ยุคใหม่เริ่มแล้ว! สเปซเอกซ์ปล่อย BOHR ดาวเทียมพลังงานนิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ดวงแรกของโลกสู่วงโคจร
ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเทคโนโลยีอวกาศเชิงพาณิชย์ได้รับการจารึกขึ้นอีกครั้ง เมื่อดาวเทียมพลังงานนิวเคลียร์ที่สร้างโดยภาคเอกชนดวงแรกของโลกพุ่งทะยานสู่วงโคจรได้สำเร็จ โดยยานขนส่งอวกาศฟอลคอน 9 (Falcon 9) ของบริษัทสเปซเอกซ์ (SpaceX) ได้ออกเดินทางจากฐานทัพอวกาศแวนเดนเบิร์กในรัฐแคลิฟอร์เนีย ในภารกิจแชร์เที่ยวบินทรานสปอร์เตอร์-17 (Transporter-17) ซึ่งทำหน้าที่ส่งดาวเทียมดวงนี้พร้อมกับน้ำหนักบรรทุกอื่น ๆ รวม 81 ชิ้น ขึ้นสู่พิกัดวงโคจรที่แตกต่างกันได้อย่างแม่นยำ
ดาวเทียมดวงนี้มีชื่อว่า โบร์ (BOHR) เป็นดาวเทียมประเภทคิวบ์แซต (Cubesat) หรือดาวเทียมขนาดจิ๋วทรงลูกบาศก์ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท ซิตี้แล็บส์ (City Labs) จากรัฐฟลอริดา เพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องพิสูจน์เทคโนโลยีปฐมภูมิต้นแบบ ในการทดสอบแหล่งจ่ายพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กพิเศษที่เรียกว่า นาโนทริเทียม (NanoTritium) กลไกของมันทำงานโดยการดักจับอนุภาคเบตาที่ปลดปล่อยออกมาจากการสลายตัวของสารกัมมันตรังสีประเภททริเทียม (Tritium) แล้วเปลี่ยนให้เป็นกระแสไฟฟ้าโดยตรงผ่านสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) ซึ่งมีหลักการคล้ายคลึงกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเทอร์โมอิเล็กทริกจากไอโซโทปรังสี (Radioisotope Thermoelectric Generator: RTG) ที่สร้างพลังงานจากความร้อนของพลูโทเนียมในยานสำรวจยุคบุกเบิกอย่างวอยเอเจอร์ (Voyager) ของนาซา
แม้ว่าในภารกิจเริ่มต้นนี้ ดาวเทียมจะยังคงต้องพึ่งพาพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับการทำงานทั่วไปในระบบ และใช้ทริเทียมเป็นเพียงแหล่งพลังงานทดลอง แต่ความสำเร็จนี้จะช่วยนำทางให้แก่อุปกรณ์อวกาศรุ่นใหม่ในการเดินทางไปสำรวจพื้นที่ที่ยานอวกาศทั่วไปไม่สามารถทำงานได้เป็นเวลานาน เช่น พื้นที่หลืบเงาที่มืดมิดตลอดกาลบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเป้าหมายหลักของโครงการอาร์ทิมิส (Artemis) ในการส่งมนุษย์ไปลงจอดและตั้งถิ่นฐานระยะยาวเนื่องจากมีการค้นพบน้ำแข็งอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งหากเทคโนโลยีนี้ได้รับการขยายขนาดในอนาคต มันจะสามารถพัฒนาจนกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักที่เสถียรและปลอดภัยให้แก่ฐานปฏิบัติการบนดวงจันทร์ได้
นอกจากนี้ ระบบพลังงานจากทริเทียมยังมีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัยสูงเนื่องจากแผ่รังสีในระดับต่ำมาก ทำให้ง่ายต่อการขนส่งและประกอบเข้ากับจรวดขนส่งเชิงพาณิชย์ทั่วไป โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนภายใต้สัญญาจ้างจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และถือเป็นภารกิจพลังงานนิวเคลียร์รายแรกที่ผ่านการอนุมัติการปล่อยวัตถุนิวเคลียร์สู่อวกาศภายใต้กฎระเบียบของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (Federal Aviation Administration: FAA) ซึ่งระเบียบนี้ได้รับการลงนามเพื่อความมั่นคงแห่งชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ความสำเร็จของโครงการนี้จึงเป็นเสมือนข้อพิสูจน์ว่าระบบพลังงานนิวเคลียร์ขนาดกะทัดรัดและปลอดภัย มีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับอุตสาหกรรมอวกาศยุคใหม่ ทั้งในเชิงความมั่นคงและการสำรวจอวกาศโดยภาคเอกชนในอนาคต
👨🚀 ข้อมูลอ้างอิง: Space. com
- SpaceX just launched the 1st-ever nuclear-powered commercial satellite