โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2569

>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยคุ้มเกล้า 61 เสียหายทั้งหมด

06.24 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยคุ้มเกล้า 61 ถนนคุ้มเกล้า แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ปลูกติดกัน 3 หลัง จำนวน 10 ห้อง ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 150 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่ทราบสาเหตุเนื่องจากเพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดกระบัง

>> รองนายกฯ เอกนิติ แถลงงบฯ ปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ใช้งบคุ้มค่า โปร่งใส สร้างการเติบโตยั่งยืน

09.00 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า รัฐบาลจัดทำร่าง พ.ร.บ. นี้ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิต และความมั่นคงของประชาชนในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายรัฐบาล

งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีวงเงินทั้งสิ้น 3,788,000 ล้านบาท จำแนกเป็น รายจ่ายประจำ 2,786,367.1 ล้านบาท รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 71,038.1 ล้านบาท รายจ่ายลงทุน 789,171.5 ล้านบาท และรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 151,520 ล้านบาท

โดยสามารถจำแนกตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณได้ 6 ยุทธศาสตร์ 1 รายการ ได้แก่ ด้านความมั่นคง ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ รวมถึงงบประมาณสำรองเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน ภัยพิบัติ และภารกิจจำเป็นของรัฐ

ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันจะบริหารงบประมาณรายจ่ายนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายและกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด ให้เม็ดเงินไปสู่ประชาชน สร้างการเติบโตให้ประเทศอย่างเต็มศักยภาพ ทั่วถึง และยั่งยืน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

>> ศาลอาญาพิพากษาจำคุก "แม่" หลอกพาลูกวัย 13 ค้าประเวณีที่ญี่ปุ่น คุก 7 ปี 6 เดือน

09.00น. ที่ห้องพิจารณาคดี 905 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการ พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 3 เป็นโจทก์ น.ส.ลักษณา (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นธุระจัดหา ล่อหรือพาไปเพื่อการอนาจาร สนองความใคร่ของผู้อื่น แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม อันเป็นการกระทำกับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และ ข้อหาค้ามนุษย์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี, พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282, 285, 286

จากกรณีจำเลยพาลูกสาววัย 13 ปี ไปที่ประเทศญี่ปุ่น อ้างว่าจะพาไปเที่ยว แต่กลับพาไปค้าประเวณีที่ร้านนวดแฝงบริการทางเพศในโตเกียว ก่อนจำเลยจะเดินทางไปค้าประเวณีที่ไต้หวันและถูกจับกุม ส่วนเด็กหญิงผู้เสียหายวัย 13 ปี หลบหนีออกมาได้และเข้าขอความช่วยเหลือกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองโตเกียว โดยผู้เสียหายอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จำเลยให้การรับสารภาพ

โดยก่อนอ่านคำพิพากษาศาลได้อ่านผลการสืบเสาะประวัติของจำเลยให้จำเลยฟัง ซึ่งไม่พบการกระทำความผิดอาญามาก่อนและมีประวัติในการทำงานนวดที่ต่างประเทศครั้งละประมาณ 14-19 วัน มีรายได้ครั้งละประมาณ 50,000-80,000 บาท มาก่อน

ศาลพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทที่หนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ลงโทษฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ จำคุกเป็นเวลา 5 ปี, ฐานกระทำการอันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่การค้าประเวณีของผู้อื่นลงโทษจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ จำคุกเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน และฐานกระทำการอันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่การค้าประเวณีของผู้อื่น จำคุกเป็นเวลา 5 ปี รวมโทษจำคุกเป็นเวลา 7 ปี 6 เดือน ริบของกลางโทรศัพท์มือถือ

>> เด็กเรือวัย 18 ปี ขับเจ็ตสกีนำไปส่งลูกค้า ก่อนพลัดจมหายกลางทะเลจอมเทียน ก่อนพบร่างลอยกลับเข้าฝั่ง จนท.ยื้อชีวิตไม่ได้

09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน บริเวณชายหาดจอมเทียน ซอย 15 เมืองพัทยา หลังรับแจ้งมีผู้สูญหายกลางทะเล เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ด กู้ภัย และตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบทีมไลฟ์การ์ดและผู้ประกอบการเจ็ตสกีช่วยกันค้นหาร่างผู้สูญหายห่างฝั่งประมาณ 100 เมตร ใช้เวลาราว 20 นาที ก่อนร่างจะลอยกลับเข้ามาใกล้ชายฝั่ง เจ้าหน้าที่รีบนำขึ้นจากน้ำและทำ CPR พร้อมประสานทีมแพทย์เข้าช่วยเหลือ แต่สุดท้ายเสียชีวิต ผู้เสียชีวิตเป็นชาย อายุ 18 ปี โดยบริเวณชายหาดพบเจ็ตสกีที่คาดว่าใช้ขับขี่ก่อนเกิดเหตุจอดลอยอยู่

เพื่อนร่วมงานให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตทำหน้าที่เด็กเรือของผู้ประกอบการเจ็ตสกี และกำลังนำเจ็ตสกีไปส่งให้ลูกค้าใช้บริการ ก่อนจะหายไปจากสายตา กระทั่งพบเจ็ตสกีลอยอยู่กลางทะเลโดยไม่มีผู้ขับขี่ จึงช่วยกันออกค้นหา

เบื้องต้น ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต โดยยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และรอผลชันสูตรจากแพทย์นิติเวชอย่างละเอียดอีกครั้ง

>> คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณ แยกสะปอม อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เบื้องต้นบาดเจ็บ 2 ราย

11.41น. ได้เกิดเหตุระเบิดรถเจ้าหน้าที่ อส. สุไหงโกลก บริเวณท่อลอด ในพื้นที่บ้านไพรวัน ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เบื้องต้นมีรายงานประชาชนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย

รายแรก (อายุ 45 ปี) มีแผลฉีกขาดที่หน้าผากและศีรษะ รวมถึงมีแผลที่มือซ้าย และต้นขาซ้ายผิดรูป และ รายที่สอง (อายุ 38 ปี) มีบาดแผลบริเวณแขนขวาและนิ้วมือซ้าย หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมพื้นที่และนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์อย่างเร่งด่วน

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นเส้นทาง เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่และให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว ขอให้ผู้สัญจรหลีกเลี่ยงบริเวณเส้นทางดังกล่าว โดยรายละเอียดและความคืบหน้าของเหตุการณ์จะรายงานให้ทราบเพิ่มเติมต่อไป

>> ปิดตำนาน "นักอุ้มในเครื่องแบบ" กองปราบรวบอดีตตำรวจ อคฝ. หนีคดีพยายามฆ่า

11.52 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายสอ( นามสมมุติ) อายุ 54 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ อคฝ. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ในความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” โดยจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถแห่งหนึ่ง พื้นที่เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายถูกกลุ่มชายไม่ทราบชื่อรุมทำร้ายร่างกายบริเวณลานจอดรถของที่พักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณใบหน้า ก่อนกลุ่มผู้ก่อเหตุจะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่เรสซิเดนซ์แห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อพบผู้ต้องหากำลังเดินออกจากที่พักมายังลานจอดรถ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและเข้าทำการจับกุม

จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายสอ พบว่าเคยก่อเหตุอุกฉกรรจ์เกี่ยวกับการอุ้มผู้เสียหายมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยคดีแรกเมื่อปี 2550 เคยก่อเหตุอุ้มเศรษฐีชาวต่างชาติ เจ้าของบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐอเมริกา ไปกักขังล่ามโซ่สวมกุญแจมือ เพื่อเรียกค่าไถ่จำนวน 28 ล้านบาท (ศาลพิพากษาจำคุก 13 ปี) และคดีที่สองในปี 2559 หลังพ้นโทษได้ร่วมกันก่อเหตุบุกค้นบ้านนักธุรกิจและนักสะสมพระเครื่องใน จ.ปทุมธานี โดยอ้างว่าเหยื่อเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก่อนยึดทรัพย์สินกว่า 1 ล้านบาท และอุ้มเหยื่อไปกักขังเพื่อบังคับโอนเงินอีก 1 ล้านบาท (ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน)

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในข้อเท็จจริงบางส่วน โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุมีคนรู้จักมาบอกว่า ผู้เสียหายมาข้องแวะกับแฟนสาวของตน ตนซึ่งรู้จักกับผู้เสียหายจึงเป็นผู้ชี้เป้าที่พักให้กลุ่มพรรคพวกไปดักรอทำร้าย แต่ในวันเกิดเหตุตนไม่ได้ร่วมลงมือด้วย เมื่อทราบข่าวว่าผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ ตนจึงหลบหนีจากภูเก็ต มากบดานที่กรุงเทพฯ จนกระทั่งถูกจับกุมในที่สุด เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> รถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักพุ่งเข้าเต้นท์ขายรถมือสอง ริมถนนเส้นทาง ลำปาง - ห้างฉัตรสายเก่า หนุ่มคนขับบาดเจ็บสาหัส กู้ภัยเร่งทำ CPR แต่ไม่เป็นผล จ.ลำปาง

12.51 น. สมาคมกู้ภัยลำปาง ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักพุ่งชนเต้นท์ขายรถยนต์มือสอง และมีผู้บาดเจ็บสาหัสติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ ริมถนนสาย ลำปาง - ห้างฉัตรสายเก่า ในพื้นที่ ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล นิสสัน อเมร่า สีเทา ป้ายทะเบียน ลำปาง สภาพพังเสียหาย พลิกตะแคงทับฝากระโปรงหน้ารถกระบะและรถนั่งส่วนบุคคล ภายในเต็นท์ดังกล่าว
ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายอาการสาหัสและหมดสติ ติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ ทางอาสาสมัคร ดำเนินการใช้เครื่องมือตัดถ่างงัดรถ และนำร่างของผู้ขับขี่ออกมา ก่อนจะเร่งปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุประมาณ 30 - 40 ปี ทั้งนี้ อุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลให้มีรถยนต์ได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 5 คัน

ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง จะทำการสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

>> ตร.เรียกพยาน คดีฆ่าถ่วงน้ำ สอบปากคำ พิสูจน์หลักฐานเก็บดีเอ็นเอ พยานและแม่ผู้เสียชีวิต

14.00 น. ที่ห้องสอบสวน สภ.บางบัวทอง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เดินทางเข้าสอบปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เก็บรวบรวมหลักฐาน ถังพลาสติกผสมปูน จอบ ตะขอ และอุปกรณ์ต่างๆที่งมขึ้นมาจากใต้น้ำ จากนั้นได้เดินทางเข้าเก็บดีเอ็นเอ และพิมพ์ลายนิ้วมือ "นายเล็ก" หนึ่งในพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ และเก็บดีเอ็นเอ มารดาของนายเจี่ย ไว้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบ

ขณะเดียวกัน นายเล็ก หนึ่งในผู้อยู่ในเหตุการณ์ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และพนักงานสอบสวน พร้อมทั้งให้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บดีเอนเอ โดยใช้เวลาสอบปากคำนานเกือบ 2 ชม.

ด้านมารดาของนายเจี่ย กล่าวว่า ตนยังมีความหวังว่าจะเจอลูกชาย อยากให้เจอวันนี้ แต่ตนยืนยันไม่ได้ว่าลูกชายถูกฆาตกรรมหรือไม่ เพราะตนไม่ได้เห็นกับตา วันนี้เดินทางมาตรวจดีเอ็นเอ ส่วนนายเล็ก ตนไม่รู้จัก พอเขายกมือไหว้ทักมาก็ทักตอบ เขาน่าจะเป็นเพื่อนกับนายเจี่ย เพราะลูกมีเพื่อนเยอะ ตอนนี้ตนรับข่าวสารจากข่าวในโทรทัศน์ แต่ตนเชื่อว่าร่างลูกชายกับจักรยานยนต์อยู่ในบ่อดิน เพราะคาดว่าเขาน่าจะโยนลงไปพร้อมกัน ส่วนตัวตนไม่เคยฝันถึงลูกแต่ก็มีบนและจุดธูปบอกลูกให้ศพขึ้นมา ตอนนี้ตนทำใจแล้วหากลูกชายเสียชีวิต และอยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้

เบื้องต้นตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พบว่าวันเกิดเหตุมีผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด 6 คน รวมผู้ตาย ซึ่งขณะนี้ได้ยื่นเรื่องขอการสนับสนุนจากกองทัพเรือให้ช่วยลงค้นหาศพ ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจน้ำได้ยืนยันจะลงพื้นที่ค้นหาภายใน 1-2 วันนี้เช่นกัน

>> เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยเคหะร่มเกล้า 54 คาดไฟฟ้าลัดวงจรที่ตู้เย็น

14.10 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเคหะร่มเกล้า 54 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านคอนกรีตชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องครัว เพลิงลุกไหม้ตู้เย็น หม้อหุงข้าว ฝ้าเพดาน และลุกลามฝาผนัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ตู้เย็น ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยร่มเกล้า

>> "บิ๊กเต่า" เผย "ปลัดภูเก็ต" ให้การรับสารภาพ รับและจ่ายเงินที่เกี่ยวกับการสอบราชการในท้องถิ่นจริง CIB เตรียมแถลงพรุ่งนี้

15.00 น. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก. ) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีจับกุม นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต เรียกรับเงินแลกบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การว่ามีการเรียกรับและจ่ายเงินที่เกี่ยวกับการสอบราชการในท้องถิ่นจริง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายรายหนึ่ง ที่ถูก นายรุ่งเรือง เรียกรับเงินจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยดำเนินการแก้ไขเอกสาร ส.ค.1 เกี่ยวกับสิทธิครอบครองที่ดินแปลงหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่า เงินจำนวน 1 ล้านบาท ที่ผู้เสียหายคดีแก้ไขเอกสารที่ดินโอนมานั้น มีเงินจำนวน 9 แสนบาท โอนไปใช้คืนให้กับผู้เสียหายในคดีแรกและเงินส่วนต่าง 1 แสน ก็อยู่ในบัญชีของนายรุ่งเรือง

รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง กล่าวอีกว่า ทั้ง 2 คดี ยังมีผู้เสียหายอีก 3-4 ราย ที่ติดต่อเข้ามายัง บก.ปปป. เพื่อเตรียมร้องทุกข์กล่าวโทษนายรุ่งเรือง ในคดีเรียกรับผลประโยชน์เพิ่มเติม และตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผลถึงกระบวนการ เนื่องจากพบข้อมูลว่า มีขบวนการที่รวบรวมบุคคลที่จะสอบเข้ารับราชการและส่งมาให้นายรุ่งเรือง

ส่วนกรณี นายพิชิต ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ประเด็นนี้ทาง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ดำเนินการ แต่หากมีผู้เกี่ยวข้องรายอื่นร่วมด้วย ทางตำรวจจะดำเนินการ

โดยในวันพรุ่งนี้ (30 มิ.ย.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) จะมีการเตรียมแถลงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่นอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

>> ปลัดฯ กทม. เผย คนกรุงใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ 2.2 ล้าน คิดเป็น 49.7 เปอร์เซนต์

15.41 น. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เผยเกี่ยวกับสถิติผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4,428,644 คน และมีผู้มาใช้สิทธิ 2,201,739 คน คิดเป็นร้อยละ 49.7 ขณะที่การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4,384,693 คน และมีผู้มาใช้สิทธิ 2,077,921 คน คิดเป็นร้อยละ 47.4

สำหรับข้อมูลสถิติการเลือกตั้งแยกรายเขตและรายหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดได้มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านทาง เว็บไซต์ "เลือกตั้งกรุงเทพ69" เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างโปร่งใส พร้อมขอบคุณประชาชนชาวกรุงเทพมหานครที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและร่วมทำหน้าที่พลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย

"ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเลือกตั้งทุกฝ่าย ทั้งกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายประมวลผลคะแนน ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนรวมกว่า 74,000 คน ที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ความทุ่มเท และความอดทน จนทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส"

>> “พันตำรวจโท” เอี่ยวกระบวนการค้ายาภาคเหนือ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน

16.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภาค 5 ร่วมกับสำนักปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรภาค 4 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายและตำรวจภูธรจังหวัดเลย เปิดปฏิบัติการยุทธการตัดเนื้อร้าย-เจ้าหน้าที่รัฐ จับกุม นายตำรวจยศ “พันตำรวจโท” ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.วังสะพุง จ.เลย โดยมีพฤติการณ์นำข้อมูลความลับทางราชการไปแจ้งให้ขบวนการลักลอบยาเสพติดทราบ รวมถึงช่วยเหลือผู้กระทำความผิดไม่ให้ถูกดำเนินคดี พบยาบ้า 75 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน และสามารถอายัดทรัพย์สินกว่า 2 ล้านบาท นั้น

ล่าสุด พล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ได้มีคำสั่ง เรื่องให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมเปิดเผยว่า พ.ต.ท. รายนี้ ตำแหน่งคือ เป็นพนักงานสอบสวน สภ.เอราวัณ จังหวัดเลย ซึ่ง พ.ต.ท. รายนี้ มีหมายจับ ของ ปปส.ภาค 5 ซึ่งมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งมีหมายจับติดตัว อยู่ระหว่างการติดตามตัว ทางตำรวจภูธรจังหวัดเลย ตำรวจภูธรภาค 4 และ ปปส.ภาค 5 ได้เข้าร่วมในการกุมตัว ได้ที่บ้านพัก ที่อำเภอวังสะพุง จากนั้น ได้นำตัวไปที่ ห้องทำงาน ที่ สภ.เอราวัณ และได้ตรวจค้น พบยาบ้า จำนวน 75 เม็ด ซึ่งเจ้าตัวได้บอกว่า เป็นยาเสพติด ที่เป็นของกลาง ในอีกคดีหนึ่ง และได้นำตรวจไปตรวจปัสสาวะ ผลออกไม่พบสารเสพติด ซึ่งในส่วนของ พ.ต.ท. นายนี้นั้น ตนเองได้ออกคำสั่ง ให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ด้าน นายชัยพจน์ จรูญพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องก็ได้ กำชับไปยังตำรวจถึงมาตรการที่จะไม่เอาเจ้าหน้าที่รัฐ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งกำชับและทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ก็ได้มีคำสั่ง เรื่องให้ข้าราชการตำรวจรายนี้ ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว ทางเราไม่เอาด้วยอยู่แล้ว

>> หนุ่มเมียนมา ขี่รถจักรยานยนต์ ชนเข้ากลางลำ รถนั่งส่วนบุคคล กลางถนนจอมพล ป. บาดเจ็บสาหัส อาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือนำส่ง รพ.

20.00 น. สมาคมอยุธยารวมใจหน่วยกู้ภัยอยุธยา รับแจ้งอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล มีผู้บาดเจ็บหลายราย บนเส้นทาง ถนนจอมพล ป. บริเวณจุดกลับรถใกล้เคียง หมู่บ้านพระปิ่น โครงการที่ 9 ในพื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีเทา จอดอยู่สภาพประตูฝั่งซ้ายมีร่องรอยการชนพังเสียหาย ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ คาวาซากิ สีเขียว-ดำ ล้มคว่ำ สภาพหน้ารถพังเสียหาย

ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดจำนวน 3 ราย เป็นผู้ขับขี่และโดยสารรถเก๋ง ชาย 1 หญิง 1 อาการปานกลาง เจ้าหน้าที่กู้ภัยให้การปฐมพยาบาลก่อนเคลื่อนย้ายนำส่งโรงพยาบาลราชธานีโรจนะ ส่วนบาดเจ็บรายที่ 3 เป็นชายชาวเมียนมา ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อาการสาหัสหมดสติในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลก่อนขอสนับสนุนทีมแพทย์กู้ชีพจากโรงพยาบาลเอเชียอินเตอร์ฯ

ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน จะได้ทำการ ตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

>> กองทัพภาคที่ 1 ชี้แจง กรณีประกาศกำหนดพื้นที่รักษาความสงบ บ้านหนองจาน

20.03 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีมีการนำเสนอ ข้อมูลเกี่ยวกับการประกาศกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูงจ.สระแก้ว โดย ฉก.โคกสูง ว่าเชื่อมโยงกับการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

กองทัพภาคที่ 1 ขอเรียนชี้แจงว่า กกล. บูรพา โดย ฉก. โคกสูง ได้ประกาศกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่บ้านหนองจาน เนื่องจากเป็นพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ล่อแหลม และตรวจพบการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอยู่บ่อยครั้ง ตลอดจนควบคุมมิให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่ เข้ามาสร้างประเด็น หรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ระหว่างรอกระบวนการรังวัดที่ดิน โดย ฉก. โคกสูงได้ประกาศควบคุมพื้นที่เฉพาะบริเวณ ตามห้วงเวลา 18.00 น.ถึง 06.00 น. แต่มิได้ห้ามให้ประชาชนออกจากบ้านเรือน หรือเดินทางสัญจรแต่อย่างใด โดยอนุญาตให้ชาวบ้านที่มีพื้นที่ทำกินสามารถเข้าพื้นที่ได้ในห้วงเวลา 06.00 - 18.00 น. ตามปกติ ที่สำคัญพื้นที่ดังกล่าว มีการตรวจพบวัตถุระเบิดตกค้างจำนวนมาก การสัญจรในเวลากลางคืนอาจมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของชาวบ้านรวมไปถึงกำลังพลที่รับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านเข้าพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ บางส่วนเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ ที่อาจจะมีการปรับปรุงฐานที่มั่นหรือการปฏิบัติทางทหาร ฉก.โคกสูง จึงกำหนดให้มีการใช้เส้นทางเข้า-ออก ในพื้นที่การเกษตร เพียงเส้นทางเดียว เพื่อให้การเฝ้าตรวจรักษาความสงบในพื้นที่ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนเส้นทางอื่น มีความจำเป็นสำหรับใช้ในภารกิจทางทหาร

ทั้ง นี้กองทัพภาคที่ 1 โดย กกล.บูรพา ขอยืนยันว่า ยังคงยึดถือและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด ปฏิบัติหน้าที่รักษาและปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเต็มศักยภาพ มีการวางกำลังตลอดแนวชายแดน อีกทั้งมีการเฝ้าตรวจ ลาดตระเวน เพื่อสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตลอดจนสกัดกั้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

>> โฆษก ตร. เผยประสาน AFP ยืนยันลูกเรือหญิงชาวไทยของสายการบินแห่งหนึ่งถูกควบคุมตัวที่ออสเตรเลีย

20.06 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่าลูกเรือหญิงชาวไทยของสายการบินแห่งหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ของประเทศออสเตรเลียควบคุมตัวนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานไปยัง สำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP) ประจำประเทศไทย ซึ่งได้รับการยืนยันว่า บุคคลดังกล่าวถูกควบคุมตัวจริง และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินกระบวนการตามกฎหมายของประเทศออสเตรเลีย

จากข้อมูลที่ได้รับในเบื้องต้น AFP แจ้งว่า ไม่พบบุคคลดังกล่าวมีประวัติการกระทำความผิดในประเทศออสเตรเลียมาก่อน ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ที่ Dame Phyllis Frost Correctional Centre ซึ่งเป็นสถานควบคุมสำหรับผู้ต้องขังหญิงในรัฐวิกตอเรีย ระหว่างรอการดำเนินกระบวนการตามกฎหมายของประเทศออสเตรเลีย

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี สืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

22.03 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.7 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 179 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

>> รถนั่งส่วนบุคคลชนคน มีผู้เสียชีวิตกลางถนนจรัญสนิทวงศ์

05.21 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัย ม.ป่อเต็กตึ๊ง ถนนจรัญสนิทวงศ์ มาจากแยกจรัญฯ 13 มุ่งหน้าแยกไฟฉาย หน้าปากซอย จรัญสนิทวงศ์ ซอย 23 เลนขวา

รถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. เฉี่ยวชนคนข้ามถนน และมีผู้บาดเจ็บ เป็นผู้หญิง 1 ราย อายุประมาณ 65 ปี ทางอาสากู้ภัย และ กู้ชีพ รพ.ศิริราช ร่วมดำเนินการปั้มหัวใจแล้วไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางกอกน้อย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...