นายกเทศบาลเคลียร์ปม ผลสอบพนักงานท้องถิ่น นามสกุลเดียวกันเพียบ
นายกเทศบาลเคลียร์ปมโซเชียลคาใจ ผลสอบพนักงานท้องถิ่น นามสกุลเดียวกันเพียบ ยันโปร่งใส-ตรวจสอบได้ เผยบริบทชุมชน ตระกูลใหญ่ใช้ทั้งหมู่บ้าน 90%
วันที่ 2 ก.ค. 69 ที่สำนักงานเทศบาลตำบลศรีดอนชัย ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย นายศศิพงษ์ ยะฝั้น นายกเทศมนตรีตำบลศรีดอนชัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาล แถลงข่าวชี้แจงแก่สื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ กรณีสื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์ผลการสรรหาและเลือกสรรพนักงานจ้างทั่วไป ตำแหน่งคนงาน ซึ่งปรากฏรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกมีนามสกุลเดียวกัน ถึง 7 ราย จากผู้สอบผ่านทั้งหมด 11 ราย จนเกิดกระแสตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในกระบวนการสอบคัดเลือกว่า
แถลงการณ์ฉบับที่ 1/2569 ยืนยันว่า กระบวนการสรรหาและเลือกสรรบุคคลในตำแหน่งดังกล่าว เป็นไปตามหลักการบริหารจัดการที่ดี โดยยึดระบบคุณธรรม ความเสมอภาค ความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบคะแนนได้ทุกขั้นตอน มีการตั้งคณะกรรมการสอบและกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนอย่างเป็นมาตรฐาน ทั้งภาคปฏิบัติและภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
สำหรับสาเหตุที่มีผู้ผ่านการคัดเลือกนามสกุลเดียวกันหลายรายนั้น นายกเทศมนตรีฯ ระบุว่า เกิดจากบริบททางประชากรของพื้นที่ ต.ศรีดอนชัย ซึ่งมีทั้งหมด 18 หมู่บ้าน มีประชากรรวม 4,617 คน แต่ในพื้นที่ 4 หมู่บ้านหลัก ได้แก่ บ้านศรีดอนชัย หมู่ 7, บ้านศรีชัยมงคล หมู่ 12, บ้านศรีชัยมงคล หมู่ 14 และบ้านศรีดอนชัย หมู่ 15 มีประชากรรวมกัน 1,992 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่มีเชื้อสายไทลื้อและใช้นามสกุลดังกล่าวสูงถึง 1,800 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 90.36 ของประชากรใน 4 หมู่บ้านดังกล่าว
ประกอบกับตำแหน่งที่เปิดรับคือ "คนงานทั่วไป" (ปฏิบัติงานในสำนักงานปลัด และงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) มีอัตราค่าตอบแทนรวมค่าครองชีพอยู่ที่ 11,000 บาทต่อเดือน สัญญาจ้างระยะเวลา 1 ปี ซึ่งลักษณะงานเป็นงานที่ต้องเข้า-ออกตามเวลาราชการ เพื่อดูแลความสะอาดและเปิด-ปิดสำนักงาน ผู้ที่มาสมัครส่วนใหญ่จึงเป็นประชาชนในพื้นที่ 4 หมู่บ้านรอบๆ เทศบาล เพื่อความสะดวกในการเดินทาง การที่ผู้สอบผ่านส่วนใหญ่มีนามสกุลเดียวกันจึงเป็นไปตามสัดส่วนประชากรในพื้นที่จริง ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เทศบาลตำบลศรีดอนชัยได้เน้นย้ำถึงมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยห้ามมิให้ผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หรือพนักงาน เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการติวหรือจัดทำเอกสารเอื้อประโยชน์แก่ผู้สมัครสอบโดยเด็ดขาด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อหากมีผู้ใดแอบอ้างว่าจะช่วยเหลือให้สอบได้ และหากพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวสามารถแจ้งต่อนายกเทศมนตรีหรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของเทศบาลได้ทันทีเพื่อดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของบ้านศรีดอนชัย ม.15 ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้รับการบอกเล่าจาก นายอินสม วงศ์ชัย อายุ 84 ปี ผู้อาวุโสในชุมชน ซึ่งได้ถ่ายทอดประวัติความเป็นมาของนามสกุลว่า ตระกูลเก่าแก่ที่เป็นรากฐานสำคัญของชุมชนแห่งนี้อย่างน่าสนใจ
ข้อมูลประวัติศาสตร์ระบุว่า บรรพบุรุษของตระกูลเป็นกลุ่มคนยุคแรกๆ ที่อพยพมาจาก "เมืองอู" ในเขตสิบสองปันนา ปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศลาว นำโดย "พ่อกำนันเสนา" ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นเด็กชายอายุเพียง 5-6 ขวบ กลุ่มผู้อพยพได้เดินทางรอนแรมผ่านปากน้ำดุก อ.เชียงของ และย้ายไปตั้งรกรากชั่วคราวตามที่ต่างๆ เนื่องด้วยปัญหาความคับแตบของพื้นที่ จนกระทั่งแตกขยายออกเป็น 3 สาย โดยสายหลักสายหนึ่งได้อพยพไปปักหลักอยู่ที่บ้านห้วยเม็ง ต.ริมโขง อ.เชียงของ อีกกลุ่มตั้งใจจะย้ายกลับไปเมืองอู สิบสองปันนา แต่ตอนนั้นมีข่าวว่ามีการสังหารเจ้าเมืองอู กลุ่มนั้นเลยปักหลักอยู่ที่บ้านป่าซาง ปัจจุบันคือบ้านท่าฟ้า สปป.ลาว ส่วนอีกกลุ่มอพยพไปอยู่ที่บ้านบ่อท่าข้าม ปัจจุบันอยู่ในเขต ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น
สำหรับที่มาของนามสกุล “วงศ์ชัย” นั้น เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2456 เมื่อทางการสยามประกาศให้ประชาชนต้องมีนามสกุล ในเวลานั้น "พ่อหลวงชัย" ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของบ้านท่าข้าม จึงได้ริเริ่มตั้งนามสกุล "วงศ์ชัย" ขึ้น โดยอิงจากชื่อของท่านเองเพื่อใช้ร่วมกันในหมู่เครือญาติ ต่อมาในปี พ.ศ. 2492 พ่อกำนันเสนาได้นำพาชาวบ้านขยับขยายพื้นที่ทำกินมายังบริเวณทุ่งสามหมอน (สันตักเต่า) ก่อนจะย้ายมาปักหลักถาวรบริเวณริมถนนใหญ่ในปี พ.ศ. 2496 ซึ่งกลายมาเป็น "บ้านศรีดอนชัย" ในปัจจุบัน
นายอินสม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันชุมชนบ้านศรีดอนชัยเติบโตขึ้นจนแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 7, หมู่ 12, หมู่ 14 และหมู่ 15 มีประชากรรวมกันกว่า 1,000 คน ซึ่งน่าทึ่งว่าประชากรราว 90% ล้วนแต่นามสกุลวงศ์ชัย อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันอาจพบเห็นตัวสะกดที่แตกต่างกันออกไป โดยบางบ้านสะกดด้วย "ศ ศาลา" (วงศ์ชัย) และบางบ้านสะกดด้วย "ค ควาย" (วงค์ชัย) ซึ่งเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการจดบันทึกของเจ้าหน้าที่รัฐในอดีต แต่ตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่หมายถึงวงศาคณาญาติผู้ร่วมสร้างบ้านแปงเมือง ตัวสะกดที่ถูกต้องคือ "ศ ศาลา"
นอกจากนี้ ในอดีตพื้นที่ดังกล่าวยังมีนามสกุลดั้งเดิมอีก 2 สกุล ซึ่งมีที่มาจากผู้นำกลุ่มผู้บุกเบิกในอดีต แต่มีจำนวนผู้สืบุสกุลเพียงเล็กน้อยในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับตระกูลวงศ์ชัยที่เป็นตระกูลหลักของพื้นที่ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ชุมชนนี้จึงสอดคล้องและแจ่มชัดอย่างยิ่งกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในผลสอบของเทศบาลตำบลศรีดอนชัยในปัจจุบัน