โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญปัญหาคนมี 'ทักษะสูง’ แต่ยังมีการจ้างงานคุณภาพไม่เพียงพอ

Positioningmag

อัพเดต 25 พ.ค. เวลา 11.45 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. เวลา 10.08 น. • Lupang

ธนาคารโลก ได้เตือนว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านช่องว่างด้านการจ้างงานครั้งใหญ่ ขณะที่ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพด้านทักษะแรงงานในระดับสูง แต่ยังมีโอกาสการจ้างงานคุณภาพไม่เพียงพอ
ในหัวข้อ A sharp, data-driven framing of the 210 million job gap ของธนาคารโลก ได้เตือนว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญด้านตลาดแรงงาน โดยคาดว่า จะมีประชากรวัยทำงาน ายุ 15-65 ปี เพิ่มขึ้นถึง 320 ล้านคนในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่จะมีตำแหน่งงานรองรับเพียงประมาณ 110 ล้านตำแหน่งเท่านั้น
โดยคนที่จะตกงาน ได้แก่ งานที่ใช้แรงกายเป็นประจำ เช่น พนักงานในสายการผลิตหรือโรงงานซึ่งกำลังถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ และงานที่ใช้ความคิดเป็นระบบ เช่น พนักงานธนาคารที่ถูกแทนที่ด้วยตู้เอทีเอ็ม กระทั่งนักวิเคราะห์ทางการเงิน และนักเศรษฐศาสตร์ที่เริ่มถูก AI เข้ามาทำหน้าที่แทน
ข้อมูลยังระบุว่า ในภูมิภาคนี้มีแรงงานหลายล้านคนต้องสูญเสียงานไปแล้วจากการเข้ามาของระบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะในประเทศที่มีการผลิตเข้มข้นอย่างเวียดนาม
สำหรับประเทศไทย ธนาคารโลกประเมินว่า มีจุดแข็งด้านทักษะและศักยภาพของแรงงาน เมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค แต่ปัญหาหลักอยู่ที่โอกาสในการจ้างงานที่ยังไม่เพียงพอ จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับต่ำ และโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังพึ่งพางานทักษะต่ำ ทำให้เกิดภาวะทักษะไม่สอดคล้องกับตำแหน่งงาน แรงงานที่มีทักษะจึงหางานที่เหมาะสมกับศักยภาพไม่ได้
จากรายงาน Thailand Economic Monitor ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ของธนาคารโลก ระบุว่า ในปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.6% ก่อนจะฟื้นตัวเป็น 2.3% ในปี 2570 ซึ่งม้การท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ จะเริ่มฟื้นตัว แต่ยังไม่เพียงพอชดเชยปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงค่าจ้างจริงที่ทรงตัวหรือลดลงในบางภาคส่วน
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านแรงงานจากภาคเกษตรกรรมที่มีการจ้างงานคนจำนวนมาก แต่มีผลิตภาพต่ำ ไปสู่อุตสาหกรรมและบริการสมัยใหม่ยังไม่ราบรื่น ทำให้แรงงานจำนวนมากยังอยู่ในภาคเศรษฐกิจนอกระบบหรืออยู่ในงานผลิตภาพต่ำ ส่งผลให้รายได้ไม่เพิ่มขึ้นตามศักยภาพ
ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกประเมินว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการก้าวสู่ผู้นำด้านอุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า และชิ้นส่วน, พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง ซึ่งหากภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันเร่งดึงดูดการลงทุน ควบคู่ไปกับการยกระดับทักษะแรงงานให้ตรงจุด จะช่วยกระตุ้น GDP ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ถึง 2.9% ภายในปี 2583
ถึงกระนั้น ไทยยังต้องเร่งปลดล็อกความท้าทายสำคัญ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาทักษะพื้นฐานของแรงงานส่วนใหญ่, การเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ และการปรับปรุงข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...