โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชายแดนสระแก้วเครียด ! กัมพูชายิงอาวุธหนัก โจมตีพลเรือนไทยไหม้เสียหาย

อีจัน

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 11.54 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 04.54 น. • อีจัน

ชายแดนสระแก้วตึงเครียด ! กัมพูชาโจมตีเป้าหมายพลเรือน ระเบิดตกใส่บ้านเรือนประชาชนไทย ไฟไหม้เสียหาย

วันนี้ (22 ธ.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พื้นที่จังหวัดสระแก้ว ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาได้เกิดการปะทะตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องระหว่างกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย โดยมีเสียงอาวุธหนักดังเป็นระยะ สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดน

โดยเมื่อเวลาประมาณ 07.20 น. มีรายงานว่า ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธหนักยิงข้ามแดนเข้ามายังฝั่งประเทศไทย กระสุนบางส่วนตกลงในพื้นที่ชุมชน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพิกัดใหม่ที่ไม่ไกลจาก บ้านหนองหญ้าแก้ว ลักษณะเป็นการยิงกระสุนแบบไม่เจาะจงเป้าหมาย ส่งผลให้บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย และเกิดเพลิงไหม้ขึ้น

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ บ้านดอนหลุม ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งถูกกระสุนปืนตกใส่จนเกิดไฟลุกไหม้ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างหนัก โชคดีที่ขณะเกิดเหตุไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ได้อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงไปก่อนหน้านี้แล้ว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าควบคุมพื้นที่ พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งย้ำเตือนประชาชนที่ยังอยู่ใกล้แนวชายแดนให้งดเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด

สถานการณ์ชายแดนด้านจังหวัดสระแก้วยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลของประชาชนต่อความไม่สงบที่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยหน่วยงานความมั่นคงยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...