หนูระบาดหนัก! ชายไต้หวันถูกหนูกัดก่อนป่วย ไวรัสฮันตา ทางการไต้หวันเตือน"อย่าจับหนูด้วยมือเปล่า"
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 กรมควบคุมโรคไต้หวันประกาศ พบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตาในไต้หวันเพิ่มอีก 1 ราย ส่งผลให้ปีนี้ไต้หวันมีผู้ป่วยสะสมแล้ว 3 ราย ผู้ป่วยรายใหม่เป็นชายวัย 40 กว่าปี อาศัยอยู่ในนครนิวไทเป และ ทำงานอยู่ที่เมืองจีหลง ไม่มีประวัติการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และ ไม่มีโรคประจำตัว
จากการสอบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน ผู้ป่วยถูกหนูกัดขณะทำงาน จึงเข้ารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล เพื่อทำความสะอาดบาดแผลและฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก ประมาณ 1 เดือนต่อมา ผู้ป่วยเริ่มมีอาการไข้ หนาวสั่น อ่อนแรงตามร่างกาย และท้องเสีย จึงเข้ารับการรักษาที่คลินิก 2 ครั้ง แต่อาการไม่ดีขึ้น ภายหลังจึงเดินทางไปโรงพยาบาลอีกครั้งและเข้ารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยใน ภายหลังแพทย์ได้วินิจฉัยยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสฮันตา ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิด 11 คน ยังไม่พบอาการผิดปกติ
นางเจิงสูฮุ่ย (曾淑慧) โฆษกของกรมควบคุมโรคไต้หวัน ระบุว่า ปีนี้ไต้หวันพบผู้ติดเชื้อฮันตาไวรัสภายในประเทศสะสม 3 ราย โดยทั้งหมดเป็นสายพันธุ์ โซลไวรัส (Seoul virus) ซึ่งเป็นไวรัสฮันตาชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดไข้เลือดออกร่วมกับภาวะไตวาย เป็นไวรัสฮันตาสายพันธุ์ที่พบได้ทั่วไปในไต้หวัน มีความรุนแรงต่ำ อัตราเสียชีวิตประมาณ 1% และยังไม่เคยมีรายงานติดต่อจากคนสู่คน แตกต่างจากสายพันธุ์ แอนดีสไวรัส (Andes virus) ที่ระบาดต่างประเทศและสามารถติดต่อระหว่างคนได้ รวมถึงมีอัตราเสียชีวิตสูงกว่า 30–40%
ทางการจีหลงและนิวไทเปได้เร่งฉีดพ่นฆ่าเชื้อและทำความสะอาดพื้นที่ หลังช่วงนี้หลายพื้นที่มีปัญหาหนูระบาด พร้อมเตือนประชาชนห้ามจับหนูด้วยมือเปล่า หากพบร่องรอยหนูควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยแพทย์แนะนำให้สวมหน้ากากและถุงมือขณะทำความสะอาด เพื่อป้องกันการสูดดมหรือสัมผัสปัสสาวะ-มูลหนูที่อาจปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงหากมีไข้ ปวดเมื่อย หรืออาการคล้ายไข้หวัดหลังสัมผัสหนู ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยงทันที