โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเล่าเอง! อุทาหรณ์เด็ก 2 ขวบ กลืนถ่านของเล่นเข้าไป จนเกิดอาการไม่คาดคิด

มุมข่าว

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • neen
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Rainy Waritt ได้เผยแพร่เรื่องราวเพื่อเป็นอุทาหรณ์ หลังแชร์เคสการรักษาของ นพ.สมพงษ์ โรงพยาบาลจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เกี่ยวกับเด็กชาวเขาอายุ 2 ขวบ จากอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ถูกส่งตัวมารักษาหลังญาติสงสัยว่ากลืนเหรียญเข้าไป ทั้งที่ยืนยันว่าไม่ได้ให้เด็กเล่นเหรียญ โดยโรงพยาบาลต้นทางได้ประสานส่งตัวมายังโรงพยาบาลจอมทอง เนื่องจากโรงพยาบาลใกล้เคียงไม่มีเครื่องมือรองรับการรักษา

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Rainy Waritt ได้เผยแพร่เรื่องราวเพื่อเป็นอุทาหรณ์ หลังแชร์เคสการรักษาของ นพ.สมพงษ์ โรงพยาบาลจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เกี่ยวกับเด็กชาวเขาอายุ 2 ขวบ จากอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ถูกส่งตัวมารักษาหลังญาติสงสัยว่ากลืนเหรียญเข้าไป ทั้งที่ยืนยันว่าไม่ได้ให้เด็กเล่นเหรียญ โดยโรงพยาบาลต้นทางได้ประสานส่งตัวมายังโรงพยาบาลจอมทอง เนื่องจากโรงพยาบาลใกล้เคียงไม่มีเครื่องมือรองรับการรักษา

เมื่อแพทย์ตรวจสอบภาพเอกซเรย์จากโรงพยาบาลต้นทาง พบวัตถุแปลกปลอมติดค้างอยู่ในหลอดอาหารของเด็ก แต่มีลักษณะไม่เหมือนเหรียญ เนื่องจากเห็นเงากลมซ้อนอยู่ภายใน จึงสงสัยว่าอาจเป็นแบตเตอรี่หรือถ่านกระดุมที่ใช้กับของเล่น แพทย์จึงตัดสินใจรับตัวผู้ป่วยเพื่อส่องกล้องนำสิ่งแปลกปลอมออก โดยใช้เครื่องมือที่มีอยู่ภายในโรงพยาบาล ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ

หลังได้รับการประสานส่งตัวตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืน รถพยาบาลเดินทางมาถึงโรงพยาบาลจอมทองในเวลาประมาณตีสามกว่า ก่อนนำเด็กเข้าห้องผ่าตัดในเวลา 04.00 น. เนื่องจากเกรงว่าหากปล่อยไว้นาน สิ่งแปลกปลอมอาจเคลื่อนลงสู่กระเพาะหรือลำไส้เล็ก ทำให้การนำออกทำได้ยากขึ้น อีกทั้งหากเป็นแบตเตอรี่จริง เมื่อสัมผัสน้ำย่อยอาจเกิดการกัดกร่อนจนทำให้ทางเดินอาหารทะลุได้ แพทย์จึงให้วิสัญญีแพทย์ดมยาสลบ ใส่ท่อช่วยหายใจ และใช้กล้องส่องหลอดอาหารของผู้ใหญ่ขนาดเล็กสอดเข้าไป ก่อนพบว่าเป็นถ่านไฟแบตเตอรี่แบบกลมแบน และสามารถใช้สายคีบดึงออกมาทางปากเด็กได้สำเร็จ

ทั้งนี้ พ่อแม่และยายซึ่งเป็นผู้ดูแลเด็กไม่ทราบว่าหลานกลืนสิ่งใดเข้าไป รู้เพียงว่าเด็กมีอาการไอและหายใจมีเสียงดัง แต่ไม่มีอาการเหนื่อย หลังนำแบตเตอรี่ออกเรียบร้อย แพทย์เฝ้าสังเกตอาการจนเด็กฟื้นตัวดี ถอดท่อช่วยหายใจได้ รับประทานอาหารและหายใจได้ตามปกติ ก่อนส่งกลับหอผู้ป่วยเพื่อดูอาการ และในเช้าวันรุ่งขึ้น เด็กสามารถเดินทางกลับบ้านที่อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...