YLG แนะรอทองรีบาวด์ เปิดสถานะขายหากไม่ผ่าน $4,308
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง ประจำวันที่ 12 มิถุนายน 2026
สภาวะตลาดในวันนี้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 4,023 – 4,117 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 63,900 บาทต่อบาททองคำ ราคาลดลง 1,150 บาทจากราคาวันก่อนหน้าที่ระดับ 65,050 บาท
ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำในวันที่ 11 มิ.ย. 2026 ร่วงลงมาอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงกลางคืนอยู่ที่ระดับบริเวณ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์ สะท้อนแรงเทขายที่กดดันตลาดทองทั่วโลกอย่างหนัก ราคาทองคำยังคงอยู่ในโหมดปรับฐานอย่างต่อเนื่อง แตะระดับที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2025 สะท้อนแรงขายทำกำไรและความกังวลเชิงนโยบายการเงินที่กดดันโลหะมีค่าอย่างหนัก ปัจจัยกดดันหลักเป็นความกังวลเรื่องทิศทางดอกเบี้ย กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงาน ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปเดือนพฤษภาคมปรับขึ้น 4.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 และเร่งตัวขึ้นจาก 3.8% ในเดือนเมษายน โดยได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ขยับขึ้นแตะ 2.9% สูงสุดในรอบ 7 เดือน ตัวเลขเงินเฟ้อที่ร้อนแรงนี้ทำให้ตลาดเทน้ำหนักไปที่การคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น โดย ตลาดกังวลว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคม 2026 ซึ่งนับเป็นมุมมองที่กลับทิศจากวัฏจักรลดดอกเบี้ยโดยสิ้นเชิง และเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน เนื่องจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี และดัชนีดอลลาร์ (DXY) ต่างปรับตัวขึ้นตามคาดการณ์ดอกเบี้ย
ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านยังคงตึงเครียด โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ในวันพุธ ระบุว่าเป็นมาตรการป้องกันตนเอง ขณะที่ เกิดการปะทะในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ปกติแล้วความขัดแย้งเช่นนี้ควรหนุน safe-haven demand แต่รอบนี้กลับถูกบดบังด้วยความกลัวเงินเฟ้อ เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซเกือบสมบูรณ์รบกวนการขนส่งพลังงานจากอ่าวเปอร์เซีย ยิ่งตอกย้ำความกังวลเรื่องเงินเฟ้อสูงและการขึ้นดอกเบี้ย กลายเป็นว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นกลับส่งผลลบต่อทอง
ด้านแรงขายเชิงสถาบัน กองทุน SPDR ขายทองคำออก 2.85 ตัน สะท้อน fund flow ที่ยังไหลออก จากนี้แนะนำนักลงทุนจับตาตัวเลข PPI เดือนพฤษภาคมและผลประชุม ECB รวมถึงพัฒนาการการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางน้ำมันและเงินเฟ้อในระยะถัดไป
- ราคายังอยู่ในช่วงพักฐาน แต่เริ่มเข้าสู่สภาวะ Oversold ใน Timeframe ขนาดใหญ่ และเกิด Bullish Divergence ใน RSI และวอลุ่ม จึงประเมินว่า Downside เริ่มจำกัด และอาจมีการดีดตัวสลับได้บ้าง แต่ยังคงประเมินว่าเป็นการดีดเพื่อลง ตราบใดที่ยังไม่ผ่าน $4,454
- กลยุทธ์การลงทุน รอดีดแล้วเปิดสถานะขายอีกครั้ง หากราคาไม่ผ่านแนวต้าน $4,240-4,308 (ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน $4,308)
- ซื้อคืนสถานะขายหากไม่หลุด $4,022 แต่หากหลุด $4,022 ชะลอการซื้อคืนไปที่แนวรับถัดไป