‘สปส.’เผยผลสอบรับ ‘ยาต้าน HIV’ เหตุรพ.ขาดคนทำงาน เตือนอย่าให้เกิดปัญหาอีก เจอทบทวนการเป็น ‘คู่สัญญา’
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 69 น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ผู้ประกันตนที่ติดเชื้อเอชไอวี ประสบปัญหาการรับยาต้านไวรัสเอชไอวี ไม่ครบถ้วนจากสถานพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ทำให้ต้องเสียเวลาเดินทางไปรับยาหลายครั้งว่า สปส.ขอยืนยันว่ายาต้านไวรัสเอชไอวี ในโครงการประกันสังคม ที่จัดซื้อจากองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เพื่อจัดส่งให้สถานพยาบาลคู่สัญญา ไม่ขาดแคลนแต่อย่างใด อภ.สามารถดำเนินการจัดส่งยาได้ตามปกติ
น.ส.กาญจนา กล่าวว่า จากการตรวจสอบกรณีดังกล่าวพบว่า สาเหตุของปัญหา เกิดขึ้นจากสถานพยาบาลแห่งนี้ ประสบปัญหาด้านการบริหารจัดการภายใน จากการขาดแคลนบุคลากรที่รับผิดชอบในการบันทึกข้อมูลการใช้ยา เพื่อดำเนินการเบิกยาต้านไวรัสเอชไอวีผ่านระบบ จนส่งผลให้ผู้ประกันตนบางส่วนได้รับผลกระทบจากการรับบริการ ซึ่ง สปส.ได้แจ้งให้สถานพยาบาลดำเนินการบันทึกข้อมูลการใช้ยาในการเบิกยาต้านไวรัสเอชไอวี ผ่านระบบให้เป็นปัจจุบัน และให้เร่งประสานผู้ประกันตน ที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการภายในของสถานพยาบาลดังกล่าว เข้ารับยาต้านไวรัสเอชไอวีเพิ่มเติม ให้ครบถ้วน ตามจำนวนที่เคยได้รับ หากตรวจพบว่ายังมีข้อร้องเรียนสถานพยาบาลในลักษณะดังกล่าวอีก สปส.จะพิจารณาตามเงื่อนไขสัญญา ซึ่งจะมีผลต่อการเข้าร่วมเป็นสถานพยาบาลคู่สัญญาต่อไป
ทั้งนี้ ในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบ และกำกับติดตามการเข้าถึงยาโครงการประกันสังคม ภายใต้คณะกรรมการการแพทย์ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2569 ได้เสนอแนะให้ สปส.ประสานกับ อภ. ร่วมพัฒนากลไก การติดตามและเฝ้าระวัง การบริหารจัดการยาต้านไวรัส HIV เชิงรุก โดยใช้ข้อมูลการเบิกจ่ายยาและข้อมูลผู้ป่วย HIV ในระบบเพื่อเฝ้าระวัง และตรวจจับความผิดปกติของการเบิกยาในสถานพยาบาล ที่มีผู้ป่วยอยู่ในความดูแล หากพบว่าสถานพยาบาลไม่มีการเบิกยาตามกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และเร่งแก้ไขปัญหาในทันที เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะกระทบต่อสิทธิของผู้ประกันตน
เลขาธิการ สปส. กล่าวต่อไปว่า สปส.ขอยืนยันความมุ่งมั่น ในการกำกับดูแลระบบ บริการทางการแพทย์ แก่ผู้ประกันตนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ ด้านการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่องทั่วถึง และมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมดำเนินการแก้ไขปัญหา และป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อผู้ประกันตน ในลักษณะดังกล่าวอีกในอนาคต.