“ทรัมป์” เตรียมประกาศแพ็กเกจช่วยเกษตรกร 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ รับมือสงครามภาษี
"ทรัมป์" เตรียมประกาศแพ็กเกจช่วยเกษตรกร 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อบรรเทาความเสียหายจากราคาพืชผลตกต่ำและผลกระทบจากสงครามภาษีกับจีน
วันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 10.11 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศแพ็กเกจช่วยเหลือเกษตรกรที่รอคอยกันมานาน โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่ารวม 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มุ่งช่วยเหลือฐานเสียงสำคัญของทรัมป์ ซึ่งได้รับผลกระทบหนักจากราคาพืชผลตกต่ำและผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจจากนโยบายภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐเอง
แหล่งข่าวระบุว่าแพ็กเกจดังกล่าวจะประกอบด้วยเงินช่วยเหลือแบบครั้งเดียวสูงสุด 11,000 ล้านดอลลาร์ ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกพืชไร่ ภายใต้โครงการ Farmer Bridge Assistance (FBA) ที่กระทรวงเกษตรสหรัฐออกแบบขึ้นใหม่ ส่วนวงเงินที่เหลือจะมอบให้พืชผลเกษตรที่ไม่อยู่ในขอบเขตความคุ้มครองของโครงการ FBA
ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดประกาศแพ็กเกจนี้ในงานพบปะเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ฝ้าย ข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง ข้าว ข้าวสาลี มันฝรั่ง และผู้เลี้ยงวัว พร้อมด้วยรัฐมนตรีคลัง สก็อต เบสเซนต์ และรัฐมนตรีเกษตร บรู๊ค โรลลินส์
มาตรการดังกล่าวสะท้อนรูปแบบการสนับสนุนเกษตรกรในสมัยแรกของทรัมป์ เมื่อสหรัฐและจีนทำสงครามการค้ากันอย่างดุเดือด ขณะเดียวกันก็เกิดแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากฝ่ายนิติบัญญัติของพรรครีพับลิกันเอง ที่เรียกร้องให้รัฐบาลบรรเทาความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจของเกษตรกร ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในปีหน้า
ชุมชนเกษตรกรรมซึ่งเทคะแนนเสียงให้ทรัมป์อย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งปี 2567 ได้รับผลกระทบหนักจากตลาดส่งออกพืชผลที่ซบเซา และการลดลงของโครงการพยุงรายได้จากรัฐบาลในสมัยที่สองของทรัมป์ โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองที่เผชิญปัญหารุนแรงหลังการซื้อถั่วเหลืองของจีนหยุดชะงักเกือบทั้งปี
แม้ว่าการซื้อถั่วเหลืองของจีนจะเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง บรรลุข้อตกลงในช่วงปลายเดือนตุลาคม โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา จีนสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐในปริมาณต่อวันที่มากที่สุดในรอบสองปี และยอดสั่งซื้อรวมตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. ถึงปัจจุบันอยู่ที่ 2.25 ล้านตัน ตามข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐ
อย่างไรก็ตามยอดซื้อดังกล่าวยังต่ำกว่าที่เกษตรกรสหรัฐคาดหวังไว้ และยังห่างไกลจากเป้าหมาย 12 ล้านตัน ที่สหรัฐระบุว่าจีนจะซื้อภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ แม้เบสเซนต์จะยืนยันเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าจีนกำลังทำตามเป้าหมายนี้ได้ตามแผนก็ตาม ปีที่แล้วสหรัฐคิดเป็น หนึ่งในห้าของการนำเข้าถั่วเหลืองทั้งหมดของจีน คิดเป็นมูลค่ากว่า 12,000 ล้านดอลลาร์
งบประมาณช่วยเหลือครั้งใหม่นี้ได้รับอนุมัติภายใต้กฎหมาย Commodity Credit Corporation Charter Act และจะดำเนินการโดยสำนักงาน Farm Service Agency ของสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยเสนอแนวคิดใช้รายได้จากภาษีนำเข้ามาเป็นทุนสนับสนุนโครงการดังกล่าว แต่การประกาศกลับล่าช้าเพราะเหตุปิดหน่วยงานรัฐบาล (government shutdown)
ในสมัยแรก ทรัมป์เคยมอบเงินช่วยเหลือรวม 28,000 ล้านดอลลาร์ ให้เกษตรกรในปี 2561–2562 เพื่อชดเชยความเสียหายจากสงครามภาษีกับจีน แม้มาตรการดังกล่าวช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น แต่ก็ส่งผลยืดเยื้อ ทำให้จีนหันไปพึ่งพาแหล่งนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
แม้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าถั่วเหลืองจะปรับตัวสูงขึ้นในเดือนที่ผ่านมา จากความหวังการค้า แต่ราคาพืชผลส่วนใหญ่ยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563 ทำให้รายได้ของเกษตรกรลดลงในช่วงที่ต้นทุน รวมถึงปุ๋ย เพิ่มสูงขึ้น
ในเดือนมีนาคม กระทรวงเกษตรสหรัฐประกาศแผนช่วยเหลือเกษตรกรไม่เกิน 10,000 ล้านดอลลาร์ ภายใต้โครงการ Emergency Commodity Assistance Program ซึ่งได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรสในปลายปี 2567 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนปัจจัยการผลิตที่เพิ่มขึ้นและราคาพืชผลที่ลดต่ำลง โดยมีการจ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้วกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 23 พ.ย. โดยเกษตรกรข้าวโพดและถั่วเหลืองเป็นผู้ได้รับส่วนแบ่งมากที่สุด
ทรัมป์ยังวิจารณ์อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดนด้วยว่า “ไม่ทำอะไรเลย” เพื่อบังคับให้จีนปฏิบัติตามข้อตกลงซื้อถั่วเหลืองในข้อตกลงการค้าเฟสแรก (Phase One) ที่เจรจาไว้ในสมัยแรกของเขา
อ้างอิง : bloomberg.com