เปิดพอร์ต “เทมาเส็ก” สินทรัพย์พุ่งแตะ 5.18 แสนล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เดินหน้าเพิ่มลงทุน AI-จีน
"เทมาเส็ก" มูลค่าพอร์ตลงทุนพุ่งแตะ 5.18 แสนล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ทำสถิติสูงสุดเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมประกาศเพิ่มสัดส่วนการลงทุนด้าน AI เป็น 15% ภายในปี 2574
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Temasek Holdings กองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ เปิดเผยว่า มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Portfolio Value) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 518,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 401,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) นับเป็นการทำสถิติสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จากผลตอบแทนที่แข็งแกร่งของการลงทุนในสิงคโปร์และการขายสินทรัพย์ทำกำไร
ในปีงบประมาณดังกล่าว Temasek สร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Total Shareholder Return: TSR) ได้ 10.5% โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสิงคโปร์ รวมถึงกำไรจากการขายเงินลงทุนหลายรายการ
ดัชนี Straits Times Index (STI) ปรับตัวขึ้นกว่า 23% ในช่วงเดือนเมษายน 2568 ถึงมีนาคม 2569 หลังรัฐบาลและธนาคารกลางสิงคโปร์ผลักดันโครงการพัฒนาตลาดทุน (Equity Market Development Programme) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตลาดหุ้น
อย่างไรก็ตาม Temasek ระบุว่า หากไม่มีสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ผลตอบแทนอาจสูงกว่านี้ โดยความขัดแย้งดังกล่าวทำให้มูลค่าพอร์ตลดลงประมาณ 2% ขณะที่การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สิงคโปร์กดผลตอบแทนลงอีกราว 2 จุดเปอร์เซ็นต์
ลดสัดส่วนจีน แต่เพิ่มเม็ดเงินลงทุน
แม้สัดส่วนการลงทุนในจีนจะลดลงเหลือ 17% ของพอร์ต จาก 29% ในปี 2563 แต่ Temasek กลับเพิ่มมูลค่าการลงทุนในจีนอีก 10,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 5 ปี
จีนยังคงเป็นตลาดใหญ่อันดับ 3 ของ Temasek รองจากสิงคโปร์ (27%) และทวีปอเมริกา (26%)
ดิลฮาน พิลเลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Temasek กล่าวว่า บริษัทมองเห็นการฟื้นตัวของจีน และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการลงทุนในจีนเพิ่มขึ้นรวมกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์
ด้านเชีย ซง ฮุย ซีอีโอของ Temasek Global Investments กล่าวว่า จีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่เติบโตสูง สู่เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น ดังนั้นการลงทุนจำเป็นต้องเลือกเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ
Temasek จึงทยอยลดน้ำหนักการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และสินค้าอุปโภคบริโภคแบบดั้งเดิม และหันไปลงทุนในกลุ่ม เทคโนโลยีขั้นสูง (Hard Tech) เช่น ฮาร์ดแวร์ AI โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI หุ่นยนต์ เทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน
ตั้งเป้าเพิ่ม AI เป็น 15% ของพอร์ต
Temasek ระบุว่า AI จะเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนสำคัญของบริษัท โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI จาก 6% ในปัจจุบัน เป็น 15% ภายในปี 2574
ปัจจุบัน Temasek ลงทุนในบริษัท AI ชั้นนำของสหรัฐ เช่น OpenAI และ Anthropic และมีแผนขยายการลงทุนครอบคลุมทั้งผู้ให้บริการคลาวด์ โมเดล AI ระดับพื้นฐาน (Foundation Models) และแอปพลิเคชัน AI
นอกจากนี้ บริษัทจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจ Private Credit จาก 2% เป็น 5% ภายในปี 2574 โดยเน้นสินเชื่อที่มีหลักประกัน เพื่อเพิ่มการกระจายความเสี่ยงของพอร์ต
อีกหนึ่งเป้าหมายคือการเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานประเภท Core-plus Infrastructure เช่น พลังงานหมุนเวียน พลังงานนิวเคลียร์ ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีลดคาร์บอน ให้มีสัดส่วน 5% ของพอร์ตในอีก 5 ปีข้างหน้า
ลงทุน Luckin Coffee หลังฟื้นจากวิกฤต
ในปีที่ผ่านมา Temasek ยังเข้าลงทุนในหลายบริษัท ได้แก่ Luckin Coffee และบริษัทโลจิสติกส์ ANE ของจีน, OpenAI และ Anthropic ของสหรัฐ รวมถึง Ermenegildo Zegna Group ของอิตาลี
Temasek เปิดเผยว่า ได้เข้าลงทุนใน Luckin Coffee หลังบริษัทแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายและธรรมาภิบาลเรียบร้อยแล้ว โดยเชื่อมั่นว่าทีมผู้บริหารกำลังดำเนินธุรกิจไปในทิศทางที่ถูกต้อง แม้บริษัทเคยเผชิญคดีทุจริตทางบัญชีมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐจนต้องถูกเพิกถอนจากตลาด Nasdaq ในปี 2563 ก่อนจะฟื้นตัวและปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จในเวลาต่อมา
อ้างอิง : www.cnbc.com