โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

77 ล้านวิว เปลี่ยนชีวิต แต่เปลี่ยนค่านิยมด้วยหรือไม่?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กรณี

ภาพ "ที่นอนสีชมพู" และ "หมอนโดเรมอน" กลายเป็นภาพจำของผู้ใช้โซเชียลจำนวนมาก หลังคลิปเหตุการณ์ภรรยาบุกพบสามีกับหญิงอีกคนมียอดรับชมกว่า 77 ล้านครั้ง ก่อนคลิปจะถูกลบออกจากแพลตฟอร์ม แต่เนื้อหายังคงถูกเผยแพร่และพูดถึงต่อเนื่องในหลายช่องทาง

ไม่นานหลังจากนั้น ชีวิตของ "น้องปุ้ย" หญิงสาวในคลิป พลิกจากบุคคลที่ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ไปสู่การได้รับการเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัด My Music Record เมื่อ "หมอมายด์" เจ้าของค่าย เดินทางไปรับตัวถึงจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมประกาศให้โอกาสเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในวงการเพลง

เจ้าของค่ายให้เหตุผลว่า คนเราสามารถผิดพลาดได้ และการเปิดโอกาสให้กลับมาเริ่มต้นใหม่เป็นเรื่องที่ควรเกิดขึ้น ขณะที่น้องปุ้ยยกมือไหว้ พร้อมขอให้สังคมเปิดใจและมองเธอในอีกแง่มุมหนึ่ง

การตัดสินใจดังกล่าวทำให้เกิดกระแสถกเถียงในวงกว้าง เพราะสำหรับหลายคน ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การให้โอกาสเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลกระทบต่อค่านิยมของสังคม เมื่อชื่อเสียงจากดราม่ากลายเป็นประตูบานหนึ่งสู่การเข้าสู่วงการบันเทิง

ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงความเห็นอย่างชัดเจน โดยมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เด็กหรือผู้เสพสื่อเท่านั้น แต่เกิดจากผู้ผลิต ผู้เผยแพร่ และผู้ชมที่ร่วมกันผลักดันให้คอนเทนต์ลักษณะนี้ได้รับความนิยม

ดร.ตฤณห์ตั้งคำถามว่า "ใครล่ะที่ผลิตคอนเทนต์ขยะ" พร้อมตอบว่า ผู้ที่อัปโหลด ผู้ที่แชร์ ผู้ที่สนับสนุน และผู้ที่เข้าไปรับชม ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของวงจรเดียวกัน

นักอาชญาวิทยารายนี้ยังเปรียบเทียบตัวเลขที่ได้รับความสนใจ ระหว่างคลิปของ "เนเน่" เด็กไทยที่แสดงความสามารถบนเวที America's Got Talent ซึ่งมียอดรับชมราว 4 ล้านครั้ง กับคลิปดราม่าที่มียอดชมกว่า 77 ล้านครั้ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากพฤติกรรมที่สร้างกระแสได้รับทั้งชื่อเสียง งาน และรายได้ สังคมก็ไม่ควรแปลกใจ หากเด็กบางคนจะมองว่านี่คือเส้นทางที่พาไปสู่ความสำเร็จได้รวดเร็วกว่าการพัฒนาความสามารถของตนเอง

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ที่อธิบายว่า มนุษย์มักจดจำและเลียนแบบพฤติกรรมที่ได้รับการยอมรับหรือได้รับผลตอบแทนจากสังคม

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในแวดวงวิชาการเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงคนในวงการเพลง

ปรีชา ปัดภัย นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์แสดงความคิดเห็นว่า ปัจจุบันเพียงมีเรื่องคาวหรือเรื่องฉาวที่ได้รับความสนใจ ก็สามารถถูกผลักดันเข้าสู่วงการบันเทิงได้อย่างรวดเร็ว เขายืนยันว่าไม่ได้คัดค้านการให้โอกาสคน แต่เป็นห่วงทิศทางของวงการเพลง หากการตัดสินใจเลือกศิลปินตั้งอยู่บนกระแสเพียงอย่างเดียว โดยละเลยความสามารถและคุณค่าของวิชาชีพ

ปรีชายังฝากข้อคิดถึงคนรุ่นใหม่ว่า การฝึกฝน เล่นดนตรี เขียนเพลง และพัฒนาตัวเอง อาจใช้เวลานาน แต่เป็นทักษะที่ติดตัวไปตลอดชีวิต ต่างจากกระแสบนโลกออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน

ด้าน เป็กกี้ ศรีธัญญา นักแสดงและพิธีกร แสดงความคิดเห็นในอีกมุมหนึ่ง โดยตั้งคำถามถึงค่านิยมของสังคมที่ดูเหมือนจะมอบพื้นที่ให้กับคนที่มีเรื่องฉาว มากกว่าคนที่สร้างผลงานด้วยความสามารถ แม้ข้อความของเธอจะใช้ถ้อยคำรุนแรง แต่ก็มีผู้เห็นด้วยจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่า พื้นที่ของคนทำงานอย่างจริงจังกำลังถูกเบียดด้วยคอนเทนต์ที่อาศัยกระแสเป็นแรงขับเคลื่อน

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกมุมมองจาก ประจักษ์ชัย ไหทองคำ ผู้ก่อตั้งค่ายไหทองคำเรคคอร์ด ซึ่งออกมาอธิบายว่า การนำบุคคลที่เป็นกระแสเข้าสู่วงการเพลงไม่ใช่เรื่องผิด หากบุคคลนั้นมีพื้นฐานด้านการร้องเพลง มีศักยภาพ และเหมาะสมกับการพัฒนาเป็นศิลปิน เขาระบุว่า ตลอดเวลาที่ทำงาน จะพิจารณาจากความสามารถและความเป็นไปได้ ไม่ใช่อาศัยเพียงแสงจากกระแสโซเชียล เพราะหากเลือกจากกระแสเพียงอย่างเดียว วงการเพลงคงมีนักร้องเกิดขึ้นนับร้อยคน

ความเห็นจากทั้งสี่ฝ่ายสะท้อนภาพเดียวกัน แม้จะมองคนละมุม

ฝ่ายหนึ่งมองว่า การให้โอกาสเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน เพราะทุกคนมีสิทธิเริ่มต้นใหม่

อีกฝ่ายกังวลว่า หากการแจ้งเกิดในวงการบันเทิงเกิดขึ้นจากดราม่ามากกว่าความสามารถ ก็อาจส่งผลต่อค่านิยมของสังคมในระยะยาว

ขณะเดียวกัน โลกโซเชียลมีเดียก็เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อปรากฏการณ์นี้ เพราะระบบของแพลตฟอร์มให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่สร้างการมีส่วนร่วมสูง ไม่ว่าจะเป็นยอดรับชม การแชร์ หรือการแสดงความคิดเห็น ทำให้คอนเทนต์ที่กระตุ้นอารมณ์สามารถขยายวงกว้างได้รวดเร็วกว่าคอนเทนต์ทั่วไป

หลายฝ่ายจึงมองว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัว "น้องปุ้ย" เพียงคนเดียว แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของระบบสื่อ แพลตฟอร์ม ผู้ผลิตคอนเทนต์ และผู้ชมที่ต่างมีบทบาทต่อการสร้างกระแส

กรณีนี้กำลังเปิดพื้นที่ให้สังคมหันกลับมาพิจารณาว่า การให้โอกาสกับคนที่เคยผิดพลาดควรดำเนินไปในรูปแบบใด และการสร้างคนดังจากกระแสไวรัลจะส่งผลต่อทิศทางค่านิยมของสังคมไทยในอนาคตอย่างไร

ท้ายที่สุด ไม่ว่ากระแสจะจบลงเช่นไร สิ่งที่ยังต้องติดตามคือ ผลงานของน้องปุ้ยในฐานะศิลปินหน้าใหม่จะได้รับการยอมรับจากความสามารถ หรือชื่อเสียงจากคลิปไวรัลจะยังคงเป็นภาพจำที่ติดตัวเธอต่อไป ขณะเดียวกัน เสียงถกเถียงเรื่อง "การให้โอกาส" กับ "การสร้างแบบอย่าง" ก็น่าจะยังเป็นประเด็นที่สังคมไทยพูดถึงต่อไปอีกระยะหนึ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...