โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กสิกรไทย ชี้เป้าประกันสุขภาพครอบคลุม "โควิด-19" ควรเลือกแบบไหน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ม.ค. 2565 เวลา 07.53 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2565 เวลา 02.58 น.

กสิกรไทยแนะนำวิธีดูประกันสุขภาพแบบไหนที่คุ้มค่าและครอบคลุมการรักษาโควิด-19 ทุกสายพันธุ์ รวมถึงโรคระบาด-โรคร้ายแรง-โรคทั่วไป คาดการณ์โลกยังต้องเผชิญกับโควิดสายพันธุ์ใหม่ รวมถึงโรคระบาดอื่น ๆ ถึงแม้จะมีวัคซีนที่ช่วยลดความรุนแรงของอาการเจ็บป่วย ชี้ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล /Hospitel อาจเกิดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาทำให้หลายคนที่สนใจทำประกันสุขภาพมากขึ้น

วันที่ 26 มกราคม 2565 นายวีระพล บดีรัฐ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายพัฒนาการให้คำปรึกษาลูกค้า และ K WEALTH GURU ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า คนไทยที่เข้าข่ายได้รับการดูแลด้านค่ารักษาพยาบาลจากรัฐมีจำนวนรวมกว่า 17 ล้านคน ประกอบด้วย ผู้ถือบัตรทอง บัตรประกันสังคม ม.33 และ ม.39 ข้าราชการบำนาญ ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจรวมทั้งคนในครอบครัว

โดยสิทธิการรักษาของภาครัฐถือได้ว่าเป็นสิทธิพื้นฐาน ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะเบิกได้ตามที่รัฐกำหนด อย่างไรก็ตาม ในช่วงการรักษาพยาบาล อาจเสียโอกาสจากการขาดรายได้ การทำประกันสุขภาพ จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยให้มีเงินทุนครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ โดยปัจจุบันมีแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองโรคระบาด โรคร้ายแรง และครอบคลุมถึงโควิด-19 ทุกสายพันธุ์ ซึ่งควรมีการตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัดเจนเพื่อมั่นใจว่าจะได้รับประกันที่มีความคุ้มครองครบถ้วนตามที่ต้องการตัวอย่างแบบประกันและความคุ้มครองครอบคลุมรูปแบบการรักษาโควิดทุกสายพันธุ์ กรณีรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) และกรณีรักษาตัวแบบผู้ป่วยนอก ในเครือข่ายโรงพยาบาลคู่สัญญา และในกรณีรักษาตัวนอกสถานพยาบาล ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองจากแบบประกัน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่

1.แบบประกันที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในแบบเหมาจ่าย ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองเป็นค่ารักษาแบบเหมาจ่ายเมื่อนอนโรงพยาบาล ตัวอย่างเช่น สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบอีลิท เฮลท์ และดีไลท์ เฮลท์

2.แบบประกันที่มีสัญญาเพิ่มเติมที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก ผู้เอาประกันจะได้รับวงเงินความคุ้มครอง กรณีไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ตัวอย่างเช่น สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบอีลิท เฮลท์ แผนที่ 2-4 หรือ สัญญาเพิ่มเติมการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก สูงสุด 1 ครั้งต่อวัน และไม่เกิน 30 ครั้งต่อปี

3.แบบประกันที่มีสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ วงเงินแน่นอน ผู้เอาประกันจะได้รับเงินชดเชยรายวัน ตัวอย่างเช่น สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ วงเงินแน่นอน (Health Benefit Plus)

โดยขั้นตอนการเคลมประกัน คือ ผู้เอาประกันตรวจสอบสิทธิโดยแสดงบัตรประชาชนหรือใบขับขี่ กรณีไม่ต้องสำรองจ่าย บริษัทประกันพิจารณาในระยะเวลา 30 นาที (เฉพาะเคสทั่วไป) จากนั้นรอรับ SMS แจ้งผลการพิจารณา ส่วนกรณีต้องสำรองจ่าย จะต้องเตรียมเอกสาร ใบเรียกร้องค่าชดเชยของบริษัท สำเนาใบรายงานแพทย์ของสถานพยาบาล ใบรายงานผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 RT-PCR ใบเสร็จรับเงินฉบับจริง และใบสรุปค่ารักษา และนำไปติดต่อยื่นเอกสารที่บริษัทประกัน

ทั้งนี้ ข้อแนะนำในการซื้อประกันสุขภาพความคุ้มครองครอบคลุมรูปแบบการรักษาโควิด-19 สามารถเลือกให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานตามความต้องการของแต่ละคน ได้แก่

– ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริง ไม่ต้องสำรองจ่าย เช่น สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบอีลิท เฮลท์ และประกันชีวิตและสุขภาพ Delight Health

– ประกันสุขภาพแยกค่าใช้จ่าย เหมาะกับคนที่มีงบฯจำกัด หรือมีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลอยู่แล้วบางส่วน เช่น สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่าย (N) (Health Care Plus) หรือแบบที่มีความรับผิดส่วนแรก เช่น ประกันชีวิตและสุขภาพป่วยหายห่วง และประกันชีวิตและสุขภาพ Delight Health แผน Plus 1 หรือแผน Plus 2

– ประกันสุขภาพที่มีเงินชดเชยรายวัน เหมาะกับอาชีพอิสระ ไม่มีรายได้ประจำ เช่น สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบวงเงินแน่นอน (Health Benefit Plus)

นายวีระพลกล่าวตอนท้ายว่า การทำประกันสุขภาพเป็นเครื่องมือช่วยลดความเสี่ยง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบความคุ้มครองตามแผนประกันที่ต้องการ จะช่วยให้เงินค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปสามารถให้ความคุ้มครองตามที่คาดหวังและลดภาระให้ได้จริงเมื่อจำเป็นต้องใช้สิทธิ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...