นิด้าโพลชี้ศึกเลือกตั้งรอบใหม่ “บ้านใหญ่–อำนาจรัฐ” ปะทะ “กระแส” เกมสูสีใครแผ่วก่อนแพ้ทันที
นิด้าโพลชี้ศึกเลือกตั้งรอบใหม่ “บ้านใหญ่–อำนาจรัฐ” ปะทะ “กระแส” เกมสูสีใครแผ่วก่อนแพ้ทันที พร้อมจับตา 25% กลุ่มแยกบัตร–แยกพรรค ตัวแปรโหดเปลี่ยนเกมทั้งกระดานในคืนเดียว
เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2568 ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง The Room 44 ถึงการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ที่มีเรื่องบ้านใหญ่ กระสุน อำนาจรัฐ - กระแส ทำให้ 2 ขั้วสู้กันแรง – แต่ครั้งนี้ดูไม่มีขั้ว เป็นเรื่องบ้านใหญ่ กระสุน อำนาจรัฐ ปะทะกับกระแสเพียว ๆ ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า ใช่ อันนี้เป็นเรื่องของกระแส กระแสที่ไม่เท่ากัน เป็นเรื่องของเรือ ที่มีกระแสเพียว ๆ มีทรัพยากรไม่เยอะ กับเรือที่มีทั้งกระแสและทรัพยากร กำลังแข่งกัน ขึ้นอยู่กับว่ากระแสที่ได้มาจะสามารถดันให้เรือเข้าเส้นชัยเป็น “ที่หนึ่ง” ได้หรือเปล่า แต่ถ้ากระแสที่มาเกิดมัน “แผ่ว” ตอนหลัง อีกฝั่งทรัพยากรใช้อย่างเต็มที่ รีบช่วยกันพายเรือเต็มที่ก็ อาจจะเข้าฝั่งก่อนก็ได้ใครจะไปรู้ ไม่เรือส้มก็เรือน้ำเงิน ต้องมีสักลำถึงฝั่งก่อนกัน และแน่นอน เราไม่สามารถบอก ณ วันนี้ได้หรอกว่ายังไม่เลือกสีส้มเข้าฝั่งก่อน…บอกวันนี้ไม่ได้ บอกว่าน้ำเงินเหนือกว่า…ก็บอกไม่ได้เช่นเดียวกัน แต่เอาเป็นว่าทั้ง 2 ฝั่งล้วนมี “กลยุทธ์” ของตัวเองทั้งสิ้น เช่น สีน้ำเงิน รู้ตัวดีว่ายังไงกระแสก็สู้สีส้มไม่ได้ จริงไหม จริง ๆ สีน้ำเงินเขาเป็นพรรคที่รู้ตัวเองดีทุกอย่าง ไวต่อกระแส ขึ้นอยู่กับว่าหลังรู้ตัวเองว่าสู้กระแสไม่ได้แล้วจะทำอย่างไรต่อไปดี ทีนี้สีแดงครั้งก่อนเห็นภาพแล้วสู้กระแสไม่ได้ ซ้ำยังพลาดท่าในเขตอีกต่างหาก ที่สำคัญคือเรือหลาย ๆ ลำไปพลาดท่าสีส้มในเขตเมือง เขตใหญ่ ๆ ทำอย่างไร เขาบอกถ้าอย่างนั้นต้อง “เจาะฐานส้ม” ในเขตเลือกตั้งต่างๆ ถ้าตามเขตเลือกตั้งทั้งหลายในเขตเมืองใหญ่ ๆ ทั้งหลาย ถ้าส้มหลุดเยอะ ไม่สามารถเข้าสู่สภาได้ สีน้ำเงินจะมีโอกาสเป็นที่หนึ่งทันที
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ตั๋วนายกฯมาแล้ว แต่ตั๋วพรรคต้องมาด้วย ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า เขาไม่อยากเก็บตก เขาอยากขึ้นเป็นที่หนึ่งเลย ผมเชื่อว่า ถ้าผมคิดอย่างนี้ได้ ผู้นำจิตวิญญาณเขาที่นั่งเล่นอยู่แถวสนามฟุตบอลก็เข้าใจเหมือนกัน น่าจะคิดเป็นเหมือนกัน “คงจะรู้ว่าควรถอยตรงไหน ควรเดินหน้าตรงไหน”
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ผลโพลหลายภูมิภาคโหวตเตอร์ ไม่ศรัทธานักการเมือง มี 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ ตรงนี้จะเป็นตัวชี้วัดได้หรือไม่ ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า กลุ่มนี้ถามถูกต้อง คำถามคือจะไปไหน? บางคนบอกผมว่า กลุ่มนี้ถ้าอยากเลือก “ส้ม” ก็เลือกไปแล้ว บางคนบอกไม่ ถึงเวลาไปก็จะไปอยู่ 2 สี คือ “สีส้มกับสีฟ้า” เพราะเป็นกลุ่มที่มองโลกในแง่ดี ด้วยความหวัง เลยอยากได้พรรคที่ดูดี เช่น สีฟ้า สีส้ม บางคนมองอีกมุมเลย กลุ่มนี้เดี๋ยวรอเงินมาก่อน เดี๋ยวก็รู้เองว่าไปที่ไหน รอทรัพยากรมาก่อนแล้วแต่คอมเม้นท์กันไปถามผม ผมตอบไม่ได้จริง ๆ ว่าไปไหน ด้วยความเคารพ แต่ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า “ไม่เทไปที่สีใดสีหนึ่ง มันจะกระจายไป และการกระจายนี้ ไม่สามารถบอกได้ว่าจะกระจายอย่างไร มันต้องดู “ใกล้ ๆ เลือกตั้ง” ว่าเมื่อถึงเวลาใกล้เลือกตั้งแล้ว สีไหนจะมี “ทีเด็ดมากกว่า” กันที่จะไปดึงกลุ่มนี้มาให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ของแบบนี้มันอยู่ที่ปัจจัยหรือเรียกว่ามีกลยุทธ์ของแต่ละพรรคในช่วงใกล้เลือกตั้งอีก ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า เห็นตัวเองอ่อนในกลุ่มไหน ก็ไปหาคะแนนเพิ่มเติมจากกลุ่มนั้นเหล่านี้เป็นต้น ต่างคนก็ต้องไปหา “ยุทธศาสตร์” มาจากการ – ขึ้นอยู่ว่ากลุ่มไหน พรรคไหน สีไหน จะมีความสามารถในการดึงเอาคะแนนเหล่านั้นมาอยู่กับตัวเองได้ – อันนี้คือการชิงกระแส แต่ในเชิงเขตพื้นที่อีกแบบหนึ่งเท่าที่ทำมามีคนไทยประมาณ 60% บัตร 2 ใบ จะเลือกพรรคเดียวกัน มีอยู่อีกประมาณ 25% บอกว่าจะเลือกแตกต่างกัน มีอีกประมาณ 15% บอกไม่แน่ใจเอาเป็นว่า ประมาณ 60% บัตร 2 ใบ เลือกพรรคเดียวกัน แต่ที่น่าสนใจคือตรง 25% มันชัดเจนบัตร 2 ใบ “แยกพรรคกับคน” แปลว่า เป็นไปได้ว่าวันนี้คนที่หนุนสีส้มแบบปาร์ตี้ลิสต์ แต่เขตขอเลือกอีกคนแล้วกัน เพราะเขาเคยมีบุญคุณต่อครอบครัว อยู่ที่ 25% นี้ ที่เลือกบัตร 2 ใบต่างพรรคกัน ชอบพรรค แล้วก็ชอบอีกคน คนนี้ชอบมัน แต่อยู่ผิดพรรค แต่คงต้องเลือก เพราะทำประโยชน์ให้กับชุมชน แต่พรรคขอเลือกอีกพรรคแล้วกัน จะมีกระจายกันไป และเป็นทุกพรรคเลย ที่โดน อาจจะมีคน ชอบสีฟ้า เลือกพรรคสีฟ้า – แต่ผู้สมัครสีฟ้าไม่ค่อยชอบหน้าเท่าไร ไปชอบหน้าผู้สมัครสีน้ำเงิน ก็ไปเลือกสีน้ำเงินแทน ชอบผู้สมัครสีส้มในเขตเมืองนี้ แต่ไม่ค่อยชอบพรรคสีส้มเท่าไหร่ – ขอไปเลือกพรรคสีฟ้า
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มองว่า 25% เป็นตัวเปลี่ยนเกมได้เหมือนกัน ด้าน ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่าใช่ 25% มันเปลี่ยนเลย - คำถามที่ว่าบัตร 2 ใบออกจากแยกพรรคกัน มันเป็นบัตรในเชิงกระแสเท่าไหร่ บัตรในเชิงปาร์ตี้เท่าไหร่ อันนี้ผมไม่ได้ถามว่า พรรคการเมืองที่คุณสนับสนุน ณ ปัจจุบัน กับบัตร 2 ใบ คุณเบี่ยงเบนไปในบัตรไหนมากกว่ากัน …ไม่ได้ถาม แต่เอาเป็นว่ามันก็มีผลทีเดียว สำหรับคนกลุ่มนี้ 25% ในขณะเดียวกัน ส่วนที่เหลือเดี๋ยวรอดูต่อไป ว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไรว่าสนใจอย่างไร เพราะผมเชื่อว่า ณ ปัจจุบัน พรรคที่คะแนนหล่น คือสีแดงแน่ๆ สีส้ม ไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิมแล้ว คะแนนร่วงลงพอสมควรสีที่ขึ้นมาอย่างเป็นน้ำเป็นเนื้อ คือสีน้ำเงิน และสีที่กำลังเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ คือสีฟ้าส่วนสีที่ไม่มีแรงลมช่วย แต่น่ากลัว เพราะทรัพยากรเยอะ บารมีเยอะบ้านใหญ่เยอะ คอนเนคชั่นเยอะ คือสีเขียว ส่วนที่เหลือ ไม่อยากใช้คำว่าตัวประกอบ เป็นผู้เล่นที่วิ่งตามมาทีหลัง
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เรื่องโหวตไม่เลือกใคร ไม่น่าจะเกิดขึ้นใช่ไหมเวลาเลือกจริง ๆ ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า เวลาเลือกจริง ๆ ทุกคนถึงเวลาเขาก็ตัดสินใจ คนที่ไม่ตัดสินใจตอนนี้ เขาอาจจะยังรอ พรรคการเมืองใหม่ๆ หรือผู้สมัครใหม่ๆ หรือคนใหม่ๆ ที่คิดว่าเหมาะสม แต่ท้ายที่สุดแล้ว - ใกล้วันเลือกตั้ง หรือเมื่อถึงเวลาไปสักระยะหนึ่งแล้ว มันไม่เหลืออะไรให้เขาเลือกแล้วเท่าที่เห็นอยู่บนหน้ากระดาน เขาก็ตัดสินใจเลือกไปสักพรรหนึ่ง สักคนหนึ่ง มันไม่มีทางเลือก