โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ASEAN Week เกาะติด ข่าวอาเซียน ตลอดสัปดาห์นี้ (10 – 16 พ.ค. 2569)

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ASEAN Week ในสัปดาห์นี้ (10 - 16 พ.ค. 2569) อัปเดตข่าวคราวความเคลื่อนไหวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับ ASEAN Week “การเงินธนาคาร” จะพาไปติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวในภูมิภาคอาเซียน ตลอดสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 10 - 16 พฤษภาคม 2569 ได้แก่

นายกฯ ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เตรียมไทยเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank 2026

รัฐบาลไทยเดินหน้าเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF และ World Bank ปี 2569 ซึ่งนายกรัฐมนตรีเปรียบว่าเป็น “โอลิมปิกด้านการเงินการคลังของโลก” โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คนจาก 189 ประเทศ ทั้งผู้นำเศรษฐกิจ ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักลงทุน และสื่อมวลชนทั่วโลก ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมประชุมย่อยอีกกว่า 1,000 รายการ รัฐบาลมองว่าเวทีนี้เป็นโอกาสสำคัญในการโชว์ศักยภาพและอัตลักษณ์ไทย กระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุน โดยชูแนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” เน้นการพัฒนาด้านดิจิทัล AI ความยั่งยืน และการรับมือความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ควบคู่กับมาตรการรักษาความปลอดภัยและการจัดประชุมแบบ Green Meeting เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศไทยบนเวทีโลก

โฆษกรัฐบาล ชี้ “กัมพูชา” บิดเบือน ยันไทยยังไม่ตกลงรับเงื่อนไขกระบวนการ UNCLOS-ยังไม่มีเปิดด่าน

โฆษกรัฐบาลไทยยืนยันว่า ไทยยังไม่ได้ตอบตกลงเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้กรอบ UNCLOS ตามที่สื่อกัมพูชารายงาน โดยไทยเพียงรับทราบเจตจำนงของกัมพูชาเท่านั้น พร้อมย้ำว่าทั้งสองประเทศควรใช้กลไกหารือร่วมกันอย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนบ้าน และยังไม่มีการเจรจาเรื่องกำหนดเขตแดนหรือเปิดด่านชายแดนตามที่ถูกกล่าวอ้างในการหารือช่วงประชุมอาเซียนที่ผ่านมา รัฐบาลไทยยืนยันจะดำเนินทุกแนวทางอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาอธิปไตย เกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของประเทศสูงสุด ผ่านแนวทางสันติวิธีและการเจรจาอย่างสร้างสรรค์

ไฮเออร์ ผุดโรงงานแอร์ AI ใหญ่สุดในอาเซียน รับเทรนด์ Data Center

ไฮเออร์ประกาศใช้ไทยเป็นยุทธศาสตร์สำคัญเชื่อมโยงซัพพลายเชนระดับโลก เพื่อผลิตและส่งออกเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ไปยังยุโรปและอเมริกาเหนือ ท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจ AI, Data Center และกระแสพลังงานสีเขียวที่หนุนความต้องการระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทมองว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีความต้องการเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์พุ่งแตะ 220,000 ยูนิตภายในปี 2573 จากการขยายตัวของเมือง อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และนิคมอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้ายกระดับโรงงานอัจฉริยะในไทยด้วยระบบอัตโนมัติ 65% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรองรับโซลูชันด้านพลังงานที่ยั่งยืนในอนาคต

ไทย “จุดยุทธศาสตร์” ของไฮเออร์

ไฮเออร์เดินหน้าลงทุนสร้างฐานผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์อัจฉริยะ “AI Intelligent Manufacturing Base” ในจังหวัดระยอง บนพื้นที่กว่า 76 ไร่ ซึ่งถือเป็นโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้เทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติกว่า 65% ในสายการผลิต พร้อมผลิตชิ้นส่วนหลักภายในโรงงานทั้งหมดและตั้งศูนย์วิจัยในไทยเพื่อพัฒนาสินค้าสำหรับภูมิอากาศเขตร้อน โรงงานแห่งนี้จะผลิตทั้งระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ ระบบ VRF และระบบทำความเย็นสำหรับ Data Center รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการส่งออกไปยุโรปกับอเมริกาเหนือ โดยมีกำหนดเริ่มผลิตเต็มรูปแบบในปี 2570 สะท้อนเป้าหมายของไฮเออร์ในการใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับโลก และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและโซลูชันพลังงานสีเขียวในอนาคต

ไทยอยู่ตรงไหนในภูมิทัศน์ภัยการเงินดิจิทัลอาเซียน?

รายงาน State of Scams in Southeast Asia 2025 ของ Global Anti-Scam Alliance (GASA) ระบุว่า ไทยมีมูลค่าความเสียหายจากภัยการเงินดิจิทัลเฉลี่ย 354 ดอลลาร์ต่อเคส สูงเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยคนไทยถูกมิจฉาชีพเข้าถึงบ่อยถึง 172 ครั้งต่อคนต่อปี และมีสัดส่วนถูกติดต่อรายวันสูงเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค แต่กลับมีอัตราการตกเป็นเหยื่อต่ำที่สุดในอาเซียนที่ 19% สะท้อนถึงความตื่นตัวและการรู้เท่าทันภัยของประชาชน อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีจุดอ่อนจากการใช้อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียสูง โดยเฉพาะ Facebook และ TikTok ทำให้มิจฉาชีพเข้าถึงได้ง่าย ขณะที่คนไทยจำนวนมากยังเลือกไม่รายงานเหตุการณ์ จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งพัฒนามาตรการป้องกันและสร้างความเชื่อมั่นในการช่วยเหลือผู้เสียหายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“มาเลเซีย” เดินหน้าปฏิรูปอุดหนุนน้ำมัน หลังต้นทุนอุดหนุนเชื้อเพลิงพุ่ง 10 เท่า

มาเลเซียเตรียมปฏิรูประบบอุดหนุนน้ำมันครั้งใหญ่ หลังต้นทุนพุ่งกว่า 10 เท่าจากผลกระทบสงครามอิหร่าน โดยรัฐบาลเตรียมลดโควตาน้ำมันอุดหนุนและปรับไปใช้ระบบช่วยเหลือแบบเจาะจงกลุ่มรายได้น้อยมากขึ้น แม้มีโอกาสเกิดการเลือกตั้งทั่วไปในปีนี้ก็ตาม ขณะที่รัฐบาลกังวลเรื่องเสถียรภาพด้านพลังงานมากกว่าภาระการคลัง หลังค่าอุดหนุนเชื้อเพลิงเดือนเมษายนพุ่งแตะราว 7,000 ล้านริงกิต โดยก่อนหน้านี้มาเลเซียได้ลดโควตาน้ำมันอุดหนุนจาก 300 เหลือ 200 ลิตรต่อคน แต่ยังตรึงราคาน้ำมันไว้ที่ 1.99 ริงกิตต่อลิตร พร้อมเตรียมขยายระบบจัดสรรน้ำมันอุดหนุนไปยังรัฐซาบาห์และซาราวักด้วย

“มาเลเซีย” ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ จับผู้ต้องหา 187 คน 9 สัญชาติ รวมถึงไทย

มาเลเซียเปิดปฏิบัติการ“Op Teguh 2.0” กวาดล้างเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพออนไลน์ข้ามชาติ จับผู้ต้องหาได้ 187 คน จาก 9 สัญชาติ รวมถึงชาวไทย 3 คน พร้อมยึดทรัพย์สินรวมกว่า 57.68 ล้านริงกิต หรือราว 469 ล้านบาท ทั้งคอนโดหรู รถหรู ทองคำ สินค้าแบรนด์เนม เงินสด คริปโทเคอเรนซี และอุปกรณ์ดิจิทัลจำนวนมาก โดยขบวนการดังกล่าวหลอกเหยื่อในฮ่องกง จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ผ่านการลงทุนปลอม แอบอ้างเป็นตำรวจญี่ปุ่น Romance Scam และการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย ขณะที่ตำรวจมาเลเซียระบุว่า เครือข่ายเหล่านี้มีความเชื่อมโยงอาชญากรรมข้ามชาติ และกำลังขยายผลติดตามผู้บงการเพิ่มเติม พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและการท่องเที่ยวเพื่อสกัดเครือข่ายลักษณะนี้ในอนาคต

“เวียดนาม” ร้องขอสหรัฐปล่อยเรือน้ำมันอิรักผ่านฮอร์มุซ หวั่นโรงกลั่นขาดวัตถุดิบ

เวียดนามร้องขอกองทัพเรือสหรัฐฯ อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบ Agio Fanourios I ซึ่งขนน้ำมันจากอิรักจำนวน 2 ล้านบาร์เรล เดินทางต่อมายังเวียดนาม หลังถูกสั่งเปลี่ยนเส้นทางภายใต้มาตรการปิดล้อมอิหร่านในอ่าวตะวันออกกลาง โดยบริษัท PVOIL ระบุว่าน้ำมันล็อตดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโรงกลั่น Nghi Son Refinery ซึ่งกำลังเผชิญภาวะน้ำมันสำรองใกล้วิกฤต และหากล่าช้าอาจกระทบต่อการกลั่นน้ำมัน การใช้พลังงาน และภาคอุตสาหกรรมของประเทศในวงกว้าง ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานราว 20% ของโลก ถูกปิดและส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก โดยเวียดนามยืนยันชัดเจนว่าน้ำมันบนเรือลำดังกล่าวเป็นน้ำมันดิบจากอิรัก ไม่เกี่ยวข้องกับอิหร่านแต่อย่างใด

“เศรษฐกิจกัมพูชา” สะเทือน หลังสหรัฐ-อังกฤษคว่ำบาตรแก๊งคอลเซ็นเตอร์

มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของสหรัฐและอังกฤษที่พุ่งเป้าไปยังเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และฟอกเงินในกัมพูชา กำลังสร้างแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจประเทศในวงกว้าง หลังรายชื่อผู้ถูกคว่ำบาตรครอบคลุมนักธุรกิจผู้มีอิทธิพลและบริษัทที่เชื่อมโยงกับภาคบริการสำคัญ เช่น ธนาคาร ระบบไฟฟ้า และประปา ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องเผชิญภาระด้านการตรวจสอบคู่ค้าและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่สูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกังวลภาพลักษณ์กัมพูชาว่าเศรษฐกิจปกติอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์มากขึ้น แม้รัฐบาลกัมพูชาจะเร่งปราบปรามแก๊งหลอกลวงออนไลน์และยังมีศักยภาพด้านแรงงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรอาจกระทบความเชื่อมั่นและการลงทุนระยะยาวของประเทศต่อเนื่องไปอีกนาน

“เมียนมา” บังคับแรงงานส่งเงินกลับประเทศ ดัน “เงินโอน” ขึ้นเป็นแหล่งเงินตราต่างประเทศอันดับ 1

ข้อมูลจากกระทรวงการคลังเมียนมาระบุว่า เงินโอนกลับประเทศจากแรงงานเมียนมาในต่างแดนพุ่งแตะ 5,600 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 670 ล้านดอลลาร์ในปี 2565 หลังรัฐบาลทหารออกกฎบังคับให้แรงงานต้องโอนรายได้อย่างน้อย 25% ผ่านระบบธนาคารทางการ เพื่อรักษาสภาพคล่องเงินตราต่างประเทศท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามกลางเมืองและมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ โดยเงินโอนดังกล่าวคิดเป็นราว 38% ของเงินตราต่างประเทศที่ไหลเข้าประเทศ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า มาตรการนี้ช่วยพยุงระบบธนาคารที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลทหาร แต่ก็สร้างความกังวลด้านสิทธิมนุษยชน หลังแรงงานจำนวนมากถูกกดดันผ่านการต่ออายุพาสปอร์ตและการทำงานต่างประเทศ รวมถึงอาจผลักดันให้แรงงานหันไปใช้ช่องทางโอนเงินนอกระบบมากขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเมียนมาที่ยังเผชิญเงินเฟ้อสูงและการลงทุนต่างชาติที่ลดลงหนัก

“ฟิลิปปินส์” เจอแรงกดดันเศรษฐกิจ เงินโอนกลับประเทศของแรงงานโตช้าสุดรอบ 3 ปี

ฟิลิปปินส์กำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจ หลังเงินโอนกลับประเทศจากแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างแดนเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นเพียง 2.3% แตะ 2.87 พันล้านดอลลาร์ ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2566 และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ท่ามกลางผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจตะวันออกกลางที่ชะลอตัว โดยแรงงานฟิลิปปินส์กว่า 2.4 ล้านคนทำงานอยู่ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งเงินโอนสำคัญของประเทศ ขณะที่สงครามอิหร่านทำให้มีแรงงานหลายพันคนเดินทางกลับประเทศ ส่งผลต่อกำลังซื้อภายในประเทศและการบริโภคภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ที่ขยายตัวเพียง 2.8% ในไตรมาสแรก ต่ำสุดในรอบหลายปี อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ยังคาดว่าเงินโอนกลับประเทศจะเติบโตได้ 3% ในปีนี้และปีหน้า แม้นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าเศรษฐกิจอาจยังเผชิญความเสี่ยงต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานที่ผันผวน

อินโดนีเซีย เตรียมแก้กฎธนาคาร ดันสินเชื่อหนุนโครงการรัฐบาล จุดกระแสกังวลเสี่ยงหนี้เสีย

อินโดนีเซียกำลังเผชิญความกังวลจากภาคการเงิน หลังหน่วยงานกำกับดูแล OJK เตรียมแก้กฎธนาคารเพื่อผลักดันให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อสนับสนุนโครงการสำคัญของรัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต เช่น โครงการอาหารฟรี บ้านราคาประหยัด และสหกรณ์หมู่บ้าน โดยนักวิเคราะห์มองว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ธนาคารเอกชนต้องลงทุนในโครงการคุณภาพต่ำ จนกระทบเสถียรภาพระบบการเงินและเพิ่มโอกาสเกิดหนี้เสียในอนาคต แม้ OJK จะยืนยันว่าไม่ใช่มาตรการบังคับก็ตาม ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายยังกังวลว่ารัฐบาลกำลังเพิ่มอิทธิพลเหนือสถาบันการเงินอิสระ ท่ามกลางภาวะการคลังที่ตึงตัวและความเสี่ยงขาดดุลงบประมาณที่อาจสูงเกินกรอบกฎหมายกำหนดในปี 2569

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...