โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘นมแท่ง’ ขนมบ้านๆ รายได้เฉียด ‘พันล้าน’ ทายาทรุ่น 2 ขอตรึงราคาห่อละ 5 บาท รับปีนี้ท้าทายหนักสุด

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

“นมแท่ง” ข้าวโพดอบกรอบที่เดินทางมาพร้อมกับซองใสให้เห็นหน้าตาขนมด้านใน สนนราคาซองละ 5 บาท จนถึงวันนี้ที่มีการปรับปรุง-พัฒนาแพ็กเกจจิ้งด้วยสีทึบ เพื่อยืดอายุขนมในซองให้อร่อยกรุบกรอบนานขึ้น พร้อมกับซองใหญ่โฉมใหม่ที่เรียกว่า “รุ่น New Normal” สำหรับคนที่รักการกิน “นมแท่ง” สุดๆ

“บอย-ณภัทร” ทายาทรุ่นที่ 2 “ไพบูลย์ โปรดักส์” เจ้าของขนมนมแท่ง บอกว่า พอร์ตโฟลิโอของบริษัทมีขนมหลายยี่ห้อ หลายประเภท ทว่า “นมแท่ง” ยังครองตำแหน่ง “Hero Product” ขายดีที่สุด ยืนหนึ่งเป็นสินค้าเบอร์ต้นมาตลอด 30 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา

“บอย” เข้ามาช่วยบริหารกิจการในตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ ร่วมกับ “ไพบูลย์ พัฒนวาณิชกิจกุล” และ“ขวัญจิต ยั่งยืน” ผู้เป็นพ่อและแม่ หลังจากเรียนจบก็เข้ามาสานต่อทันทีตั้งแต่อายุ 25 ปี หรือราวๆ 2 ปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ “บอย” ระบุว่า บริษัทเติบโตจนทำรายได้แตะ New High แทบจะสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท แต่หลังจากนั้นไม่นานก็ต้องเจอกับความท้าทายเรื่องเศรษฐกิจ กระทั่งถึงปีนี้ที่บอยระบุว่า หนักมาตั้งแต่ต้นปี

-ขนมตรานมแท่งในรูปแบบซองทึบโฉมใหม่-

“นมแท่ง” เกิดขึ้นพร้อมกับบริษัท ผ่านมา 30 ปีก็ยังไม่มีใครทำได้รสชาติแบบนี้

ขนมตรานมแท่งไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าขนมที่มีส่วนผสมของข้าวโพดพร้อมกับรูปลักษณ์แท่งยาว โดยรสแรกที่ออกสู้ท้องตลาด ก็คือ “รสนม” นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ “นมแท่ง” บอยเล่าว่า จริงๆ แล้ว“ไพบูลย์ โปรดักส์” ไม่ได้มีขนมนมแท่งอย่างเดียว ยังมีข้าวเกรียบ บิสกิต เวเฟอร์ ขาไก่ ฯลฯ และล่าสุดได้พัฒนาข้าวโพดอบกรอบที่มีส่วนผสมของธัญพืชเข้าไป อีกไม่เกิน 2 เดือนน่าจะได้เห็นวางขาย

ภาพรวมของ “ไพบูลย์ โปรดักส์” มีสินค้าราวๆ 40 SKU ถ้ารวมกับกลุ่มขนมปี๊บและบิสกิตอื่นๆ ด้วย ก็จะมีมากถึง 80 SKU ตัวที่ขายดีที่สุดยังเป็น “นมแท่ง” โปรดักต์ที่อยู่มาตั้งแต่วันแรกของการก่อตั้งบริษัท จากเดิมที่มาในรูปแบบซองใสเล็กๆ ราคา 5 บาท ปัจจุบันปรับบรรจุภัณฑ์เป็นซองทึบ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นอาจทำให้ความกรอบของขนมลดลง

“บอย” มองว่า จุดแข็งและความแตกต่างที่ทำให้ “นมแท่ง” ครองใจผู้บริโภคแม้จะผ่านมาหลายเจเนอเรชัน เป็นเพราะรสชาติที่ไม่เหมือนใคร มั่นใจว่า “รสนม” ของที่นี่ไม่เหมือนยี่ห้ออื่นแน่นอน ส่วนยอดขายจะโตขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับการตอบรับของผู้บริโภคด้วย ซึ่งที่ผ่านมาแบรนด์ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นด้วยโจทย์ที่ว่า ทำไมลูกค้าถึงเลือกกิน “นมแท่ง” ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า “รสนม” ของ “นมแท่ง” ไม่เหมือนใคร จึงอยู่ได้และขายได้ตลอด

ปัจจุบัน “นมแท่ง” รวมถึงโปรดักต์อื่นๆ ในเครือไพบูลย์ โปรดักส์ ยังใช้วิธีมีหน่วยรถจากฝ่ายขายวิ่งเข้าหาร้านโชห่วย หรือร้านค้าแบบ “Traditional Trade” ซึ่งเป็นช่องทางการขายแบบดั้งเดิม บวกกับการขยายไปยังช่องทางโมเดิร์นเทรดมากขึ้น หาซื้อได้ทั้งในโลตัส แมคโคร บิ๊กซี ซีเต รวมถึงโฮลเซลล์ท้องถิ่น

-บอย-ณภัทร พัฒนวาณิชกิจกุล ทายารุ่นที่ 2 ไพบูลย์ โปรดักส์-

ต้องหาสินค้าขายดีเทียบเท่า “นมแท่ง” เจาะเข้า 7-Eleven – ความท้าทายรุ่นที่ 2

“บอย” ฉายภาพ 2 ปีที่เข้ามาบริหารงานให้ฟังว่า ถือเป็นช่วงเวลาที่บริษัทเติบโตได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะปี 2566 และ 2567 ผลประกอบการเติบโตดีต่อเนื่อง ทว่า ปี 2568 และปีนี้ยอมรับว่า ท้าทายกับการขายมาก ปัจจัยหลักมาจากเรื่องเศรษฐกิจที่หดตัวลง รวมถึงเรื่องการค้าบริเวณชายแดนทั้งเมียนมาและกัมพูชาที่ทำให้เส้นทางการส่งออกไม่ค่อยราบรื่น สำหรับ “กัมพูชา” ยอดแทบจะหายไปทั้งหมด 100%

หากเทียบกับสัดส่วนทั้งหมดของ “ไพบูลย์ โปรดักส์” พอร์ตต่างประเทศมีอยู่ราวๆ 20% “กัมพูชา” กินสัดส่วนอยู่ประมาณ 1-2% แม้เทียบแบบนี้จะดูไม่เยอะมาก แต่หากดูในเชิงตัวเลขก็ถือว่าเยอะพอสมควร โดยนอกจากกลุ่มประเทศ CLMV ยังมีส่งออกไปจีน และทำ OEM ให้กับแบรนด์ที่ต่างประเทศด้วย

ในมุมของทายาทรุ่นใหม่ แน่นอนว่า ต้องการขยายสัดส่วนต่างประเทศให้เติบโตมากขึ้นไปอีก พร้อมกับความท้าทายในการหา “New S-Curve” โปรดักต์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับไพบูลย์ โปรดักส์ เชื่อว่า ถ้ามีโปรดักต์ใหม่ติดตลาด จะช่วยอุดช่องโหว่ในส่วนของตัวเลขที่หายไป จนถึงตอนนี้ “นมแท่ง” ยังเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคจดจำมากที่สุด เมื่อคุ้นเคยก็จะหยิบเพียงโปรดักต์เดิม จะทำอย่างไรให้สินค้าใหม่ติดตลาด-เทียบเท่านมแท่งเป็นเรื่องยากแต่ต้องทำให้ได้

“อีกเรื่องอาจจะเป็นการหาตลาดใหม่ บริษัทติดกับการขายผ่านช่องทาง Traditional Trade เป็นหลัก ก็อยากจะหาตลาดใหม่ๆ ในช่องทาง Modern Trade เรายังไม่เคยเข้าเซเว่น อีเลฟเว่น ในอนาคตก็อาจจะเป็นอีกชาเลนจ์ที่อยากทำ ปัจจุบันเราอยู่ในโลตัส แมคโคร บิ๊กซี ซีเจ และพวกโฮลเซลล์ท้องถิ่น แผนในการเข้าเซเว่น อีเลฟเว่น ต้องหาโปรดักต์ที่เหมาะสม เพราะการเข้าเซเว่นฯ หรือการคุยเจรจาก็จะมีเรื่องมาร์จิ้นที่ต้องดูหลังบ้านด้วย”

เรื่องการส่งออก“บอย” บอกว่า มองเรื่องปรับแพ็กเกจจิ้งให้เหมาะสม-ตอบโจทย์ ซองใหญ่อาจไม่สะดวกกับการขนส่ง ส่วนการทำ OEM แต่ก่อนบริษัทอาจจะเน้นทำแบรนดิ้งตัวเอง ตอนนี้เปิดโอกาสให้คู่ค้าที่สนใจอยากทำแบรนด์ของตัวเองเข้ามาพูดคุยได้ ปีนี้เพิ่งเริ่มทำไป 2-3 เจ้า และอยากเพิ่มสัดส่วนนี้ในอนาคต

เป้าหมายด้านรายได้อยากรักษาระดับเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา เพราะปีนี้ท้าทายกว่าปีก่อนๆ ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะเรื่องสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น 25% แทบทุกส่วน ตั้งแต่ราคาน้ำมัน แพ็กเกจจิ้ง แม้กระทั่งฟิล์มที่ใช้สำหรับติดฉลาก แต่ถึงอย่างนั้นบริษัทก็ยังไม่คิดปรับขึ้นราคา ขึ้นไม่ได้เพราะจะกระทบต่อผู้บริโภคและคู่ค้า เป็นช่วงที่ยอมได้กำไรบางลง มาร์จิ้นน้อยกว่าปีก่อนๆ

ยอมรับว่า การบริหารจัดการต้นทุนยากขึ้น ประสบปัญหาเรื่องวัตถุดิบเช่นกัน แต่ภาพรวมการบริหารยังพอทำได้โดยที่มาร์จิ้นหายไปบางส่วน ยืนยันยังอยากเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคพอซื้อไหวในราคาเท่าเดิม

สำหรับผลประกอบการ บริษัท ไพบูลย์ โปรดักส์ จำกัด มีรายละเอียด ดังนี้

ปี 2568: รายได้ 899 ล้านบาท กำไรสุทธิ 30 ล้านบาท
ปี 2567: รายได้ 976 ล้านบาท กำไรสุทธิ 34 ล้านบาท
ปี 2566: รายได้ 1,128 ล้านบาท กำไรสุทธิ 63 ล้านบาท
ปี 2565: รายได้952 ล้านบาท กำไรสุทธิ 59 ล้านบาท
ปี 2564: รายได้ 1,004 ล้านบาท กำไรสุทธิ 61 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...