โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัปเดต "รถไฟไฮสปีด 3 สนามบิน" ส่อล่ม! "ซีพี" ยื่นคำขาดไม่แก้สัญญาขอยุติ

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2569 โดยเมื่อปี 2561 (รัฐบาลพลเอกประยุทธ์) มีการลงนามร่วมลงทุนระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับบริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซีพี) แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีผลกับออกหนังสือเริ่มงาน (NTP) ทำให้คู่สัญญาขอให้รัฐมีมาตรการเยียวยา และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการเยียวยาที่รวมถึงการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนเมื่อวันที่ 19 ต.ค.2564

การเจรจาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 มาถึงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องถึงรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ ครม.เห็นชอบหลักการแก้ไขสัญญาเมื่อวันที่ 11 ต.ค.2567 เมื่อถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีระกูล ชุดที่ 1 มีจุดยื่นการแก้ไขสัญญาขัดหลักการ PPP จนกระทั่งรัฐบาลนายอนุทิน 2 ยังไม่ยุติปัญหาดังกล่าว

ล่าสุด นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการ รฟท.กล่าวว่า การหารือร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย รฟท. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO และเอกชนคู่สัญญา คือ บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซีพี)

ทั้งนี้ ได้สรุปข้อเสนอรวม 2 ทางเลือก เพื่อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ดังนี้

1.) แนวทางแก้ไขสัญญาเป็นไปตามมติ กพอ.เดิม ซึ่งหาก กพอ.เห็นชอบตามแนวทางนี้จะเดินหน้าโครงการตามเงื่อนไขที่ได้หารือไว้ และเป็นไปตามร่างสัญญาที่ทางอัยการสูงสุดตรวจสอบแล้ว โดยกระบวนการต่อไปจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติแก้ไขหลักการ และไปสู่กระบวนการลงนามแก้ไขสัญญาร่วมทุนฉบับใหม่
2.)แนวทางสิ้นสุดสัญญา โดยกรณีนี้จะเกิดขึ้น หาก กพอ.พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขสัญญาตามมติ กพอ.เดิมได้จะนำไปสู่กระบวนการพิจารณาเหตุแห่งการสิ้นสุดสัญญา ซึ่ง รฟท.และเอกชนคู่สัญญาต้องกลับมาพิจารณาข้อกฎหมาย

ปมปัญหาหลัก: แหล่งเงินทุนสะดุด
รวมทั้งศึกษาเงื่อนไขของสัญญาร่วมทุนอย่างละเอียดว่าการสิ้นสุดสัญญาจะเกิดขึ้นด้วยเหตุใด และแต่ละฝ่ายต้องมีภาระหน้าที่อย่างไรตามกฎหมายร่วมทุน (PPP) ที่ผ่านมามีการลงทุนส่วนใดไปบ้าง และฝ่ายใดต้องรับผิดชอบสิ่งใดบ้าง

“ผลการเจรจากับเอกชนยอมรับเอกชนคู่สัญญาหาแหล่งเงินทุนไม่ได้ เนื่องจากสถาบันการเงินขาดความเชื่อมั่นและมองโครงการมีความเสี่ยงสูงเกินไป ปัจจุบันเอกชนจึงยื่นเงื่อนไขว่าหากไม่แก้ไขสัญญาเดิม โครงการอาจเดินต่อไม่ได้เป็นเหตุต้องสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน”

นายอนันต์ กล่าวว่า ผลจากการหารือร่วม 3 ฝ่ายนั้น รฟท.จะเสนอคณะกรรมการ รฟท.รับทราบเดือน ก.ค.นี้ จากนั้นจะเป็นกระบวนการเพื่อเตรียมเรื่องเสนอ กพอ.พิจารณา ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้จะใช้เวลา 2 เดือน จึงคาดว่าจะเสนอ กพอ.ภายในเดือน ส.ค.นี้

ส่วนผลกระทบจากความล่าช้าของรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน หากต้องสิ้นสุดสัญญา รฟท.ประเมินแผนสำรองเพื่อไม่ให้กระทบบริการขนส่งทางรางเข้าพื้นที่ EEC โดยเตรียมหารือ สกพอ.ถึงแผนพัฒนาเมืองและความต้องการใช้ระบบขนส่งทางราง ซึ่ง รฟท.มีรถไฟทางคู่เข้า EEC และทำความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้นจะทำแผนเพิ่มความถี่และปรับขบวนรถไฟรองรับดีมานด์

“รถไฟความเร็วสูงจะเดินหน้าต่อหรือไม่ต้องรอผลพิจารณาจาก กพอ.โดยหากสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนกับเอกชนรายเดิม การรถไฟฯ จะหารือ สกพอ.พิจารณาความจำเป็นของรถไฟความเร็วสูง เพราะสถานการณ์การลงทุนเปลี่ยนไปและ รฟท.มีรถไฟทางคู่พร้อมบริการ”

เล็งหาทางออก “แอร์พอร์ตเรลลิงค์”

นายอนันต์ กล่าวว่า หากข้อสรุปมีเหตุให้ต้องสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนกับบริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด จะทำให้สัญญาบริหารรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่จะสิ้นสุดเดือน ก.ย.2569 ต้องสิ้นสุดด้วยเพราะ รฟท.ต่อสัญญาไม่ได้กับบริษัท เอเชีย เอรา วัน ที่ไม่ได้เป็นคู่สัญญาร่วมลงทุน โดย รฟท.เร่งหาแนวทางบริหารงานเดินรถรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ให้ต่อเนื่อง โดยยืนยันไม่ให้ส่งผลกระทบบริการประชาชน

ส่วนผลกระทบก่อสร้างโครงสร้างร่วมรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง โดย รฟท.จะเสนอ ครม.แก้มติเดิม เพื่อแยกงานก่อสร้างมาดำเนินการเอง โดย รฟท.จะเปิดประกวดราคาและลงทุนก่อสร้างภายใต้สัญญาโครงการไฮสปีดไทยจีน ซึ่งได้ออกแบบโครงสร้างที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินแล้ว
ดังนั้น จึงนำมาปรับปรุงและจะเปิดประมูลได้เร็วเพื่อไม่ให้กระทบภาพรวมรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนที่กำลังก่อสร้างและจะเปิดปี 2574

5 เงื่อนไขยกเลิกสัญญา “ซีพี”
สำหรับเงื่อนไขของการบอกเลิกสัญญาที่ระบุไว้ในโครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน ปัจจุบันยึดตามข้อกำหนดในสัญญาร่วมลงทุนที่ระบุไว้ 5 ส่วน คือ
1. เมื่อครบกำหนดอายุสัญญาสัมปทาน 50 ปี ก็จะสิ้นสุดสัญญา
2. ปัญหาการส่งมอบพื้นที่ไม่เรียบร้อย หรือการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เกิดขึ้น
3. เหตุสุดวิสัยที่ส่งผลต่อโครงการ
4. ความผิดที่เกิดขึ้นจากฝ่ายเอกชน หรือความผิดของฝ่ายภาครัฐ
5. การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล

2 ทางออกสุดท้าย “แก้-ยกเลิกสัญญา”
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้คณะทำงาน 3 ฝ่ายร่วมหารือแก้ไขปัญหารถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน 4 แนวทาง ประกอบด้วย
1. เดินหน้าตามมติ กพอ.โดยแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน
2. รัฐบาลให้ความช่วยเหลือจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
3. แยกงานก่อสร้างพื้นที่ทับซ้อนโครงการไฮสปีดไทยจีน สัญญา 4-1 บางซื่อ-ดอนเมือง ให้ รฟท.ดำเนินการ
4. สิ้นสุดสัญญาร่วมทุน

ทั้งนี้ ได้หารือร่วมกันต่อเนื่องและเอกชนคู่สัญญาหารือสถาบันการเงินหลายแห่งได้ข้อยุตินำกลับมาหารือร่วมกันวันที่ 24 มิ.ย.2569 มีเพียง 2 แนวทางที่เป็นไปได้เพื่อเสนอ กพอ.คือ แนวทางเดินหน้าตามมติ กพอ.แก้ไขสัญญาร่วมลงทุน และแนวทางสิ้นสุดสัญญา เนื่องจากเอกชนคู่สัญญาได้เจรจาสถาบันการเงินแล้วยืนยันว่าปล่อยกู้ไม่ได้
ส่วนกรณีหากสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนและต้องมีฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหาย หรือมูลค่าการเสียโอกาสจากโครงการนี้เบื้องต้น สกพอ.ต้องรอมติ กพอ.กำหนดแนวทางที่เหมาะสมของโครงการ หลังจากนั้นจะดูรายละเอียดสัญญาร่วมทุนที่กำหนดแต่ละฝ่ายรับผิดชอบส่วนใดบ้าง

ข้อมูล : กรุงเทพธุรกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...