โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ และอิหร่าน เพิ่งลงนามไปนั้น “สิ้นสุดลงแล้ว”

The MATTER

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Brief

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อสามสัปดาห์ก่อน สหรัฐฯ-อิหร่าน ได้ลงนามใน MOU ขยายเวลาหยุดยิงในตะวันออกกลาง โดยประกอบด้วยข้อตกลง 14 ข้อ ที่ระบุถึงการเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมกับจัดตั้งกองทุนเพื่อฟื้นฟูประเทศ

มาถึงวันนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพิ่งยืนยันว่า ข้อตกลงดังกล่าว “สิ้นสุดลงแล้ว”

ในการประชุมสุดยอดนาโต (NATO Summit) ประจำปี 2026 ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม ซึ่งพันธมิตร NATO ก็ได้หารือในหลายประเด็น ตั้งแต่การเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของนานาประเทศ จุดยืนการสนับสนุนยูเครน จนถึงกรณีการยึดดินแดนกรีนแลนด์

แต่หนึ่งในประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากคือ สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่แม้ทรัมป์จะกล่าวว่า เขายังคงให้อนุญาตให้คณะเจรจาของสหรัฐฯ ดำเนินการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ที่กว้างขึ้นกับอิหร่านต่อไป แต่เขาก็ย้ำระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็น “การเสียเวลา”

ทรัมป์ยังยืนยันว่า MOU ที่เขาลงนามไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา “สิ้นสุดลงแล้ว” แต่ตอนนี้จะยังไม่ชัดเจนว่า ในทางปฏิบัตินั้น ผลของการยกเลิกข้อตกลงจะเป็นอย่างไร เพราะข้อตกลงดังกล่าวได้กำหนดให้มีระยะเวลาเจรจา 60 วัน

ด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลางก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง โดยเมื่อวานนี้ (8 กรกฎาคม) กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกระลอกหนึ่ง จนหลายฝ่ายกังวลว่า เหตุการณ์นี้จะนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง

สื่อต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีหลายพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน พร้อมมีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

หลังจากนั้น อิบราฮิม เรซาอี โฆษกคณะกรรมการความมั่นคงแห่งอิหร่าน ก็ได้เตือนถึงการตอบโต้หลังจากการโจมตีของสหรัฐฯ โดยระบุว่า “รอโดนอิหร่านตบหน้ากลับแบบแรงๆ ได้เลย”

ขณะนี้ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่า ได้ละเมิด MOU ที่กำหนดให้ยุติสงคราม ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ครบกำหนดระยะเวลาเจรจา 60 วัน จึงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป

อ้างอิงจาก

aljazeera.com

edition.cnn.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...