CAAT ประกาศล่าสุด พื้นที่ผ่อนคลายบินโดรน ชายแดนไทย-กัมพูชา
The Bangkok Insight
อัพเดต 26 มิ.ย. เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. เวลา 10.27 น. • The Bangkok InsightCAAT ออกประกาศฉบับใหม่ พื้นที่ผ่อนคลายมาตรการการบินโดรน พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงมาตรการเฉพาะพื้นที่เสี่ยงด้านความมั่นคง
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2569 โดยปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ภายหลังการประเมินร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง
จากการติดตามและประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พบว่าสถานการณ์โดยรวมมีแนวโน้มคลี่คลายลง และความจำเป็นในการคงมาตรการพิเศษในหลายพื้นที่ลดลง CAAT จึงได้ปรับแนวทางการกำกับดูแลเพื่อให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานต่าง ๆ สามารถใช้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ในการดำเนินกิจกรรมและประกอบอาชีพได้ใกล้เคียงภาวะปกติ ขณะเดียวกันยังคงมาตรการด้านความมั่นคงในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวและอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน
ภายใต้ประกาศฉบับใหม่ ผู้ปฏิบัติการบินโดรนที่ได้ขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตตามกฎหมาย สามารถปฏิบัติการบินได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้นพื้นที่ควบคุมในบางอำเภอของ 7 จังหวัดชายแดน ซึ่งยังคงมีข้อจำกัดในการปฏิบัติการบินเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประเทศ ได้แก่
- อุบลราชธานี อ.เขมราฐ อ.นาตาล อ.โพธิ์ไทร อ.ศรีเมืองใหม่ อ.โขงเจียม อ.สิรินธร อ.บุณฑริก อ.นาจะหลวย และอ.น้ำยืน
- ศรีสะเกษ อ.ภูสิงห์ อ.ขุนหาญ และอ.กันทรลักษ์
- สุรินทร์ อ.พนมดงรัก อ.กาบเชิง อ.สังขะ และอ.บัวเชด
- บุรีรัมย์ อ.ละหานทราย และอ.บ้านกรวด
- สระแก้ว อ.คลองหาด อ.อรัญประเทศ อ.โคกสูง และอ.ตาพระยา
- จันทบุรี อ.เมืองจันทบุรี อ.สอยดาว และอ.โป่งน้ำร้อน
- ตราด อ.เมืองตราด อ.คลองใหญ่ และอ.บ่อไร่
สำหรับพื้นที่ควบคุมดังกล่าว ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาอนุญาตให้ปฏิบัติการบินได้เป็นกรณีเฉพาะ ได้แก่ การบินเพื่อการเกษตร การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน หรือการปฏิบัติภารกิจเพื่อการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่
ทั้งนี้ ผู้ประสงค์จะปฏิบัติการบินโดรนจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมถึงการขึ้นทะเบียนผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยาน การขึ้นทะเบียนอากาศยาน การมีประกันภัยภาคบังคับ และการขออนุญาตปฏิบัติการบินผ่านระบบ UAS Portal ก่อนดำเนินการบินทุกครั้ง
CAAT ยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การกำกับดูแลการใช้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินของประเทศไทยเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ และสร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนกับการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- กสทช. เปิดประชาพิจารณ์ 4 ร่างปรับเกณฑ์บินโดรน หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล
- บินโดรน เช็กเกณฑ์ใหม่ด่วน เริ่มบังคับใช้ 17 พ.ค.นี้
- สายโดรนเช็กด่วน!! CAAT ประกาศผ่อนคลายมาตรการบินโดรน เข้มเฉพาะพื้นที่เพื่อความมั่นคง
ติดตามเราได้ที่