โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ลอรีอัล กรุ๊ป’ ปฏิวัติวงการบิวตี้ ยกระดับบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลมุ่งสร้าง ‘ความงามแบบเติมได้’ ให้ทุกคนเข้าถึงได้ [Advertorial]

THE STANDARD

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
‘ลอรีอัล กรุ๊ป’ ปฏิวัติวงการบิวตี้ ยกระดับบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลมุ่งสร้าง ‘ความงามแบบเติมได้’ ให้ทุกคนเข้าถึงได้ [Advertorial]

ในแต่ละปีอุตสาหกรรมความงามผลิตบรรจุภัณฑ์ออกสู่ตลาดมากกว่า 120,000 ล้านชิ้น โดย 95% ถูกทิ้งหลังจากใช้ครั้งเดียว มีเพียง 14% เท่านั้นที่ถูกส่งไปรีไซเคิล

นั่นเป็นเหตุผลให้บริษัทความงามยักษ์ใหญ่ระดับโลกเร่งปรับแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้ทางชีวภาพ 100%

ฝั่งผู้บริโภคเองก็มีความต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่ยั่งยืนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผลสำรวจล่าสุดโดย KANTAR พบว่า ผู้บริโภคทั่วโลกกว่า 84% ต้องการเลือกสิ่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ 44% ของผู้บริโภคทั่วโลกที่ต้องการตัดสินใจเลือกสิ่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลับรู้สึกว่าไม่มีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการซื้อของพวกเขา

สอดคล้องกับผลสำรวจโดยลอรีอัลพบว่า 78% สนใจซื้อผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนกว่า แต่หลายคนยังไม่รู้ว่ามีตัวเลือก refill อยู่ และมีเพียง 42% เท่านั้นที่รู้ว่าการเติมผลิตภัณฑ์เป็นตัวเลือกสำหรับผลิตภัณฑ์ความงาม

จากเทรนด์สู่พันธกิจยกระดับ “ความงามแบบเติมได้” ให้เข้าถึงทุกคน

ลอรีอัล กรุ๊ป (L’Oréal Groupe) บริษัทความงามชั้นนำระดับโลก จึงยกระดับแคมเปญ #JoinTheRefillMovement สู่ปีที่ 3 ต้อนรับวันรีฟิลโลก (World Refill Day) ในวันที่ 16 มิถุนายน ประกาศจุดยืนแคมเปญปี 2026 เน้นย้ำถึงความตั้งใจของลอรีอัลว่า ‘ความงามแบบเติมได้’ ต้องเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ ในทุกระดับราคา ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์

ด้วยการผนึกกำลัง 18 แบรนด์ จาก 4 แผนก รวม 28 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง (L’Oréal Luxe) ที่สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการรีฟิลผลิตภัณฑ์ความงามกลุ่มลักซูรี ทั้งน้ำหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง (L’Oréal Dermatological Beauty) นำเสนอทางเลือกรีฟิลผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ที่แพทย์ผิวหนังไว้วางใจ แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ (Professional Products Division) เสนอผลิตภัณฑ์รีฟิลดูแลเส้นผมระดับพรีเมียม และ แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภค (Consumer Products Division) ที่นำแบรนด์ระดับมหาชนมาร่วม

นับเป็นแคมเปญเพื่อความยั่งยืนระดับองค์กรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท “เรากำลังพิสูจน์ว่าผลิตภัณฑ์ความงามแบบเติมได้เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทุกระดับราคา และทุกช่องทาง เราอยากให้ทุกคนเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์รีฟิล โดยยังคงได้รับทั้งความพึงพอใจและได้ทั้งความคุ้มค่าและได้ทำดีต่อโลกในเวลาเดียวกัน” Blanca Juti ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการองค์กรและสื่อสารสัมพันธ์ L’Oréal Groupe กล่าว

กางตัวเลขพิสูจน์ผลลัพธ์ ‘รีฟิลช่วยโลกได้จริง’

จริงๆ แล้ว ลอรีอัล กรุ๊ป มุ่งมั่นกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2007 ผ่านการปรับเปลี่ยนดีไซน์ การเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล ตลอดจนการคิดค้นระบบบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนที่สามารถนำกลับมาเติมใหม่ เห็นได้จากความสำเร็จของน้ำหอมรีฟิล PRADA Paradoxe ที่ช่วยลดการใช้แก้วได้ 44% พลาสติก 67% โลหะ 100% และกระดาษแข็ง 61%

สิ่งที่พิสูจน์ว่าความมุ่งมั่นของลอรีอัลในการผลักดัน ‘ความงามแบบเติมได้’ กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมความงามคือ ยอดขายผลิตภัณฑ์แบบเติมของลอรีอัลเพิ่มขึ้น 34% ระหว่างปี 2024 – 2025 หลังเปิดตัวแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ครั้งแรก

และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ทุกผลิตภัณฑ์รีฟิลของลอรีอัลมาพร้อมตัวเลขยืนยันเพื่อให้ผู้บริโภคเห็นว่า ทุกครั้งที่พวกเขาตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์แบบเติมพวกเขาได้มีส่วนช่วยโลกอย่างไรบ้าง อาทิ

  • ครีมบำรุงผิว Lancôme Absolue Longevity Soft Cream: ซื้อรีฟิล 1 ชิ้น แทนการซื้อกระปุกใหม่ ช่วยลดการใช้วัสดุแก้วลงได้ถึง 100% ลดการใช้โลหะ 95% พลาสติก 42% และกระดาษแข็ง 36%
  • น้ำหอม YSL Libre EDP: ซื้อขวดรีฟิล 100ml แทนการซื้อขวดใหม่ขนาด 50ml สองขวด ช่วยลดการใช้วัสดุโลหะ100% พลาสติก 59% แก้ว 58% และกระดาษแข็ง 42%
  • ออยล์บำรุงผม Kérastase Elixir Ultime หรือ Chronologiste: ซื้อไส้รีฟิลมาใส่ขวดเดิม ช่วยลดการใช้วัสดุแก้ว 100% และ พลาสติก 58%
  • CeraVe Moisturising Lotion ครีมทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกาย: ซื้อถุงเติม 473ml แทนการซื้อขวดปั๊มใหม่ ช่วยลดการใช้พลาสติก 77%

ปฏิรูปทั้งซัพพลายเชนขับเคลื่อนนวัตกรรมแห่งอนาคต

ทว่าตัวเลขขยะพลาสติกที่ลดลงเป็นเพียงด่านแรกของความสำเร็จ เพราะการจะขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เกิดผลกระทบเชิงบวก ต้องปฎิรูปโครงสร้างธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลาย

Ezgi Barcenas ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม L’Oréal Groupe กรุ๊ป เผยว่า “ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมความงามระดับโลก การผลักดันให้นวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนเกิดขึ้นจริงในระดับสากลคือความรับผิดชอบของเรา ซึ่งการผลักดันให้นวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนเกิดขึ้นจริงในระดับสากล ต้องปฏิรูปตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการสร้างพันธมิตรค้าปลีกและการสื่อสารกับผู้บริโภค”

สอดคล้องกับพันธสัญญาด้านความยั่งยืน ‘L’Oréal for the Future’ ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาสังคมใน 4 มิติ ได้แก่ ดูแลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พิทักษ์ธรรมชาติ ขับเคลื่อนการหมุนเวียนทรัพยากร และสนับสนุนชุมชน

และเพื่อให้การขับเคลื่อนการหมุนเวียนทรัพยากรเกิดขึ้นจริงและจับต้องได้จริง ลอรีอัล กรุ๊ป จึงลงทุนด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์แบบเติม อาทิ ปักหมุดตั้งฐานการผลิตระบบรีฟิลเฉพาะทางที่โรงงานในโกชี (Gauchy) และโอลเนย์ (Aulnay) สำหรับกลุ่มน้ำหอม หรือการขยายไลน์ผลิตที่โรงงานในบูร์โกส (Burgos) ประเทศสเปน สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม รวมถึงโรงงานในวิชี (Vichy) ประเทศฝรั่งเศสสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

ทั้งหมดนี้ได้รับการสนับสนุนกว่า 100 ล้านยูโร จาก L’AcceleratOR กองทุนที่ลอรีอัลตั้งขึ้นเพื่อร่วมลงทุนและขับเคลื่อนสตาร์ทอัปรวมถึงผู้พัฒนานวัตกรรมทั่วโลก ซึ่งการลงทุนดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มทางเลือกผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลได้มากถึง 3.7 เท่า ระหว่างปี 2019 ถึง 2025

นอกจากนี้ L’AcceleratOR ยังคงเดินหน้าสนับสนุนสตาร์ทอัพและผู้พัฒนานวัตกรรมในการค้นหาโซลูชันบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตเพื่อผลักดัน Next-Generation Packaging Materials หรือวัสดุบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตให้ใช้งานได้จริงในวงกว้าง อาทิ บรรจุภัณฑ์จากสาหร่ายที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ พลาสติกชีวภาพจากอ้อยลดการพึ่งพาปิโตรเคมี ไปจนถึงขวดกระดาษรีไซเคิล

ลอรีอัล ประเทศไทย ชวน ‘สวยสับแบบรีฟิล’ ไลฟ์สไตล์บิวตี้ที่เก๋ คุ้ม และดีต่อโลก

สำหรับในประเทศไทย ลอรีอัล กรุ๊ป ได้นำวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนระดับโลกมาขับเคลื่อนผ่านแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกทัพไอเทมรีฟิลให้เลือกช้อปกว่า 30 ผลิตภัณฑ์ จาก 12 แบรนด์ดัง ให้คุณ ‘สวยสับแบบรีฟิล’ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์กู้ผิวสตรองอย่าง CeraVe, เจลล้างหน้าจาก La Roche-Posay, เซรั่มและครีมในตำนานจาก Lancôme และ Kiehl’s ไปจนถึงน้ำหอมสุดหรูจาก YSL และ Giorgio Armani

พร้อมจับมือร้านค้าพันธมิตรและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จัดแคมเปญสร้างความตระหนักรู้ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการขาย เพื่อปลุกกระแสความงามแบบรีฟิล และมอบทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภค เพื่อสร้างความงามที่ขับเคลื่อนโลกตามพันธะสัญญาความยั่งยืนที่เคยให้ไว้

อ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...