ทรัมป์ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ และอิหร่าน เพิ่งลงนามไปนั้น “สิ้นสุดลงแล้ว”
ถ้ายังจำกันได้ เมื่อสามสัปดาห์ก่อน สหรัฐฯ-อิหร่าน ได้ลงนามใน MOU ขยายเวลาหยุดยิงในตะวันออกกลาง โดยประกอบด้วยข้อตกลง 14 ข้อ ที่ระบุถึงการเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมกับจัดตั้งกองทุนเพื่อฟื้นฟูประเทศ
มาถึงวันนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพิ่งยืนยันว่า ข้อตกลงดังกล่าว “สิ้นสุดลงแล้ว”
ในการประชุมสุดยอดนาโต (NATO Summit) ประจำปี 2026 ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม ซึ่งพันธมิตร NATO ก็ได้หารือในหลายประเด็น ตั้งแต่การเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของนานาประเทศ จุดยืนการสนับสนุนยูเครน จนถึงกรณีการยึดดินแดนกรีนแลนด์
แต่หนึ่งในประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากคือ สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่แม้ทรัมป์จะกล่าวว่า เขายังคงให้อนุญาตให้คณะเจรจาของสหรัฐฯ ดำเนินการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ที่กว้างขึ้นกับอิหร่านต่อไป แต่เขาก็ย้ำระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็น “การเสียเวลา”
ทรัมป์ยังยืนยันว่า MOU ที่เขาลงนามไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา “สิ้นสุดลงแล้ว” แต่ตอนนี้จะยังไม่ชัดเจนว่า ในทางปฏิบัตินั้น ผลของการยกเลิกข้อตกลงจะเป็นอย่างไร เพราะข้อตกลงดังกล่าวได้กำหนดให้มีระยะเวลาเจรจา 60 วัน
ด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลางก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง โดยเมื่อวานนี้ (8 กรกฎาคม) กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกระลอกหนึ่ง จนหลายฝ่ายกังวลว่า เหตุการณ์นี้จะนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง
สื่อต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีหลายพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน พร้อมมีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
หลังจากนั้น อิบราฮิม เรซาอี โฆษกคณะกรรมการความมั่นคงแห่งอิหร่าน ก็ได้เตือนถึงการตอบโต้หลังจากการโจมตีของสหรัฐฯ โดยระบุว่า “รอโดนอิหร่านตบหน้ากลับแบบแรงๆ ได้เลย”
ขณะนี้ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่า ได้ละเมิด MOU ที่กำหนดให้ยุติสงคราม ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ครบกำหนดระยะเวลาเจรจา 60 วัน จึงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป
อ้างอิงจาก