โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดผลวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิตของ นัท ณัฐวุฒิ

News In Thailand

เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 06.24 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เปิดผลวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิตของ นัท ณัฐวุฒิ

การเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิดของ นัท - ณัฐวุฒิ ปงลังกา นักข่าวและผู้ประกาศข่าวช่อง 8 วัยเพียง 35 ปี สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง ทั้งต่อครอบครัว ผู้ร่วมงาน และผู้ติดตามข่าวจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อพบว่าเขาเพิ่งทำหน้าที่อ่านข่าวในรายการ PhuttaTalk ร่วมกับ ไอซ์ สารวัตร และ พุทธ อภิวรรณ ก่อนจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านใน จ.นนทบุรี และเสียชีวิตขณะหลับ

เหตุการณ์นี้ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า เหตุใดคนหนุ่มที่ดูแข็งแรงจึงเสียชีวิตขณะหลับได้อย่างกะทันหัน

เพจCardioClinic WP ของ นพ.วิพัชร พันธวิมล อายุรแพทย์โรคหัวใจ สาขาสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ อธิบายว่า การเสียชีวิตเฉียบพลันในคนอายุน้อยที่ดูสุขภาพดี และ หลับแล้วไม่ตื่น มักเกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะร้ายแรงเฉียบพลัน โดยเฉพาะ

Ventricular Arrhythmia - หัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรง

ภาวะนี้ทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้ ส่งผลให้เลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง และทำให้เสียชีวิตภายในเวลาไม่กี่วินาทีถึงนาที

แพทย์ย้ำว่า ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งลี้ลับหรือไสยศาสตร์ เป็นเหตุทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นได้จริง แม้การตรวจสุขภาพประจำปีจะปกติทั้งหมดก็ตาม

ในช่วงหลับ ระบบประสาทอัตโนมัติเปลี่ยนโหมด การเต้นของหัวใจช้าลง ทำให้ความผิดปกติทางไฟฟ้าหัวใจบางประเภทเกิดขึ้นได้ง่าย โดยมีภาวะที่เรียกว่า

SUNDS - Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome

หรือ การเสียชีวิตกะทันหันตอนหลับโดยไม่พบโรคหัวใจชัดเจน

มักเกิดในคนหนุ่มที่ดูแข็งแรง แต่มีโรคหัวใจแฝงระดับเซลล์หรือระดับสัญญาณไฟฟ้า

ทำไมคนแข็งแรงจึงมีความเสี่ยง?

แพทย์ให้เหตุผลสำคัญหลายประการ ได้แก่

-โรคหัวใจจากความผิดปกติของสัญญาณไฟฟ้าหัวใจที่ตรวจทั่วไปไม่พบ

เช่น Brugada Syndrome, Long QT Syndrome ซึ่งมักแสดงอาการขณะหลับ

-ภาวะพักผ่อนน้อย ความเครียดสะสม และทำงานหนัก

กระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ

-ความผิดปกติของเกลือแร่ในร่างกาย เช่น โพแทสเซียม–แมกนีเซียมต่ำ

ซึ่งตรวจเจอได้ยากหากไม่เจาะเลือดเฉพาะทาง

-โรคหัวใจแฝงไม่แสดงอาการ

เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจจากกรรมพันธุ์

แม้ภาวะนี้หลายครั้งไม่มีอาการ แต่ควรระวังอาการดังต่อไปนี้

-ใจสั่น หรือรู้สึกเหมือนหัวใจสะดุด

-หน้ามืด วูบง่าย

-เจ็บแน่นหน้าอก

-เหนื่อยกว่าปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ

-หายใจลำบาก

-เป็นลมโดยไม่รู้สาเหตุ

หากพบอาการเหล่านี้แม้เพียงครั้งเดียว ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทาง Electrophysiologist (หมอไฟฟ้าหัวใจ)

หากมีผู้พบเห็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงทันที

-ทำ CPR ภายใน 2-3 นาที เพิ่มโอกาสรอดได้มากกว่า 50%

-ใช้เครื่อง AED ช่วยช็อกหัวใจให้กลับมาทำงาน

ในกรณีของนัท ไม่มีผู้พบเห็นขณะเกิดเหตุ จึงไม่สามารถช่วยได้ตามขั้นตอนฉุกเฉิน

แม้ยังไม่มีวิธีป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดโอกาสเกิดเหตุได้ด้วยการ:

-ตรวจสุขภาพหัวใจแบบเฉพาะทาง

เช่น EKG, Echocardiogram, Holter Monitoring 24–48 ชม.

-พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียดเรื้อรัง

-ลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง เครื่องดื่มชูกำลัง และแอลกอฮอล์

-ดูแลสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอ

-หากครอบครัวมีประวัติเสียชีวิตกะทันหัน

ควรเข้ารับการตรวจหัวใจเชิงลึก เพราะหลายโรคถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์

เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงสามารถเกิดได้ในคนทุกวัย แม้ดูแข็งแรงและตรวจสุขภาพปกติ

สิ่งที่สังคมควรตระหนักคือ

-ใส่ใจสัญญาณผิดปกติของหัวใจ

-ส่งเสริมการตรวจหัวใจเฉพาะทางเมื่อจำเป็น

-เพิ่มการติดตั้งเครื่อง AED ในสถานที่สาธารณะ

-เรียนรู้การทำ CPR ที่ถูกต้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...