โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

คุม "อุทัย" สอบเครียดก่อนฝากขังพรุ่งนี้ พบเปลี่ยนมือถือหนี หลัง "แอร์" ถูกจับ ตร.เร่งขยายผลแก๊ง "แป้งที่แปลว่าแป้ง"

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • RS PCL
คุมตัว “อุทัย” สอบเครียดก่อนฝากขังพรุ่งนี้ เจ้าตัวสารภาพรับยาเสพติดมาจาก อ.เชียงคำ พบทำลายหลักฐาน เปลี่ยนมือถือหนีหลัง “มีนา” ถูกจับ ด้านตำรวจเร่งขยายผลล่าแก๊ง “แป้งที่แปลว่าแป้ง” ตัวการจัดหาคนหิ้วยาไปออสเตรเลีย

เช้านี้วันที่ 5 ก.ค. 2569 ทีมข่าวติดตามความเคลื่อนไหวที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พบว่าเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปด้านใน ให้รออยู่นอกรั้วเท่านั้น และระบุว่าเป็นสถานที่ราชการ ให้เพียงญาติผู้ต้องหาเข้ามาได้เท่านั้น และตั้งแต่ช่วงเช้ายังไม่มีญาติของนายอุทัย คนส่งพัสดุให้นางสาวมีนา และนายอติราช เจ้าของรถโตโยต้า เข้าเยี่ยม

ด้านพลตำรวจตรีสมบูรณ์ เทียนขาว รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่าเบื้องต้นจากการสอบปากคำ นายอุทัยให้การรับสารภาพ และขณะนี้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล ปช.ปส.จะนำตัวไปฝากขังในวันพรุ่งนี้

ส่วนการสืบสวนตรวจสอบพบว่านายอุทัยเพิ่งเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่หลังมีข่าวการจับกุมนางสาวมีนา และมีการทำลายยาเสพติดทิ้ง จึงเชื่อว่ามีความชำนาญในการทำลายหลักฐานและทราบว่าตนเองขนส่งยาเสพติด โดยอ้างว่าเพิ่งทำเพียง 3 ครั้ง เท่านั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล
ส่วนคนที่ใช้บัญชีปริศนาชื่อว่า “แป้งที่แปลว่าแป้ง” ทักชวน “รับหิ้วของไปออสฯ” จากการสืบสวนพบว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่จัดหาคนหิ้วของไปส่งที่ประเทศปลายทาง ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับนายอุทัยที่ส่งของในไทย ซึ่งขบวนการนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขั้นตอน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลทั้งในและต่างประเทศ

ส่วนเครือข่ายนี้เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ บช.ปส.เฝ้าระวังอยู่ก่อนหน้านี้หรือไม่ พลตำรวจตรีสมบูรณ์ระบุว่าที่ผ่านมาตำรวจ ปส. มีการจับกุมขบวนการยาเสพติดมาโดยตลอด ทั้งกลุ่มที่แฝงตัวมากับระบบขนส่งโลจิสติกส์ การจับกุมที่สนามบิน การจับกุมแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วต ซึ่งเคยจับกุมมาแล้ว แต่สำหรับเคสของนายอุทัยอาจยังไม่พบความเชื่อมโยงโดยตรง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น บช.ปส.ได้ประสานข้อมูลร่วมกับทุกหน่วยงาน ทั้ง สำนักงาน ป.ป.ส. และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อตรวจสอบเปรียบเทียบกับพฤติการณ์ในคดีเก่า ๆ ว่าเคยมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นมาก่อนหรือไม่

ส่วนเส้นทางลำเลียงยาเสพติดที่มีรายงานว่ามาจากอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา รอง ผบช.ปส. ยืนยันว่านายอุทัยรับยาเสพติดมาจากพื้นที่ อ.เชียงคำ จริง ซึ่งในอดีตพื้นที่ดังกล่าวเคยมีการจับกุมยาเสพติดล๊อตใหญ่หลายล้านเม็ดมาแล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีแนวชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงมีโอกาสที่กลุ่มขบวนการจะใช้ลักลอบขนส่ง โดยส่วนใหญ่ยาเสพติดจะมาจากประเทศเมียนมา แต่ใช้วิธีเลาะตัดผ่านเข้ามาทางประเทศลาว เนื่องจากช่องทางตรงเข้าไทยทำได้ลำบาก

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่ได้มีการลักลอบเฉพาะที่ อ.เชียงคำ เพียงจุดเดียว ซึ่งในปัจจุบันมีหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงและกองกำลังทหารร่วมกันดูแลพื้นที่แนวชายแดนอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ รอง ผบช.ปส. ยังได้วิเคราะห์ถึงรูปแบบของขบวนการนี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีชาวต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นต้นทางของหัวขบวนการ แต่ลักษณะการทำงานของเครือข่ายนี้จะใช้วิธีตัดตอนเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่สาวถึงตัว เช่น การว่าจ้างขนส่งผ่านระบบพัสดุ การจ้างบุคคลสลับสับเปลี่ยนหน้าที่กันไป มีคนคอยรับช่วงต่อเป็นทอด ๆ รวมถึงกลุ่มคนที่ทำหน้าที่โอนเงินก็จะเป็นอีกชุดหนึ่ง ทำให้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไม่ได้ทำงานคนเดียวตั้งแต่ต้นทางเชียงคำจนถึงปลายทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...