‘หมอวรงค์’ เดือด! แถลงซัดเผด็จการรัฐสภา ปิดปากไม่ให้อภิปรายงบ ‘TH-AI’ ลุยยื่น ป.ป.ช. พรุ่งนี้
"หมอวรงค์" เดือด! โวยสภาฯเผด็จการ ปิดปากอภิปรายโครงการ TH-AI Passport ส่อทุจริตล็อกสเปก เตือนรัฐบาลอนุทิน-ไชยชนก ระวังโดน ทุจริต-ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ติดคุกตามรอยคดีจำนำข้าว ถามรัฐบาลไหนว่าต้องการปราบทุจริต แต่ไม่ยอมให้ตรวจสอบ ปากพูดอย่างแต่ทำอย่าง เตรียมหอบเอกสารร้องป.ป.ช. พรุ่งนี้
25 มิถุนายน 2569 - เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงข่าวถึงการตรวจสอบงบโครงการ TH-AI Passport ต่อเนื่องจากห้องประชุมสภา ว่า ที่ตนต้องมาแถลงต่อเนื่องจากประธานฯ ไม่ให้ตนอภิปรายเรื่องนี้ต่อ ซึ่งตนถือว่า เพิ่งจะเจอสภาเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งจริงๆ ที่ผ่านมา ตนไม่เคยถูกปิดปาก ที่ผ่านมาในหลายๆ ครั้งที่เป็นการพิจารณาเรื่องการแปรงบประมาณ หรือเรื่องงบประมาณ ถ้าเป็นเรื่องภาษีประชาชน ทุกสมัยจะให้มีการอภิปราย แต่รอบนี้แค่ขยับไปได้สักส่วนหนึ่งก็พยายามปิดกั้น และสุดท้ายเพิ่งเจอครั้งแรกจริงๆ ที่สุดท้ายไม่ยอมให้ตนอภิปรายในสภา
นพ.วรงค์ กล่าวว่า โครงการ TH-AI Passport คือโครงการที่เอื้อประโยชน์ ล็อคสเปกให้บริษัทเอกชน ที่พัวพันไปที่บริษัทบริษัทแพลน บี หัวใจสำคัญคือ TOR ในเล่ม มี 33 หน้า ประมาณ 17 หัวข้อ ซึ่งตนขอให้ติดตามหัวข้อที่ 4 กำหนดไว้ว่าขอบเขตการดำเนินงาน และในแต่ละข้อย่อยกำหนดไว้ชัดเจนว่า เป็นการดำเนินงาน อย่างน้อยนั่นคือสภาพบังคับว่า จะต้องมี ทั้งข้อกางขาเรื่องจอในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะโยงไปถึงหัวข้อที่ 8 คือการส่งมอบสิ่งของ เท่ากับว่า ถ้าไม่ทำในข้อ 4 ก็ไม่ได้รับเงิน ก็จะถูกผูกเรื่องการรับเงินซึ่งแบ่งเป็น 5 งวด งวดละ 20% ก็ตกงวดประมาณ 324 ล้านบาท แล้ว TOR กำหนดเงื่อนไขต้องมีจอดิจิตอล ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด ตามแหล่งธุรกิจ 400 จุด และกำหนดว่าจะต้องมีจอในร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา และไม่น้อยกว่า 6,000 จุด และกำหนดว่า ต้องมีจอในห้างและนอกห้างไม่น้อยกว่า 200 จุด ซึ่งจอเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะมีที่ร้านสะดวกซื้อเจ้าดัง
นี่คือสิ่งที่สืบค้นได้จากเว็บไซต์บริษัทแพลนบี และเป็นหลักฐานที่ต้องการมาโชว์ในสภาว่า กำลังออก TOR เอื้อประโยชน์ หรือล็อคสเปกให้กับ แพลน บี หรือไม่ ย้ำว่าตนไม่ได้กล่าวหาแพลน บี แต่กล่าวหาราชการ รัฐที่ออก TOR เอื้อประโยชน์ให้บริษัทเดียว และแม้จะมีสัญญาแนบท้ายว่าเป็น per-per-use ก็คือ ใช้รายเดือนแล้วจ่ายเงินทุกเดือน ใช้รายเดือนก็จ่ายเงินทุกเดือน ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพราะมันล็อคสเปก โกงมาแล้ว
นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า แม้รัฐมนตรีกระทวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะพยายามยืนยันว่า ตัวเองไม่รับรู้ ถือว่าเป็นเรื่องของราชการ แต่อย่างน้อยมีหลักฐานว่าตนอภิปรายในสภา คำอภิปรายในสภา ประกอบกับคำมาร่วมแถลงข่าว มันเชื่อมโยงกันได้ ว่าเราเตือนรัฐบาลแล้ว ถ้ารัฐบาลไม่สนใจ รัฐมนตรีดีอีไม่สนใจ ตนก็อยากให้จำโครงการจำนำข้าว ซึ่งตนเคยอภิปรายในสภา แล้วสุดท้ายนายกหญิงท่านหนึ่งก็พยายามปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่ศาลเชื่อการอภิปรายในสภา ตัดสินว่านายกฯ ท่านหนึ่ง ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งวันนี้อภิปรายในสภาด้วยแล้ว ถูกเชื่อมโยงตรงนี้ ตนเชื่อว่าศาลคงจะรับฟังว่า เพราะตนถูกปิด
"เรื่องนี้ก็เหมือนกัน วันนี้ผมถูกปิดปากในสภา แต่มาพูดข้างล่าง รัฐมนตรีดีอีจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ ถ้าท่านยังเดินหน้าต่อท่านก็ถูกข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต รวมทั้งละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แล้วก็ผมอยากจะเรียกร้องไปยังนายกฯ ไหนว่าต้องการปราบทุจริต ถ้าท่านคิดว่าท่านต้องการจะปราบทุจริต ท่านต้องเปิดพื้นที่สภา คนในพรรคท่านต้องเปิดพื้นที่สภาให้เป็นพื้นที่ในการตรวจสอบ ให้โปร่งใส บ้านเมืองจะได้สะอาดขึ้น แต่ปรากฏว่าปากพูดอย่าง ทำอีกอย่าง" นพ.วรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ นพ.วรงค์ ทิ้งท้ายว่า ในวันพรุ่งนี้ (26 มิ.ย.) เวลา 10.30 น. ตนจะนำข้อมูลทั้งหมดไปยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)