โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เปิดกลยุทธ์ “ผู้บริโภคต้องมาก่อน” เดินหน้าสู่เป้าหมายบริษัทเครื่องดื่มที่คนไทยรักมากที่สุด

สยามรัฐ

อัพเดต 57 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ชูกลยุทธ์ “ผู้บริโภคต้องมาก่อน” เร่งการเติบโตสู่ “บริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย”

บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ภายใต้กลยุทธ์ “ผู้บริโภคต้องมาก่อน” โดยชู 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การเข้าถึงและเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งควบคู่กับการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้า การเสริมศักยภาพองค์กร และความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและเทรนด์ระดับโลก โดยต่อยอดจากความสำเร็จของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก อาทิ “เป๊ปซี่ ทรีทส์ ช็อกโกแลตดูไบ” ที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นแห่งแรกของโลก สะท้อนศักยภาพของบริษัทฯ ในการนำเทรนด์ระดับโลกมาสู่ตลาดไทยได้อย่างรวดเร็วและตรงความต้องการของผู้บริโภค ควบคู่กับการเดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์หลักในพอร์ตโฟลิโอ เช่น เป๊ปซี่ และ ทีพลัส เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

นายทานุจ ชาดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ที่ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เราเชื่อว่าการเข้าใจผู้บริโภคไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการดูข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการลงไปเรียนรู้พฤติกรรมและความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคเพื่อนำข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวมาสู่การเปิดตัวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์พวกเขาได้อย่างตรงจุด ในระยะสั้น เรามุ่งเร่งปรับพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของเรา ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมและขับเคลื่อนงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในระยะสั้น ควบคู่กับการวางรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย จึงมุ่งเน้นการดำเนินงานผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

เข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ดำเนินงานภายใต้หลักปรัชญา “Gemba” ซึ่งเป็นคำในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง การลงพื้นที่จริงเพื่อทำความเข้าใจผู้บริโภคจากประสบการณ์และบริบทที่เกิดขึ้นจริง และ “Seikatsusha” ที่หมายถึงการมองผู้บริโภคในฐานะ “มนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ” ซึ่งมีอารมณ์ ความใฝ่ฝัน และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ใช่เพียงข้อมูลตัวเลข แนวคิดทั้งสองนี้เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง

นายยุทธนา จิตจรุงพร รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราเชื่อว่า ‘การได้ลงไปเห็นจริง คือการเข้าใจจริง’ (Seeing is Believing) เพราะหลายครั้งข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าที่สุดไม่ได้มาจากสิ่งที่ผู้บริโภคบอก แต่มาจากสิ่งที่พวกเขาทำ การลงไปสัมผัสชีวิตจริงของผู้บริโภค ผสานกับการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ ช่วยให้เราเข้าใจความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด เราจึงนำข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวมาต่อยอดสู่การพัฒนาพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกช่วงเวลาและทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่าอย่าง เป๊ปซี่ ผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชัน (Functional Beverages) อย่าง เกเตอเรด และ ซันโทรี่ ไฮ! วอเตอร์ ล็อก ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่ตอบรับเทรนด์คาเฟ่คัลเจอร์ ซึ่งเรามีแผนเปิดตัวในประเทศไทยในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569”

เสริมขีดความสามารถ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและรองรับการเติบโต

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย มุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรทั้งด้านการผลิต เทคโนโลยี และบุคลากร เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจและรองรับการเติบโตในอนาคต โดยมี “ดิจิทัล” เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เชิงกลยุทธ์และฝังศักยภาพด้านดิจิทัลในทุกกระบวนการ (end-to-end) ซึ่งจะช่วยยกระดับความรวดเร็วในการตัดสินใจ เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการซัพพลายเชน ตลอดจนการรวบรวมข้อมูลผู้บริโภคแบบเรียลไทม์เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการเข้าถึงตลาดได้อย่างแม่นยำ พร้อมยกระดับการทำงานร่วมกับคู่ค้าให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทฯ ลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท เพิ่ม 2 สายการผลิตใหม่ ณ โรงงานจังหวัดสระบุรี เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 1,500 ขวดต่อนาที ส่งผลให้โรงงานสระบุรีมีขีดความสามารถในการผลิตโดยรวมเพิ่มสูงถึง 800 ล้านลิตรต่อปี

“ที่ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เราเชื่อว่าการเสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรคือรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและความพร้อมสำหรับอนาคต เรากำลังพัฒนาบุคลากรที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญในสายงาน ทักษะด้านดิจิทัล และจิตวิญญาณความเป็นผู้นำอันเป็นเอกลักษณ์ของซันโทรี่เข้าไว้ด้วยกัน ความมุ่งมั่นของเราครอบคลุมทุกมิติและดำเนินการอย่างเป็นระบบ ทั้งการยกระดับศักยภาพของพนักงานที่ปฎิบัติงานหน้างาน การเร่งพัฒนาความสามารถของผู้จัดการ และการปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านรูปแบบการทำงานที่บูรณาการมากยิ่งขึ้นและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงลึกที่สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคและตลาดอย่างแท้จริง การเชื่อมโยงการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรเข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจโดยตรง ช่วยให้เราสร้างองค์กรที่เรียนรู้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำงานร่วมกันได้อย่างใกล้ชิดยิ่งชึ้น และขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยความแม่นยำอย่างต่อเนื่อง นี่คือแนวทางที่ทำให้ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งภายใต้เป้าหมายเดียวกัน พร้อมส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าแก่ผู้บริโภคชาวไทย และสร้างมาตรฐานใหม่ของการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยการพัฒนาขีดความสามารถในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม” นายยศยุต สหวัชรินทร์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจภายใต้ค่านิยมองค์กร “การเติบโตอย่างยั่งยืน” (Growing for Good) และ “การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม” (Giving Back to Society) โดยมุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ เป็นรายแรกในประเทศไทยที่นำขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% (rPET) มาใช้กับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม โดยเริ่มจากเป๊ปซี่ขนาด 550 มล. ในปี 2566 และได้ขยายการใช้งานครอบคลุมมากกว่า 10 SKUs ในกลุ่มเครื่องดื่มน้ำอัดลมเป๊ปซี่และชาพร้อมดื่มทีพลัส ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Light-weight ทั้งขวดและฝา ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ได้มากกว่า 10,000 ตัน นับตั้งแต่ปี 2561 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและเพิ่มการนำขวด PET ใช้แล้ว กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเป็นขวดใหม่ (Bottle-to-Bottle Recycling) ผ่านสถานีซื้อขายขยะรีไซเคิลในชุมชนตำบลมาบยางพร จังหวัดระยอง รวมถึงกิจกรรมคัดแยกขยะและเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ภายในงาน เป๊ปซี่ พรีเซนต์ บิ๊กเมาน์เท่นมิวสิคเฟสติวัล เพื่อนำส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นด้านความยั่งยืนที่สำคัญ ผ่านโครงการ “มิซุอิกุ” (Mizuiku Program) ที่มุ่งส่งเสริมความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์น้ำแก่เยาวชน โดยนับตั้งแต่ปี 2562 โครงการได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและครู กว่า 42,000 คน ทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียนธรรมชาติที่ผสานความสนุกเข้ากับการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของน้ำและความเชื่อมโยงระหว่างผืนป่า พื้นที่ต้นน้ำ และระบบนิเวศ พร้อมส่งเสริมให้เยาวชนนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และขยายผลสู่ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“นอกเหนือจากการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจในระยะสั้น บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ผ่านการลงทุนด้านนวัตกรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นผลการดำเนินงาน และการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับลูกค้า โดยบริษัทฯ มุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้บริโภค คู่ค้า ชุมชน และสังคม พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็น “บริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง” นายทานุจ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...