โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มติศาล รธน. 7:2 ชี้ไม่ขัดกฎหมาย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านผ่านฉลุย

SpringNews

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติวินิจฉัยร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ ฝ่ายค้าน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน และนายกรณ์ จาติกวณิช สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องว่า การออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ดังกล่าว โดยเลี่ยงกระบวนการงบประมาณปกติอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หลักเกณฑ์การตรา พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โดยคณะรัฐมนตรี ในกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ หรือภัยพิบัติสาธารณะ หรือไม่

มติศาลรัฐธรรมนูญ 7:2 เสียง วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หลังตุลาการ 9 ท่าน ประชุมแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในคำร้องเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ซึ่งเป็นการวินิจฉัยตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน 133 คน ยื่นให้วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาลขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่

ทั้งนี้เงื่อนไขทางกฎหมายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 ที่ระบุว่า หากศาลจะวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. ใดไม่เป็นไปตามเงื่อนไข (ไม่มีเหตุฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน) ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของตุลาการทั้งหมด

เมื่อผลออกมาด้วยเสียง 7:2 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลเดินหน้ากู้เงินและเบิกจ่ายต่อตามแผนงาน 4 แสนล้านบาท ได้ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ต่อไป

สำหรับคำวินิจศาลรัฐธรรมนูญโดยละเอียดระบุว่า กรณีพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 11/2569)

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ร้อง) ว่า พระราชกำหนดฉบับดังกล่าวไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องจึงส่งความเห็นดังกล่าวเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคหนึ่ง

ผลการพิจารณา

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พระราชกำหนดฯ มาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) ที่ให้นำเงินกู้ไปใช้ "เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน" เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (7 ต่อ 2) วินิจฉัยว่า มาตรา 5 วรรคหนึ่ง (2) ที่ให้นำเงินกู้ไปใช้ "เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วไป ให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว" เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

ตุลาการเสียงข้างมาก 7 คน ได้แก่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์, นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายวิรุฬห์ แสงเทียน, นายนภดล เทพพิทักษ์, นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์, นายสุเมธ รอยกุลเจริญ และนายสราวุธ ทรงศิวิไล

ตุลาการเสียงข้างน้อย 2 คน ได้แก่ นายจิรนิติ หะวานนท์ และนายอุดม รัฐอมฤต เห็นว่ามาตรา 5 วรรคหนึ่ง (2) และบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ เฉพาะแผนงานหรือโครงการข้อ 2 (วงเงิน 200,000 ล้านบาท) ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...