“เท้ง” ชี้ภท.อาจเป็นเอเจนต์คนหนึ่งภายในระบอบสีน้ำเงิน “ไอติม” เผยปชน.จ่อส่งร่างแก้รธน.หมวด15/1สองฉบับ
ครม.เงา เกาะติด วงจรทุจริตต่างชาติเข้าเมืองผิดกม.“โตโต้” อ้าง ชื่อบริษัทต้องสงสัยนอมินีทุนจีน ขณะที่ “จ้อน” ถามเป็นท่อน้ำเลี้ยงของบ้านใหญ่ในรัฐบาลหรือ ด้าน “เท้ง” ชี้ภท.อาจเป็นเอเจนต์คนหนึ่งภายในระบอบสีน้ำเงิน “ไอติม” เผยปชน.จ่อส่งร่างแก้รธน.หมวด15/1สองฉบับ เผย ใช้เสียงกึ่งหนึ่งรัฐสภา ผ่านร่างสสร.ก่อนทำปชม.
วันที่ 25 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา พรรคประชาชน(ปชน.) มีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคปชน. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคปชน. และนายปิยรัฐ จงเทพ สส. บัญชีรายชื่อ เป็นต้น ร่วมกันแถลงข่าวการเปิดกระบวนการทุจริตนำคนต่างชาติเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายกฯ ต้องการจัดการกับปัญหาคอรัปชั่น แต่สิ่งที่เห็นในวันนี้คือรัฐบาลปล่อยประละเลยให้ระบบราชการไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการอาชญากรข้ามชาติ โดยยกกรณี “หมิง เฉิน ซัน” หากไม่เกิดเหตุบังเอิญที่เกิดอุบัติ ตำรวจไทยก็จะไม่เห็นสิ่งที่เครือข่ายสีเทา กำลังขยายในประเทศท่ามกลางการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่ก็มีการเปิดประตูทำให้คนเทาจากต่างประเทศเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฮับสีเทา ในการดำเนินธุรกิจสีเทาทำธุรกิจเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ
“โตโต้” อ้าง ชื่อบริษัทต้องสงสัยนอมินีทุนจีน
นายปิยรัฐ กล่าวเปิดเผยถึงรายชื่อบัญชีบริษัทที่ต้องสงสัยในการครอบครองทรัพย์สินในรูปแบบนมินีให้กับทุนจีน หรือไม่ โดยผู้ถือหุ้น 1 คน ใน 23 บริษัท ซึ่งบริษัทมีชื่อคล้ายภาษาจีน เช่น “บ.หมิงไคเม่ายี่ จำกัด“ จดทะเบียนวันที่ 23 เม.ย.2565 แต่ถือครองซื้อบ้าน โครงการขนาดใหญ่ย่านลาดพร้าว ในวันที่ 29 เม.ย. 2565 มูลค่าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งในจำนวน 23 บริษัท มีไม่ต่ำกว่า 10 บริษัทที่ พบว่าถือครองสิทธิ์ในหมู่บ้านย่าน ศรีนครินทร์ โดยเฉพาะนอมินีถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 49 จึงต้องตามต่อว่าเงินเหล่านั้นจะนำไปสู่การฟอกเงินหรือไม่ โดยใช้กลไกของกมธ.การกฎหมายฯ ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงโดยเฉพาะกรณี การเรียกค่าไถ่ชาวจีน
“จ้อน” ถามเป็นท่อน้ำเลี้ยงของบ้านใหญ่ในรัฐบาลหรือ
นายพิจารณ์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ต้องทราบดีถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อยู่ใต้จมูกของนายกฯทั้งนั้น วันนี้เราต้องท้าทายไปที่ตัวนายกฯว่าจะแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ เจตจำนงทางการเมืองที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือไม่ ตั้งข้อสังเกตว่า ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากกลุ่มทุนเทาเหล่านี้ ไม่สามารถที่จะรอดสายตาของข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐไปได้ และผลประโยชน์เหล่านี้ส่งทอดมายังกลุ่มการเมืองหรือไม่ นี่คือท่อน้ำเลี้ยงให้กับบ้านใหญ่ ในกลุ่มการเมืองซีกฝั่งรัฐบาลหรือเปล่า การสั่งการของนายอนุทินจะเป็นบทพิสูจน์ เราไม่จำเป็นที่จะต้องเอาการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไปแลกกับความล้มเหลวทางด้านความมั่นคงเราเปิดบ้านเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่ได้เปิดบ้านเพื่อรับอาชญากรรมข้ามชาติการคัดกรองคนจำเป็นต้องทบทวนและสังคายนา เราจะติดตามการทำงานของนายอนุทินในฐานะ มท. 1 อย่าปล่อยให้ประเทศเราต้องแลกกันกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวกับการเสี่ยงภัยทางด้านความมั่นคง
“เท้ง” ชี้ภท.อาจเป็นเอเจนต์คนหนึ่งภายในระบอบสีน้ำเงิน
นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.เงา ถึงกรณีที่วุฒิสภา (สว.) นัดรวมตัวกันแถลงตอบโต้ หลังถูกกล่าวหาว่า เป็นระบบสีน้ำเงิน และมีการกำหนดไทม์ไลน์ ให้ขอโทษภายใน 3 วัน ว่า เนื่องจากแถลงข่าวซ้ำซ้อนกัน ขอดูรายละเอียดก่อน ตนไม่ติดขัดที่จะแถลง แต่อยากให้ดูคนที่ออกมาแถลงว่า มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร กับการคัดเลือกสว. ยืนยันว่า ไม่ได้บ่อนทำลายวุฒิสภา หลักการ 3 ข้อของพรรคปชน. ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. แต่ไม่ได้ไปตัดอำนาจในส่วนนี้ หาก สว.เห็นด้วยกับการยกระดับการตรวจสอบถ่วงดุล ก็ควรที่จะเปิดกว้าง เพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่น เชื่อถือมากที่สุดว่า สว.ไม่ได้เข้ามาขัดขวางกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ปฏิเสธว่า การตัดสินใจของพวกเราในอดีต นำมาซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบัน และจริงๆ แล้วพรรคภท.อาจจะเป็นด่านหน้า เป็นเอเจนต์คนหนึ่ง ที่อยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินตรงนี้ แต่หากจะหากเราจะสร้างทางออกให้ประเทศจริงๆ ก็ต้องเอาหลังพิงประชาชน กลับไปเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบและให้การยอมรับ
เมื่อถามว่า พรรคภท.เปิดไทม์ไลน์แก้ไขรัฐธรรมนูญมาแล้ว ถือว่าแสดงความจริงใจแล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำให้เสร็จเร็วไม่ใช่ทางออก แต่การได้ร่างที่ดีและยึดโยงกับประชาชนคือทางออก พรรคปชน.ไม่ได้ต้องการชะลอ หรือเตะถ่วง แต่สิ่งที่เราคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือกระบวนการจัดทำโดยยึด 3 หลักการ ที่เรา
“ไอติม” เผยปชน.จ่อส่งร่างแก้รธน.หมวด15/1สองฉบับ
วันที่ 25 พ.ค.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคปชน.และประธานวิปฝ่ายค้าน โพสต์ เฟซบุ๊ก ว่า พรรคปชน.จะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติมหมวด 15/1 ทั้งหมด 2 ฉบับ สัปดาห์นี้ จะยึด 3 หลักการ ตามที่ได้แถลงไว้ 1. สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งผู้ร่าง 2. ป้องกันการผูกขาด กินรวบโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย 3. ไม่เพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษให้ สว. ในการชี้ขาดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กรอบเนื้อหาของทั้ง 2 ร่าง ที่จะมีการเคาะรายละเอียดและลงชื่อโดย สส. ในที่ประชุม สส. วันอังคาร มีดังต่อไปนี้ 1. สสร.ทั้งหมด 150 คน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1. ตัวแทนเชิงพื้นที่ 2. ตัวแทนเชิงประเด็น กลุ่มอาชีพ กลุ่มสังคม 2. สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดย ร่างที่ 1 ประชาชนเลือกตั้ง สสร. 150 คน ก่อนจะส่งรายชื่อ 150 คน ให้รัฐสภารับรองทั้งชุด (รับรองแยกรายบุคคลไม่ได้) หากรัฐสภารับรอง 150 คน: 150 คน จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ สสร. หากรัฐสภาไม่รับรอง 150 คน: จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง สสร. ทั้ง 150 คนใหม่ ร่างที่ 2 ประชาชนเลือกตั้ง สสร. 300 คน ก่อนจะส่งรายชื่อ 300 คน ให้รัฐสภาคัดเลือกให้เหลือ 150 คน
เผย ใช้เสียงกึ่งหนึ่งรัฐสภา ผ่านร่างสสร.ก่อนทำปชม.
นายพริษฐ์ โพสต์ ว่า 3. สสร. สามารถตั้งคณะกมธ.มาช่วยปฏิบัติหน้าที่ได้ สสร. ต้องตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจมีทั้ง สสร. และคนนอกที่ สสร. คัดเลือกเข้ามา เพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์ที่ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง มาช่วยงาน สสร. ได้ 4. สสร. มีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ตราบใดที่ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือรูปแบบรัฐ (ตามที่บัญญัติไว้แล้วในรัฐธรรมนูญมาตรา 255) 5. สสร. มีกรอบเวลาไม่เกิน 360 วันในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 6. สสร. สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ โดยไม่ถูกกระทบจากการยุบสภาฯ หรือจากการที่อายุของสภาฯ หรือวุฒิสภาสิ้นสุดลง 7. เมื่อ สสร. จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ สสร. จะต้องส่งร่างดังกล่าวให้รัฐสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบ (โดยมติเห็นชอบจากรัฐสภา จะต้องมีเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา) – หากรัฐสภาเห็นชอบ ร่างดังกล่าวจะถูกส่งไปถามประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติ