โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แฉกลลวง! เฒ่าวัย 70 ยิงน้องดับ นิมนต์พระนั่งรถ หวังตบตาด่านตรวจ

Amarin TV

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แฉกลลวง! เฒ่าวัย 70 ยิงน้องดับ นิมนต์พระนั่งรถ หวังตบตาด่านตรวจ ลูกชายเหยื่อคาดครอบครัวรู้เห็นเป็นใจ

แฉกลลวง! เฒ่าวัย 70 ยิงน้องดับ นิมนต์พระนั่งรถ หวังตบตาด่านตรวจ ลูกชายเหยื่อคาดครอบครัวรู้เห็นเป็นใจ

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ สภ.นิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายชวลิต (สงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี ผู้ต้องหาในคดีใช้อาวุธปืนยิงน้องสาวเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย โดยทันทีที่มาถึง นายชวลิต ได้ใช้ผ้าคลุมหน้าคลุมตาอย่างมิดชิด และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือพูดใดๆ กับสื่อมวลชน

บรรยากาศที่สถานีตำรวจเป็นไปด้วยความตึงเครียด นายปฐมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ได้มารอเฝ้าดูหน้าผู้ต้องหาตั้งแต่ช่วงเย็นด้วยความโศกเศร้าและอัดอั้นตันใจ

ทันทีที่ผู้ต้องหามาถึง นายปฐมพร พยายามจะเข้าไปเผชิญหน้าเพื่อถามคำถามคาใจว่า "ยิงพ่อแม่ตนทำไม" จนญาติๆ ต้องช่วยกันดึงตัวไว้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่อนุญาตให้พบหรือพูดคุยกัน

นายปฐมพร เปิดเผยด้วยความคับแค้นใจว่า "ผมมารอตั้งแต่เย็น นานแค่ไหนก็จะรอ เพราะอยากถามเขาแค่คำถามเดียว ตอนนี้ผมยังต้องไปเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลอีก แต่สิ่งที่รับไม่ได้คือ ผมเชื่อว่าครอบครัวของผู้ก่อเหตุรู้เห็นเป็นใจกันทั้งหมด ลูกสาวเขาอยู่ในที่เกิดเหตุ รู้ว่าพ่อพกทั้งปืนพกทั้งถังน้ำมันมา ทำไมถึงไม่ห้ามปราม แถมหลังเกิดเหตุลูกเมียเขาก็หนีด้วย ยิ่งทำให้มั่นใจว่ารู้กันทั้งบ้าน"

นอกจากนี้ นายปฐมพร ยังระบุถึงชนวนเหตุว่า เป็นเรื่องของที่ดินมรดก ซึ่งราคาซื้อขายในพื้นที่อยู่ราวๆ ไร่ละ 3 ล้านบาท โดยแม่ของตนมีที่ดินตรงนั้นเพียง 2 ไร่กว่าๆ เท่านั้น มูลค่าไม่ได้มากมายอะไรจนถึงขั้นต้องมาเข่นฆ่ากัน ที่สำคัญ คดีความเรื่องที่ดินนี้ ศาลได้มีคำพิพากษาตัดสินสิ้นสุดจนถึงชั้นฎีกาไปแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะยังผูกใจเจ็บจนมาก่อเหตุดังกล่าว โดยตนยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งตัวผู้ก่อเหตุและผู้ที่มีส่วนรู้เห็นทุกคน

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา พบข้อมูลพฤติการณ์การหลบหนีของผู้ต้องหาที่น่าแยบยล นายชวลิตได้ไปนิมนต์พระสงฆ์รูปหนึ่ง ซึ่งจำวัดอยู่ที่จังหวัดชลบุรีและมีความสนิทสนมคุ้นเคยกัน โดยโกหกพระว่ามีกิจนิมนต์ด่วนที่จังหวัดอุดรธานี พระรูปดังกล่าวไม่เอะใจจึงยอมนั่งรถมาด้วย ตำรวจคาดว่าผู้ต้องหาจงใจให้มีพระนั่งมาในรถเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจอ้างว่ากำลังเดินทางไปแสวงบุญ โดยใช้เส้นทางขับ 331 ตัดเข้า 304 มุ่งหน้าไปยังนครราชสีมา แต่ถูกสกัดจับได้ก่อน

ในตอนแรกนายชวลิตพยายามโกหกเจ้าหน้าที่ว่า ได้โยนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุทิ้งไปแล้วในพื้นที่อำเภอบ้านฉาง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นรถอย่างละเอียด กลับพบว่า อาวุธปืนของกลางถูกซุกซ่อนอยู่บริเวณใต้เบาะหลังรถยนต์ ที่ใช้หลบหนี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายชวลิตไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา วางแผนฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา วางเพลิงเผาทรัพย์ ใช้ยานพาหนะหลบหนี พร้อมทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมว่ามีบุคคลในครอบครัวหรือผู้อื่นร่วมขบวนการและให้การช่วยเหลือในการหลบหนีด้วยหรือไม่ เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...