เส้นตาย มี.ค.70 "ทักษิณ" กับคดีภาษีหุ้นชินคอร์ปฯ 1.7 หมื่นล้าน
กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง รวมถึงนายถาวร เสนเนียม ในฐานะอดีต รมช.มหาดไทย หรือในฐานะอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ หรือแม้ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่ม กปปส. ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมสรรพากร เร่งเรียกเก็บภาษีและเบี้ยปรับ จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สืบเนื่องจากคดีขายหุ้นชินคอร์ปฯ ก่อนคดีจะหมดอายุความ มี.ค.2570 ไม่เช่นนั้นอาจต้องฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย
นายถาวร เสนเนียม ชี้แจงขั้นตอน ก่อนถึงขั้นต้องฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นบุคคลล้มละลาย ก่อน มี.ค.2570 หรือภายใน 10 เดือนนี้ กรมสรรพากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งรัด สืบทรัพย์ หรือจัดเก็บภาษีกว่า 17,000 ล้านบาท ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย.2568 จากนายทักษิณ คดีภาษีหุ้นชินคอร์ปฯ ให้แล้วเสร็จโดยชอบด้วยกฎหมาย
เพราะตามขั้นตอน หากไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามคำพิพากษา หรือสืบทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ หรือยึดทรัพย์ และนำทรัพย์ขายทอดตลาดเพื่อชำระภาษีได้ ประกอบกับคดีภาษีหุ้นชินคอร์ปฯ "หมดอายุความ" ก็ต้องฟ้อง "ล้มละลาย" ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ไม่เช่นนั้น นายทักษิณ ก็จะหลุดพ้นจากการเป็น บุคคลที่จะต้องจ่ายภาษีไปโดยปริยาย และทำให้รัฐเสียหาย โดยหน่วยงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ คดีภาษีหุ้นชินคอร์ปฯ มีอายุความ 10 ปี และตามไทม์ไลน์ ขายหุ้นชินคอร์ปฯ ม.ค.2549 จำนวน 73,000 ล้านบาท กรมสรรพากร เรียกเก็บภาษี 28 มี.ค.2560 และเอกสารเรียกเก็บตามหมายศาลฯ ไปติดที่บ้านจันทร์ส่องหล้า นับรวมก็จะครบกำหนด 29 มี.ค.2570 ไม่นับรวมการอุทธรณ์คดี หรือกรณีศาลฯ พิพากษากลับ
นายถาวร ยังชี้แจงว่า หากนายทักษิณไปถึงขั้นที่ต้องเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ก็ยังสามารถที่จะยึดทรัพย์ของนายทักษิณได้อีก และนั่นคือทางออกที่จะทำให้ภาครัฐ ได้งบประมาณมาช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อน ในภาวะวิกฤตพลังงานและกระทบค่าครองชีพในเวลานี้ได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การทำงานของกรมสรรพากร ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา "สอบตก" เพราะไม่สามารถเก็บภาษีคืนได้
จนถึงขณะนี้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงอยู่ระหว่างการปล่อยตัว-คุมประพฤติ หรือ "พักโทษ" ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า พร้อมสวมกำไล EM และมีกำหนดจะรายงานตัวประจำเดือน พ.ค.ในวันที่ 28 นี้
ส่วนการยื่นเอกสารขออุทธรณ์ "ปลดกำไล EM" ยังไม่ยื่นความประสงค์ที่ว่า หลัง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ตามหลักเกณฑ์ของกรมคุมประพฤติ นั้น นายทักษิณ ไม่ได้เข้าเกณฑ์ใด ๆ
ตามเกณฑ์การปลดกำไล EM ที่ว่า คือต้องมีผลกระทบต่อความเจ็บป่วย, ผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ และภูมิลำเนาไม่มีไฟฟ้าและ อินเทอร์เน็ต และกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เพียงสะท้อนถึง การปฏิบัติหน้าที่โดยชอบตามกฎหมายของแต่ละฝ่ายแล้ว ยังหมายถึงกระบวนการยุติธรรม ที่ยังคงพยุงความยุติธรรมไว้
รายงาน : อัจฉรา โพธิ์ศรี ผู้สื่อข่าวการเมือง
อ่านข่าว :
ประจักษ์วิเคราะห์ : วัน "ทักษิณ" และครอบครัว แต่มิใช่ "ตลอดกาล"
"ทักษิณ" คืนบ้านจันทร์ส่องหล้า กับสัญญาณการเมืองที่ต้องจับตา
กรมคุมประพฤติ แจงพักโทษ "ทักษิณ" ติดกำไล EM พร้อม 11 เงื่อนไข