โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1% ตามคาด ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น มองเงินเฟ้อใกล้เคียงเดิม

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นนท์ พฤกษ์ศิริ (nond.prueksiri@scb.co.th) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส

กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ด้วยเสียง 7:0 โดยมองว่าดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายเหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำและไม่ทั่วถึง สินเชื่อรายย่อยขยายตัวต่ำ สินเชื่อ SMEs หดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงในปี 2027 หลังปัจจัยกดดันด้านอุปทาน ทั้งราคาพลังงาน และราคาอาหารสดทยอยคลี่คลาย มองไปข้างหน้า กนง. จะติดตามการส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการที่เผชิญต้นทุนสูงขึ้น การเคลื่อนไหวของเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลาง และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนเปราะบาง

เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตดีกว่าการประเมินในการประชุมครั้งก่อน

· กนง. ปรับประมาณการ GDP ปีนี้ขึ้นเป็น 2.3%YOY จากเดิม 1.5%YOY (กรณีไม่รวมมาตรการภาครัฐ) และ 2.0%YOY (กรณีรวมมาตรการภาครัฐ) โดยมีที่มาจาก

o แรงส่งการส่งออกและการลงทุนตาม Tech & AI Cycle ดีกว่าคาด โดยเป็นการเติบโตที่กระจุกตัวอยู่ในภาคการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเทคโนโลยี และการลงทุนในกลุ่มธุรกิจดิจิทัล

o ผลกระทบจากสงครามน้อยกว่าคาด โดยธุรกิจขนาดใหญ่สามารถปรับตัวโดยการกระจายแหล่งนำเข้า-เส้นทางขนส่งวัตถุดิบ ขณะที่ภาครัฐช่วยอุดหนุนบรรเทาต้นทุนพลังงาน

o มาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานของภาครัฐ ตาม พ.ร.ก. เงินกู้ฯ 4 แสนล้านบาท

· กนง. ยังมองการเติบโตของเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2026 และ 2027 ต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะภาคครัวเรือนที่กำลังซื้อถูกกดดันจากค่าครองชีพสูง ขณะที่รายได้ชะลอลง และภาคธุรกิจ SMEs ที่ปรับตัวด้านต้นทุนได้ยากและเข้าถึงสินเชื่อได้จำกัด

· กนง. ประเมินดุลบัญชีเดินสะพัดไทยทั้งปี 2026 ปรับแย่ลงเป็นระดับสมดุล (0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่ประเมินไว้ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมองว่าในช่วงไตรมาส 2 จะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจากปัจจัยชั่วคราว ทั้งราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นมาก และปัจจัยฤดูกาลส่งกลับกำไรของบริษัทข้ามชาติ แต่ประเมินว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะทยอยปรับดีขึ้นกลับมาเกินดุลได้ในช่วงครึ่งปีหลังและปี 2027

เงินเฟ้อจะปรับสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่จะทยอยลดลงเข้ากรอบในปีหน้า

· กนง. ประเมินอัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงเล็กน้อย ค่าเฉลี่ยทั้งปี 2026 อยู่ที่ 2.8% (เดิม 2.9%) ส่วนอัตราเงินเฟ้อ
ในแต่ละเดือนจะทยอยปรับสูงขึ้นเกินกรอบเป้าหมายชั่วคราวจากระดับในเดือนพฤษภาคมที่ 2.8% ไปแตะระดับสูงสุดของปีนี้ที่ 4.5% ในช่วงไตรมาส 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ และราคาอาหารสดที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากผลกระทบของ Super El Nino ในช่วงครึ่งหลังของปี ทั้งนี้เงินเฟ้อจะทยอยปรับลดลงมาอยู่ในกรอบได้ในปี 2027 โดย กนง. ประเมินเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2027 ไว้ที่ 1.4% (เดิม 1.5%)

· เงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มต่ำกว่าและลดลงเร็วกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่า ส่งผลให้การส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการโดยรวมทำได้จำกัดมากกว่า นอกจากนี้ เงินเฟ้อภาคบริการไทยมีแนวโน้มต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนหนึ่งจากการต่อรองค่าจ้างแรงงานในภาคบริการที่ทำได้ไม่มากเท่าบางประเทศ

· เงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางปรับเพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย ในระยะข้างหน้ายังมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ การส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการภายใต้บริบทต้นทุนสูงที่อาจเกิดได้มากขึ้น และปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจรุนแรงกว่าคาด

กนง. มองดอกเบี้ยที่ 1% เหมาะสมในการดูแลเงินเฟ้อ ควบคู่กับการประคองเศรษฐกิจ

· กนง. มองว่าเงินเฟ้อยังมีความเสี่ยง แต่ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากการประชุมรอบก่อน อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1%
ยังเหมาะสมกับแนวโน้มและความเสี่ยงเงินเฟ้อ และยังสามารถประคองเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำและไม่ทั่วถึง

· ไทยยังสามารถคงดอกเบี้ยในระดับต่ำได้ แม้ตลาดการเงินโลกคาดการณ์ว่าธนาคารกลางหลักจะปรับขึ้นดอกเบี้ย อาจทำให้เงินบาทเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าบ้าง แต่เงินบาทที่อ่อนค่านี้อาจช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออก โดยเฉพาะ ธุรกิจส่งออกขนาดเล็ก หรือการส่งออกสินค้าเกษตร ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทผันผวนจนเกินไป

· กนง. พร้อมทบทวนทิศทางนโยบายการเงิน หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงในระยะข้างหน้า โดยความเสี่ยงเงินเฟ้อจะติดตามการส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการที่เผชิญต้นทุนสูงขึ้น และการเคลื่อนไหวของเงินเฟ้อคาดการณ์
ระยะปานกลาง ขณะที่สถานการณ์ภาวะการเงินตึงตัวจะติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนเปราะบาง

SCB EIC มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตลอดปีนี้

· กนง. จะสามารถคงดอกเบี้ยได้ แม้ตลาดการเงินโลกมองดอกเบี้ยขาขึ้น เนื่องจากปัจจัยวัฏจักรและโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยต่างจากประเทศอื่น

o เงินเฟ้อไทยส่วนมากมีที่มาจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาน้ำมันโลก และปัจจัยอุปทาน เช่น ราคาอาหารสด หากแรงกดดันทั้งสองปัจจัยนี้ทยอยหมดลง เงินเฟ้อไทยก็มีแนวโน้มลดลงได้ โอกาสที่เงินเฟ้อไทยจะอยู่ระดับสูงนานค่อนข้างต่ำ

o ไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูง สามารถเข้าดูแลค่าเงินบาทลดความผันผวนได้หากเกิดสถานการณ์เงินทุนไหลออกสูงเช่นในบางประเทศ อีกทั้ง เงินบาทเผชิญแรงกดดันด้านแข็งค่ามากตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดสงคราม ส่วนหนึ่งจากปัจจัยเฉพาะ เช่น การค้าทองคำ ทำให้บาทแข็งค่าแตะระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อเกิดสงครามขึ้น บาทปรับอ่อนค่าลงมาใกล้เคียงช่วงต้นปี 2025 ที่ราว 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่ายังเป็นระดับปกติ เทียบกับช่วงปี 2022 ที่บาทอ่อนค่ามากแตะระดับ 38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ไทยอาจไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยลดการอ่อนค่าของค่าเงินหากเกิดกรณีเงินทุนไหลออกสูง

o เศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำเทียบประเทศในภูมิภาค แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์จึงยังอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ นโยบายการเงินยังต้องให้น้ำหนักกับการประคองเศรษฐกิจ แตกต่างจากบางประเทศเอเชีย
ที่เศรษฐกิจเติบโตได้ดี

· หากมองในมุม Policy Mix นโยบายการเงินในปัจจุบันมีบทบาทช่วยประคองมากกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้สถานการณ์ตลาดการเงินโลกยังผันผวน นโยบายการคลังจะเป็นเครื่องมือหลักในการบรรเทาและกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่มาตรการทางการเงินเฉพาะจุดจะเป็นเครื่องมือหลักในการลดความตึงตัวของภาวะการเงิน ทั้งการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย และการสนับสนุนให้ธุรกิจ SMEs ที่มีศักยภาพเข้าถึงสินเชื่อ

· SCB EIC ประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตลอดปีนี้ สำหรับปีหน้า หากเงินเฟ้อปรับลดลงอย่างรวดเร็ว และผลกระตุ้นเศรษฐกิจของนโยบายการคลังหมดลง ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพและเปราะบาง ลูกหนี้รายย่อยและ SMEs ประสบปัญหาในการชำระหนี้ต่อเนื่อง SCB EIC มองว่า กนง. อาจพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมได้บ้าง

บทวิเคราะห์โดย… https://www.scbeic.com/th/detail/product/policy-rate-240626

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...