“ธีระชาติ” จับโป๊ะ TH-AI Passport มีจำกัดปริมาณ Token ย้อนแย้งกับที่พูดก่อนหน้า
ธีระชาติ จับโป๊ะ TH-AI Passport มีจำกัดปริมาณ Token ย้อนแย้งกับที่พูดก่อนหน้าที่เคยบอกว่าไม่จำกัด token จี้ถามโครงการระดับพันล้านเสร็จใน 30 วันได้อย่างไร?
จากกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมรับฟังเปิดรับความคิดเห็นพร้อมชี้แจงเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport นั้น
ล่าสุดนายธีระชาติ ก่อตระกูล ที่ปรึกษา กมธ.ติดตามงบฯ โพสต์ถึงการแถลงว่า “สรุปที่ปลัดเคยบอกว่า unlimited token ไม่จริงละนะครับ จากสไลด์คือชัดเจนว่ามีการจำกัดปริมาณ token แน่นอนฮะ ถึงบอกว่าโปรเจคนี้ ไม่มีรายละเอียด token 1,500 ล้าน แต่เค้าไม่เคยตอบ ถามอะไรไปตอบไปอีกทางตลอด แล้วก็แย้งกับที่ตัวเองเคยพูด”
ทั้งนี้นายธีระชาติยังได้ถามด้วยว่า ยังมีข้อสังเกตหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดให้มีป้ายโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่ามีความจำเป็นอย่างไร นอกจากนี้ เงื่อนไขยังมีลักษณะคล้ายกับอีกโครงการหนึ่งที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย คำถามที่อยากให้ชัดๆ คือ ทั้ง 2 ท่านรู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้ได้งานหรือไม่
อย่างไรก็ตาม การนำบริษัทที่ถูกใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการจัดทำราคากลางเข้าร่วมประมูลว่า อาจเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรมได้ รวมถึงตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินโครงการที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก ทั้งที่ ทุกวันนี้เราก็ใช้ Gemini ฟรีอยู่แล้ว บางคนก็ใช้ ChatGPT อยู่แล้ว ทำไมเราต้องเสียเงินเป็นพันล้านเพื่อไปจ่ายให้กับบริษัทเหล่านี้” พร้อมตั้งคำถามว่า ระบบที่ภาครัฐกำลังจัดหานั้นแตกต่างจากบริการฟรีอย่างไร และคุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้หรือไม่
นอกจากนี้ โครงการมูลค่า 1,621 ล้านบาท กำหนดให้เปิดลงทะเบียนภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา และเปิดให้บริการภายใน 90 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นมากสำหรับโครงการขนาดใหญ่ ผมนึกไม่ออกว่าถ้าเอกชนไม่ได้รู้โครงการนี้มาก่อน จะสามารถทำโครงการระดับ 1,621 ล้านบาทให้เสร็จใน 30 วันได้อย่างไร จากข้อสงสัยที่เกิดขึ้นจึงต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอำนาจกับผู้ได้รับงาน รวมถึงที่มาของข้อกำหนดต่างๆ ในโครงการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์
นายไชยชนก ชิดชอบ ชี้แจงว่า ก่อนอื่นในส่วนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง อันนี้ต้องเป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำ “ถ้าถามว่าผมรู้จักเป็นการส่วนตัวหรือไม่ รู้จักแต่ผมก็รู้จักหลายท่านมากในประเทศนี้” การที่ผมจะมาทำงาน ผ่านการทำงานในภาคเอกชนมาเยอะ ทำหลายเรื่องมาเยอะ แล้วจะบอกว่าผมต้องไม่รู้จักสักคนเลยที่มาชนะการประมูลงานของกระทรวงใดๆ ก็ตาม ผมว่าอันนั้นคงเป็นไปไม่ได้ แต่ในกระบวนการทุกอย่าง ผมไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการ อันนี้ยืนยัน แล้วก็ทุกอย่างก็เป็นสิ่งที่ทางฝ่ายราชการประจำได้ชี้แจงไปกันแล้ว ก็คงตอบตรงไปตรงมา
สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของระบบที่ผู้ชนะการประมูลเสนอว่า หากเอกชนเสนอศักยภาพที่สูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำใน TOR ไม่ควรถูกมองว่าเป็นข้อเสียต่อภาครัฐ ว่า พอคู่สัญญารายงานมาว่าสิ่งที่เขาให้มากกว่า TOR ในหลากหลายมิติ ท่านกำลังจะมาบอกผมว่าอันนี้เป็นเรื่องที่ไม่ดี รัฐเสียเปรียบ ประชาชนเสียเปรียบ อย่างงี้หรือ และหากผู้รับจ้างเสนอความสามารถของระบบในระดับที่สูงกว่าเงื่อนไขขั้นต่ำ ก็ยังต้องรับผิดชอบให้เป็นไปตามที่เสนอไว้ และหากดำเนินการไม่ได้ก็มีบทลงโทษตามสัญญาราชการอยู่แล้ว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง