โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ADMI จับมือเกาหลีใต้ ปั้นฮับแพทย์เอเชีย รุกตลาดความงาม 7.5 หมื่นล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 27 ธ.ค. 2568 เวลา 06.23 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 13.13 น.

พญ. สุรางคณา วีระนาวิน Medical Director, Aesthetic and Dermatology Medical Institute (ADMI) เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมความงามของไทยกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตลาดธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามในไทยปี 2568 มีมูลค่าราว 75,200 ล้านบาท

แม้เศรษฐกิจภาพรวมดูเหมือนจะชะลอตัวลง แต่กลุ่มธุรกิจความงาม สกินแคร์ และอาหารเสริม กลับโชว์ฟอร์มแกร่งด้วยอัตราการเติบโตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขยายตัวถึง 30-40%

โดยความนิยมการทำศัลยกรรมและความงามแบบผ่าตัดในไทย ยังคงได้รับความนิยมและมีสัดส่วนการใช้บริการสูงถึง 74% ส่วนความนิยมการทำศัลยกรรมและความงามในไทยแบบไม่ผ่าตัดมีสัดส่วนอยู่ที่ 26% และยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่มีความต้องการด้านการชะลอวัย

เรียกได้ว่าเทรนด์ความงามที่มาแรงที่สุดในขณะนี้คือ Anti-aging หรือการทำให้ดูเด็ก ทั้งในส่วนของรูปหน้าและงานผิว โดยเฉพาะเรื่องผิวที่เน้นความอิ่มฟู สุขภาพดี และการกระตุ้นคอลลาเจน ขณะที่การทำหัตถการแบบไม่ผ่าตัด เช่น การฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ มีสัดส่วนความต้องการสูงมาก เนื่องจากผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและเข้าถึงได้มากขึ้น

“การใช้จ่ายในอุตสาหกรรมความงามถือว่าสูงมาก สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่มีแนวโน้มมีบุตรน้อยลง ส่งผลให้มีงบประมาณในการดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนแรงหนุนของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของลูกค้าชาวต่างชาติ (Medical Tourist) ซึ่งบริการด้านเสริมความงามได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับ 2 ของบริการทางการแพทย์”

พญ. สุรางคณา กล่าวว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองแบบองค์รวม ทั้งการดูแลจากภายในและการเสริมความงามจากภายนอก แม้การเติบโตอุตสาหกรรมความงามของประเทศไทยจะมีแนวโน้มที่น่าจับตา แต่ยังมี Pain Point ที่สำคัญคือการขาดแคลนบุคลากรแพทย์คุณภาพ

ดังนั้น ADMI ในฐานะสถาบันฝึกอบรมแพทย์ ที่มีเป้าหมายการถ่ายทอดความรู้ด้านผิวหนังและความงามแบบครบวงจร เล็งเห็นโอกาสสำคัญในการสร้างบุคลากรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐานสากล จึงได้ยกระดับมาตรฐานของสถาบันสู่การเป็น ‘Regional Training Center ศูนย์ฝึกอบรมเวชศาสตร์ความงามระดับเอเชีย’

โดยได้รับการรับรองจาก American Board of Aesthetic Medicine and Cosmetic Surgery (ABAMCS) สหรัฐอเมริกา และการเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับ Korean College of Cosmetic Surgery & Medicine (KCCS) ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบนิเวศความงามไทยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

ประกอบด้วย บุคลากร การรักษา การวิจัย การเลือกใช้นวัตกรรม ไปจนถึงการให้บริการที่ปลอดภัยแก่ผู้รับบริการในประเทศและลูกค้าต่างชาติ ตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางความงามระดับเอเชีย และเป็นพื้นฐานของ Medical & Wellness Hub ไทยในอนาคต

การยกระดับ ADMI สู่ Regional Training Center ศูนย์ฝึกอบรมเวชศาสตร์ความงามระดับเอเชีย ไม่เพียงช่วยลดช่องว่างด้านจำนวนและคุณภาพของบุคลากรทางการแพทย์ แต่ยังทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบสุขภาพและความงามของประเทศไทยในระยะยาว รองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ช่วยดันไทยสู่ Medical Tourism Hub ระดับโลก จากศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ไทยที่มีความเชี่ยวชาญและมีความละเอียดอ่อน (Soft Touch) มากกว่าคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเกาหลีใต้ ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสสูงที่จะก้าวขึ้นเป็น Medical Tourism Hub โดยเฉพาะจากลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูงจาก สิงคโปร์ จีน และตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ หากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นระบบ จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ธุรกิจข้างเคียงได้ เช่น โรงแรมและร้านอาหารได้อย่างมหาศาล แต่การขาดการสนับสนุนจากภาคเอกชนและภาครัฐในบางมิติ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญที่ยังต้องจับตามอง เพราะหากสามารถปลดล็อกจุดนี้ได้ ภาพรวมของอุตสาหกรรมความงามไทยจะเติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแกร่งกว่าที่เป็นอยู่

นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ Marketing Director, Doctor Skin Laboratories Co., Ltd. กล่าวว่า อุตสาหกรรมความงามขับเคลื่อนด้วยหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะ เทคโนโลยี นวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ด้านความงาม ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่แพทย์และคลินิกทั่วประเทศให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในด้านมาตรฐานสากล ความปลอดภัย และหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้จริง

ADMI จึงขยายบทบาทสู่การเป็นผู้เล่นในตลาด B2B อย่างเป็นทางการ ผ่านการเปิดตัวกลุ่มธุรกิจใหม่ ได้แก่ Aesthetic Solution Groupและ Aesthetic Pharmaceuticals ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการรักษาให้กับคลินิกทั่วประเทศ รวมทั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Yeonica Skin Booster นวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การดูแลผิวในปัจจุบัน

คาดว่าการขยายสู่ตลาด B2B จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ของ ADMI จากการเข้าถึงเซกเมนต์ที่มีความมั่นคงสูง อาทิ คลินิกระดับพรีเมียมในประเทศ กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourist) ตลอดจนผู้ใช้บริการศักยภาพใหม่ อาทิ กลุ่ม LGBTQIA+ คนรุ่นใหม่ ซึ่งล้วนเป็นฐานตลาดที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้ ADMI ก้าวสู่การเป็นผู้เล่นรายสำคัญในอุตสาหกรรมความงามยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง

นายซึงวอน แพค CEO, KM Pharmaceutical Co., Ltd. กล่าวว่า ตลาดความงามของประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพและน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การร่วมมือกับ ADMI ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานและก้าวสู่การเป็น Regional Training Center นั้น จะเป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านมาตรฐานการฝึกอบรมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเข้ากับเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง

เป็นจุดแข็งของ KM Pharmaceutical เพื่อมอบทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดให้กับผู้บริโภคชาวไทยได้มากยิ่งขึ้น และการยกระดับ ADMI สู่ศูนย์ฝึกอบรมเวชศาสตร์ความงามระดับเอเชีย และการเปิดตัวกลุ่มธุรกิจใหม่ครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเวชศาสตร์ความงามอย่างครบวงจร ตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็น Hub of T-Beauty Destination ที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...