โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” เตรียมประกาศแพ็กเกจช่วยเกษตรกร 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ รับมือสงครามภาษี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ธ.ค. 2568 เวลา 11.16 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2568 เวลา 04.16 น.

"ทรัมป์" เตรียมประกาศแพ็กเกจช่วยเกษตรกร 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อบรรเทาความเสียหายจากราคาพืชผลตกต่ำและผลกระทบจากสงครามภาษีกับจีน

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 10.11 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศแพ็กเกจช่วยเหลือเกษตรกรที่รอคอยกันมานาน โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่ารวม 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มุ่งช่วยเหลือฐานเสียงสำคัญของทรัมป์ ซึ่งได้รับผลกระทบหนักจากราคาพืชผลตกต่ำและผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจจากนโยบายภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐเอง

แหล่งข่าวระบุว่าแพ็กเกจดังกล่าวจะประกอบด้วยเงินช่วยเหลือแบบครั้งเดียวสูงสุด 11,000 ล้านดอลลาร์ ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกพืชไร่ ภายใต้โครงการ Farmer Bridge Assistance (FBA) ที่กระทรวงเกษตรสหรัฐออกแบบขึ้นใหม่ ส่วนวงเงินที่เหลือจะมอบให้พืชผลเกษตรที่ไม่อยู่ในขอบเขตความคุ้มครองของโครงการ FBA

ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดประกาศแพ็กเกจนี้ในงานพบปะเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ฝ้าย ข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง ข้าว ข้าวสาลี มันฝรั่ง และผู้เลี้ยงวัว พร้อมด้วยรัฐมนตรีคลัง สก็อต เบสเซนต์ และรัฐมนตรีเกษตร บรู๊ค โรลลินส์

มาตรการดังกล่าวสะท้อนรูปแบบการสนับสนุนเกษตรกรในสมัยแรกของทรัมป์ เมื่อสหรัฐและจีนทำสงครามการค้ากันอย่างดุเดือด ขณะเดียวกันก็เกิดแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากฝ่ายนิติบัญญัติของพรรครีพับลิกันเอง ที่เรียกร้องให้รัฐบาลบรรเทาความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจของเกษตรกร ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในปีหน้า

ชุมชนเกษตรกรรมซึ่งเทคะแนนเสียงให้ทรัมป์อย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งปี 2567 ได้รับผลกระทบหนักจากตลาดส่งออกพืชผลที่ซบเซา และการลดลงของโครงการพยุงรายได้จากรัฐบาลในสมัยที่สองของทรัมป์ โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองที่เผชิญปัญหารุนแรงหลังการซื้อถั่วเหลืองของจีนหยุดชะงักเกือบทั้งปี

แม้ว่าการซื้อถั่วเหลืองของจีนจะเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง บรรลุข้อตกลงในช่วงปลายเดือนตุลาคม โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา จีนสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐในปริมาณต่อวันที่มากที่สุดในรอบสองปี และยอดสั่งซื้อรวมตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. ถึงปัจจุบันอยู่ที่ 2.25 ล้านตัน ตามข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐ

อย่างไรก็ตามยอดซื้อดังกล่าวยังต่ำกว่าที่เกษตรกรสหรัฐคาดหวังไว้ และยังห่างไกลจากเป้าหมาย 12 ล้านตัน ที่สหรัฐระบุว่าจีนจะซื้อภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ แม้เบสเซนต์จะยืนยันเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าจีนกำลังทำตามเป้าหมายนี้ได้ตามแผนก็ตาม ปีที่แล้วสหรัฐคิดเป็น หนึ่งในห้าของการนำเข้าถั่วเหลืองทั้งหมดของจีน คิดเป็นมูลค่ากว่า 12,000 ล้านดอลลาร์

งบประมาณช่วยเหลือครั้งใหม่นี้ได้รับอนุมัติภายใต้กฎหมาย Commodity Credit Corporation Charter Act และจะดำเนินการโดยสำนักงาน Farm Service Agency ของสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยเสนอแนวคิดใช้รายได้จากภาษีนำเข้ามาเป็นทุนสนับสนุนโครงการดังกล่าว แต่การประกาศกลับล่าช้าเพราะเหตุปิดหน่วยงานรัฐบาล (government shutdown)

ในสมัยแรก ทรัมป์เคยมอบเงินช่วยเหลือรวม 28,000 ล้านดอลลาร์ ให้เกษตรกรในปี 2561–2562 เพื่อชดเชยความเสียหายจากสงครามภาษีกับจีน แม้มาตรการดังกล่าวช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น แต่ก็ส่งผลยืดเยื้อ ทำให้จีนหันไปพึ่งพาแหล่งนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

แม้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าถั่วเหลืองจะปรับตัวสูงขึ้นในเดือนที่ผ่านมา จากความหวังการค้า แต่ราคาพืชผลส่วนใหญ่ยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563 ทำให้รายได้ของเกษตรกรลดลงในช่วงที่ต้นทุน รวมถึงปุ๋ย เพิ่มสูงขึ้น

ในเดือนมีนาคม กระทรวงเกษตรสหรัฐประกาศแผนช่วยเหลือเกษตรกรไม่เกิน 10,000 ล้านดอลลาร์ ภายใต้โครงการ Emergency Commodity Assistance Program ซึ่งได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรสในปลายปี 2567 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนปัจจัยการผลิตที่เพิ่มขึ้นและราคาพืชผลที่ลดต่ำลง โดยมีการจ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้วกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 23 พ.ย. โดยเกษตรกรข้าวโพดและถั่วเหลืองเป็นผู้ได้รับส่วนแบ่งมากที่สุด

ทรัมป์ยังวิจารณ์อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดนด้วยว่า “ไม่ทำอะไรเลย” เพื่อบังคับให้จีนปฏิบัติตามข้อตกลงซื้อถั่วเหลืองในข้อตกลงการค้าเฟสแรก (Phase One) ที่เจรจาไว้ในสมัยแรกของเขา

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...