่มีอำนาจล้นฟ้า (Tech Giants) ลำพังเพียงประเทศเดียวอาจมีอำนาจต่อรองไม่มากพอ ประเทศไทยจึงต้องแสวงหาความร่วมมือและสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN) เพื่อรวมตัวกันสร้างอำนาจต่อรองในระดับสากล ร่วมกันกำหนดมาตรฐาน และปกป้องผลประโยชน์ทางดิจิทัลของภูมิภาคร่วมกันอย่างยั่งยืน

“ในอดีต ใครคุมระบบพลังงานและไฟฟ้า คือผู้กุมอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของชาติ แต่ปัจจุบัน ใครคุมระบบสื่อสารและข้อมูล คือผู้กุมเศรษฐกิจ สังคม ไปจนถึงความคิดและอำนาจทางการเมืองของประชาชน ดังนั้น ในฐานะผู้บริหารและผู้นำประเทศในอนาคต ต้องช่วยกันสร้างเกราะป้องกันนี้ เพื่อความมั่นคงของลูกหลานเราในอนาคต”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...