โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไอติม’ ข้องใจ ‘ภท.’ รีบปฏิเสธข้อมูลใหม่เลือกตั้ง สสร. ถามหรือมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่

ไทยโพสต์

อัพเดต 22 มิถุนายน 2569 เวลา 15.19 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

22 มิ.ย.2569-นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน(ปชน.) และประธานวิปฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊ก “พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu” เรื่อง “เหตุผลที่ต้องรีบปฏิเสธข้อมูลใหม่จากผลการหารือประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่ ว่าต้องการฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่คลุมเครือ เพื่อตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง สสร.?” เนื้อหาระบุว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทาง กมธ. สส.-สว. ได้หารือกับประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยได้รับคำอธิบายว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 ที่ระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” หมายความถึงการห้ามไม่ให้ประชาชนเลือกตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ไม่ได้ห้ามหรือตัดสิทธิประชาชนในการเลือกตั้ง สสร. โดยตรง (โดยมี กมธ. ยกร่าง ที่ถูกแต่งตั้งโดย สสร. อีกทีหนึ่ง)

เมื่อ สสร. เลือกตั้ง มีโอกาสจะไปต่อได้ สิ่งที่ผมหวังจะเห็นคือการที่พรรคการเมืองทุกพรรคที่เคยประกาศสนับสนุน สสร. เลือกตั้ง (ก่อนคำวินิจฉัยศาลออกมา) หันมาหารือร่วมกันถึงแนวทางดังกล่าว

แต่ผ่านไปไม่ถึง 2 วัน สิ่งที่เรากลับเห็นคือแกนนำพรรคภูมิใจไทย 3 คน เรียงคิวกันออกมารีบปัดตกข้อมูลใหม่ดังกล่าวทันทีด้วยสารพัดเหตุผล เพื่อปิดประตูใส่ การมี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง

1. ผมทราบดีว่าทั้ง 3 ท่านไม่ต้องการทำอะไรที่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่ผมเชื่อว่าทั้ง 3 ท่านก็ทราบดี ว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีความคลุมเครือและไม่มีหลักการประชาธิปไตยอ้างอิง - ดังนั้น คำอธิบายที่เราได้รับเพิ่มเติมจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นการเพิ่มความชัดเจนว่าอะไรที่ขัดหรือไม่ขัดคำวินิจฉัย และการเดินหน้าตามคำอธิบายดังกล่าว ก็ไม่ควรที่จะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

2. หากทั้ง 3 ท่าน จะอ้างว่าคำอธิบายดังกล่าว เป็นความเห็นส่วนตัวของประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการเพียงบางคน ผมก็ต้องย้ำ (ตามที่ผมได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อไปแล้วตั้งแต่วันศุกร์) ว่าทางประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ย้ำชัดตอนเริ่มประชุม ว่าคำอธิบายของเขา ไม่ใช่การอธิบายความเห็นส่วนตัวของเขา (เนื่องจากในคำวินิจฉัยส่วนตนของเขา เขาไม่ได้วินิจฉัยข้อห้ามใดๆเรื่องการเลือกผู้ร่างโดยตรง) แต่เป็นการอธิบายความเห็นของ “ที่ประชุมร่วมกันของตุลาการทุกคน” ก่อนจะออกคำวินิจฉัยกลางดังกล่าว - หากไม่เชื่อมั่นคำพูดผม ท่านลองถาม สส. พรรคภูมิใจไทย ที่ร่วมประชุมอยู่ด้วยก็ได้

3. หากทั้ง 3 ท่าน จะอ้างว่าผมเคยได้ข้อสรุปจากการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในปี 2567 ว่าทำประชามติแค่ 2 รอบได้ แต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในปี 2568 กลับบอกให้ทำ 3 ครั้ง ผมเห็นว่าท่านต้องทบทวนข้อเท็จจริงกันดีๆ แทนที่จะประสานเสียงกันในข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน

หลังผมหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในปี 2567 ข้อสรุปที่ได้คือเราสามารถเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยทำประชามติเพียง 2 รอบ (โดยตอนนำเสนอรายละเอียดดังกล่าวต่อคณะกรรมการของประธานรัฐสภา ผมก็ได้ย้ำว่าในการทำประชามติรอบแรก เราอาจจะต้องถาม 2 คำถาม ซึ่งจะเท่ากับการทำประชามติทั้งหมด 3 คำถามใน 2 รอบ (รอบแรก = 2 คำถาม / รอบสอง = 1 คำถาม))

พอศาลมีคำวินิจฉัย 18/2568 คำวินิจฉัยดังกล่าวก็ระบุชัดว่าทำประชามติเพียง 2 รอบได้ (โดยรอบแรกจะต้องมี 2 คำถาม + รอบสองที่มี 1 คำถาม) ซึ่งก็ตรงกับข้อสรุปจากการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ

ในทางกลับกัน หากย้อนไปก่อนคำวินิจฉัย สังคมคงจำได้ว่าพรรคภูมิใจไทยออกมาย้ำตลอดในช่วงนั้น ว่าจะต้องทำประชามติ 3 ครั้งแยกกันเท่านั้น ถึงขั้นเดินออก (walk out) จากห้องประชุมสภาใน ก.พ. 68 ก่อนจะยอมกลับมาร่วมพิจารณาในที่ประชุมสภาใน มี.ค. 68 ซึ่งมีมติส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ

หากวันนั้น เรายอมทำตามความเชื่อของภูมิใจไทย และ walk out ไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจข้อสรุปที่ได้จากการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ การเดินหน้าสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็อาจไม่เดินมาถึงทุกวันนี้

ดังนั้น หากพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจที่จะหาแนวทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. ผมเสนอว่าเราทุกฝ่ายควรหารือร่วมกันอย่างจริงจังถึงข้อมูลใหม่ที่เราได้รับจากการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ

แต่หากพรรคภูมิใจไทยเลือกเดินหน้าต่อโดยปฏิเสธข้อมูลใหม่ที่ได้จากการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ผมก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าเป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่ ว่าต้องการฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่คลุมเครือ เพื่อตีขลุมและตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง สสร.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...