หาเงินเข้ารัฐแทนทุบทิ้ง
ใช้กลไกกรรมาธิการให้เกิดประโยชน์ เข้ามาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเดือดร้อนของชาวบ้าน ปัญหาภัยธรรมชาติ รวมถึงปัญหาสิ่งก่อสร้างรุกป่าสงวน
โดยระหว่างรัฐบาลกำลังลุยแก้ปัญหารุกล้ำป่าสงวน ปราบผู้มีอิทธิพล ที่ จ.ภูเก็ตอย่างขะมักเขม้น ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน ประธานแคมป์–น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ยกคณะลงพื้นที่เขานาคเกิด ต.กะรน อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต ซึ่งเกิดเหตุดินถล่ม
ไปคราวนี้ ยกกันไปชุดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนจากกรมทรัพยากรธรณีเขต 4 ผู้แทนจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ผู้แทนจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรียกว่า ไปเห็นกับตา และหาทางแก้ปัญหากันเลย
นอกจากเขานาคเกิด ประธานแคมป์ ยังถือโอกาสไปลงพื้นที่ที่มีปัญหารุกล้ำป่าสงวน ซึ่งพบว่า มีโรงแรม รีสอร์ตหลายแห่งก่อสร้างรุกที่ป่าสงวน ที่อุทยานแห่งชาติ และมีคำสั่งศาลถึงที่สุดให้รื้อถอนอยู่ไม่น้อย
หลังเดินทางกลับมา ปิ๊งไอเดียได้ว่า ไม่จำเป็นต้องรื้อถอนให้เกิดมลพิษจากเศษวัสดุก่อสร้าง และก่อให้เกิดการปล่อยคาร์บอนจำนวนมาก แต่รัฐสามารถเอามาบริหารจัดการได้
ระหว่างอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 เมื่อต้นสัปดาห์ เลยถือโอกาสพูดเรื่องนี้ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเอาไปคิด
ประธานแคมป์ ลุกขึ้นอภิปราย “การรื้อถอนและเศษจากสิ่งก่อสร้างเหล่านี้จะมีการปล่อยคาร์บอนมากกว่าการสร้างใหม่ถึง 13 เท่า คิดว่า ว่าจะดีกว่าหรือไม่ หากรัฐบาลนำสิ่งก่อสร้างเหล่านี้มาหาแนวทางบริหารสินทรัพย์เพื่อจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ เศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยวของภูเก็ตเดินต่อได้ไม่สะดุด ซึ่งประเด็นนี้ดิฉันจะนำไปศึกษาต่อใน กมธ.ที่ดินที่เป็นประธาน กมธ.”
นอกจากเรื่องดังกล่าว ยังใช้จังหวะอภิปรายเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจกที่มุ่งสู่เน็ตซีโร และแนวคิดการบำบัดน้ำเสีย เพื่อเสนอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องได้ฟัง
งานนี้บอกได้คำเดียว ถ้า ประธานแคมป์ บอกจะเอาเข้า กมธ. ตามติดจนกว่าปัญหาจะได้แก้.
ฌ.เฌอ