โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"SpaceX" ผ่านทุกดัชนี แต่ S&P500 ปฏิเสธ ยันกฎ Free Float กำไรย้อนหลัง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“SpaceX” ผ่านทุกดัชนีฯ แต่ S&P 500 ยังปฏิเสธ ยันกฎเดิม Free Float กำไรย้อนหลัง หวั่นกระทบบัญชีเกษียณ

IPO ของ SpaceX ไม่ได้มีเพียงมูลค่าใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบการลงทุนโลก หุ้น SPCX ไม่ได้ถูกซื้อโดยนักลงทุนรายย่อยเท่านั้น แต่ถูกซื้อผ่านระบบกองทุนต่าง ๆ

หลังเปิดซื้อขาย SpaceX พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์ ไปแตะระดับสูงสุดราว 225 ดอลลาร์ ก่อนปรับฐานกลับลงมาบริเวณ 153 ดอลลาร์ ทำให้มูลค่ากิจการยังอยู่ใกล้ระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ราคาจะผันผวน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลังกลับสำคัญกว่า

เพราะเพียง 5 วันทำการหลังเข้าตลาด SpaceX ก็ถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี CRSP US Total Market Index ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงของกองทุนขนาดใหญ่อย่าง Vanguard Total Stock Market Index Fund (VTI) ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมหาศาลที่ถือกองทุนดัชนีอยู่เดิม กลายเป็นผู้ถือหุ้น SpaceX โดยอัตโนมัติ

หลังจากนั้น SpaceX ยังทยอยเข้าสู่ดัชนีสำคัญเพิ่มเติม ได้แก่ CRSP และกองทุนตลาดรวมของ Vanguard, Russell 1000 ของ FTSE Russell, ดัชนีหุ้นสหรัฐของ MSCI และ Nasdaq-100 ซึ่งอ้างอิงโดยกองทุน QQQ นั่นหมายความว่าผู้ที่ถือกองทุนดัชนีแบบกระจายความเสี่ยงอยู่แล้ว มีโอกาสสูงที่กำลังเป็นเจ้าของหุ้น SpaceX อยู่ แม้ไม่เคยซื้อเองเลยก็ตาม

SpaceX ได้ทำให้กฎของดัชนีเปลี่ยนไป เพื่อรองรับบริษัทยุคใหม่ ที่ผ่านมา บริษัทขนาดใหญ่ที่มีหุ้นหมุนเวียนในตลาด หรือ Free Float ต่ำ มักเข้าเกณฑ์ดัชนีได้ยาก แต่กับ SpaceX ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะถึงแม้จะมีหุ้นที่เปิดซื้อขายจริงเพียงประมาณ 4% ขณะที่หุ้นส่วนใหญ่ยังอยู่กับผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นเดิม

ซึ่งภายใต้เกณฑ์เดิม ไม่มีทางที่ SpaceX จะถูกนำเข้าคำนวนในดัชนีฯได้เร็วขนาดนี้ แต่ผู้จัดทำดัชนีหลายแห่งเริ่มมองว่า โลกกำลังเปลี่ยนไป บริษัทเทคโนโลยียุคใหม่มักเข้าตลาดด้วยมูลค่ามหาศาล แต่เปิดขายหุ้นเพียงบางส่วน ดังนั้นเกณฑ์ใหม่จึงให้น้ำหนักกับความสามารถในการลงทุนได้จริงมากกว่าการกำหนดสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนขั้นต่ำแบบตายตัว

แต่ S&P 500 ปฎิเสธที่จะเดินตามดัชนีฯอื่น ๆ เพราะ S&P 500 ถือว่ามีอิทธิพลสูงต่อบัญชีเงินเกษียณจำนวนมหาศาลในสหรัฐฯ ทำให้ตัดสินใจไม่เปลี่ยนกฎ โดยบริษัทที่จะเข้าดัชนียังคงต้องผ่านเงื่อนไขเดิม ได้แก่ มีระยะเวลาซื้อขายในตลาดครบตามเกณฑ์ มีสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนขั้นต่ำ และมีกำไรย้อนหลังต่อเนื่อง

ผลกระทบที่เกิดขึ้นบางส่วน และกำลังจะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนคือ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันหลังหุ้น SPCX เริ่มซื้อขาย หุ้นของบริษัทก็เริ่มไหลเข้าสู่พอร์ตเกษียณอายุของชาวอเมริกันหลายล้านคนผ่านกองทุนดัชนีโดยอัตโนมัติ และที่สำคัญ กลไกเดียวกันนี้อาจกลายเป็นเส้นทางของ OpenAI และ Anthropic ในอนาคต

สิ่งที่ทำให้กรณีนี้น่าสนใจคือ กฎใหม่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ SpaceX เพียงรายเดียว ทั้ง OpenAI และ Anthropic ต่างอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าตลาด และมีโครงสร้างคล้ายกันอย่างมาก มูลค่ากิจการสูงมาก เปิดขายหุ้นเพียงบางส่วน ต้องการรักษาอำนาจควบคุมของผู้ก่อตั้ง

หากบริษัทเหล่านี้เลือกเสนอขายหุ้นในสัดส่วนที่ไม่สูงมาก เช่น 5–15% ของกิจการ พวกเขาอาจผ่านเกณฑ์ใหม่ได้ง่ายกว่าระบบเดิม และเมื่อถึงวันนั้น กองทุนดัชนีทั่วโลกก็อาจเริ่มเข้าซื้อหุ้นของบริษัท AI เหล่านี้โดยอัตโนมัติแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นกับ SpaceX

นักลงทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนดัชนีฯ อาจจะเป็นเจ้าของหุ้น AI และอวกาศอยู่แล้ว โดยไม่รู้ตัว แต่การเข้าคำนวณในดัชนีฯไม่ได้แปลว่ากองทุนจะทุ่มเงินซื้อเต็มพอร์ตทันที น้ำหนักลงทุนยังขึ้นอยู่กับจำนวนหุ้นที่เปิดซื้อขายจริง แม้ SpaceX จะมีมูลค่ามหาศาล แต่ด้วย Free Float ที่ต่ำ ทำให้น้ำหนักในกองทุนตลาดรวมยังมีขนาดเล็กมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเส้นทางเข้าสู่พอร์ตของนักลงทุน

ในอดีต นักลงทุนต้องเลือกหุ้นรายตัวเพื่อเข้าถึงบริษัทแห่งอนาคต แต่วันนี้ ระบบกองทุนดัชนีกำลังทำหน้าที่นั้นแทน และหาก OpenAI หรือ Anthropic เข้าตลาดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มีโอกาสสูงที่นักลงทุนจำนวนมากจะได้เป็นเจ้าของบริษัทเหล่านี้ ก่อนที่จะรู้ตัวเสียอีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...