ดึงกระแส “เพื่อไทย”
ตามดูความเคลื่อนไหวของ "นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" หรือ "อาจารย์เชน" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย (พท. ) ต้องยอมรับว่า มีความมุ่งมั่น และ ตั้งใจเข้ามาทำงานการเมืองอย่างเต็มที่ แม้ในช่วงวันหยุดสำคัญ ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ยังเดินสายหาเสียง อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นเพราะกระแสความนิยมของพรรค พท. อยู่ในช่วงขาลง หลังล้มเหลวในการเข้ามาเป็นแกนนำรัฐบาล ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ "นายเศรษฐา ทวีสิน" ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ต่อเนื่องมาจนถึง "น.ส.แพทองธาร ชินวัตร" โดยเฉพาะคนหลังต้องมาจบด้วยคลิปเสียงสนทนาระหว่าง "คุณอิ๊งค์" กับ "สมเด็จฮุน เซน" ประธานวุฒิสภากัมพูชา
หลังศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) มีมติให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ เพราะขาดคุณสมบัติ ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยให้เหตุผลว่า พฤติกรรมในคลิปเสียง เป็นประโยชน์ต่อกัมพูชามากกว่าคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นเหตุให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาและเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ตำแหน่งนายกฯ คำนึงถึงผลประโยชน์คะแนนนิยมส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ เมื่อนายกฯ พ้นตำแหน่ง ส่งผลให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะไปด้วย ตามรัฐธรรมนูญ (รธน.) 2560 มาตรา 167 (1) และนำมาสู่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา
นำมาสู่ วิกฤติศรัทธา กับพรรค พท. จากนั้นคะแนนนิยมก็รูดลงมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง "นายทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ยังต้องกลับเข้าไปเรือนจำ เนื่องจากกระบวนการบังคับโทษ ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ มีปัญหา เท่ากับว่า มีปัญหารุมเร้า อดีตพรรคแกนนำรัฐบาล จนหลายคนคาดหมายว่า ในการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.69 พรรค พท.จะกลาย เป็นพรรคต่ำร้อย คาดหมายจะได้สส. เป็นลำดับ 3 ดังนั้นจึงอาจเป็นผลให้ “นายยศชนัน” ต้องการพิสูจน์ตนเอง หวังดึงศรัทธาพรรคต้นสังกัดให้กลับมา นอกจากนี้ในการชี้แจงและตอบคำถามสื่อ แคนดิเดต พท.ยังทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ไม่ประหม่าไม่กังวล แม้จะลงเล่นการเมืองเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต แต่ถ้าย้อนดูประวัติการศึกษา ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา จบปริญญาโทด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จบปริญญาเอกด้านคลื่นสมอง ทำดุษฎีนิพนธ์เรื่องการใช้สัญญาณสมองมาช่วยเหลือผู้พิการ และในสมัยที่เป็นอาจารย์ที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชา Biomedical Engineering วิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
ขณะที่ “นายยศชนัน” ให้ความเห็นถึงนโยบายเรื่อง ความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ในระยะสั้นต้องดูแลประชาชน ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ และให้กำลังใจทหารที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ หากพรรค พท.มีโอกาสเป็นรัฐบาล เราให้ความสำคัญกับอธิปไตยมาเป็นอันดับแรก สนับสนุนให้มีกำลังพลที่เข้มแข็ง ส่วนบริเวณชายแดน ต้องดูแลด้วยการทูตและการทหารควบคู่กัน ทั้งต้องสื่อสาร ให้ประชาคมโลก รับทราบว่า สิ่งที่ประเทศไทยได้ดำเนินการนั้น เป็นสิ่งถูกต้อง ตามกฎบัตรสหประชาชาติ รวมถึงสันติภาพและสิทธิมนุษยชน ส่วนเรื่องของการลดกำลังพล ต้องประเมินเรื่องภัยคุกคาม การจัดสรรงบประมาณและกำลังพล ให้สอดคล้องกับภัยคุกคาม เพราะมีภัยคุกคามทั้ง รูปแบบดิจิทัล และ ไซเบอร์ ซึ่งจะมีการเสริมเรื่องโดรน และการแพทย์ทหาร โดยไม่จำเป็นต้องลดงบด้านความมั่นคง ส่วนการเกณฑ์ทหาร ต้องทำให้ถูกสัดส่วน ซึ่งในภาวะที่ประเทศไทยถูกคุกคาม กองกำลังมีความจำเป็น ต้องช่วยประเทศ และต้องมีการประเมินร่วมกับผู้นำเหล่าทัพ
ด้วยภาพลักษณ์ และความรู้ความสามารถของ “นายยศชนัน” อาจ ช่วยกู้ศรัทธา พรรค พท. แม้จะไม่ถึงกับการได้เป็นแกนนำรัฐบาล แต่การได้เสียงไม่ห่างจาก พรรคอันดับ 1 และ2 อาจเพิ่มอำนาจต่อรองทางการเมืองให้กับ พรรคต้นสังกัด กลายเป็นตัวแปรสำคัญ ที่พรรคแกนนำรัฐบาลขาดไม่ได้ ต้องดึงมาร่วมงานในฐานะพรรคร่วมแกนนำรัฐบาล
ส่วนหนึ่งใน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.)“นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ซึ่งสร้างผลงานในฐานะ รมว.การต่างประเทศ ได้ออกมากล่าวถึงการดำเนินนโยบายต่างประเทศว่า ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งสถานการณ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ปัญหาในภูมิภาค และความผันผวนของสถานการณ์โลก ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน กระทรวงการต่างประเทศได้ขับเคลื่อน การทูตเชิงรุก อย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ รักษาเสถียรภาพ สันติภาพ และดูแลประชาชนอย่างรอบด้านในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพื้นที่การพูดคุย เพื่อลดความตึงเครียด การส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศต่างๆ การนำโอกาสทางเศรษฐกิจจากต่างประเทศกลับมาสู่ไทย การดูแลและคุ้มครอง คนไทยในต่างแดน
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงการต่างประเทศตระหนักว่า ทุกการเจรจา ทุกความร่วมมือ และทุกการตัดสินใจ ต้องมุ่งให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ต่อชีวิตของประชาชน เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคง เศรษฐกิจเดินหน้า และที่สำคัญที่สุดเสริมสร้างศักดิ์ศรี ปกป้องอธิปไตย และส่งเสริม สถานะความเชื่อมั่น ของประเทศไทยในเวทีโลก ในปี 2569 กระทรวงการต่างประเทศ จะยังเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศ ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้การทูตเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส เชื่อมโยงประเทศไทยกับโลกอย่างสมดุล สร้างความร่วมมือ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับการสนับสนุนจากชาวไทยทุกท่าน เพื่อร่วมกันพาประเทศก้าวหน้า และ สร้างอนาคตที่มั่นคงไปด้วยกัน
ถ้าหากพรรค ภท.ได้กลับมาเป็น แกนนำรัฐบาล เชื่อว่า "นายสีหศักดิ์" ได้รับการวางตัวให้ทำหน้าที่เป็นรมว.การต่างประเทศ เพื่อมาสานต่อภารกิจสำคัญ โดยเฉพาะ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
ด้าน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า ด้วยปรากฏคลิปภาพและข้อความ เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่า กกต. มีมติเห็นชอบ และอนุมัติงบประมาณ จำนวน 40,000 ล้านบาท เพื่อดำเนิน โครงการ "คนละครึ่งพลัส เฟส 2" เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปีใหม่ ขอชี้แจงว่า ข้อความหรือคลิปภาพดังกล่าว ไม่เป็นความจริง กกต.ไม่เคยมีมติเกี่ยวกับโครงการ "คนละครึ่งพลัส เฟส 2" และ ครม.ไม่ได้ส่งเรื่องมาให้ กกต. พิจารณาแต่อย่างใด ดังนั้น ข่าวที่อ้างว่า "กกต. เห็นชอบโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2" จึงเป็นข้อมูลเท็จ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าผู้ใดที่จัดทำ หรือเผยแพร่ข่าวปลอม ดังกล่าว และจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป จึงขอความร่วมมือ ประชาชนอย่าหลงเชื่อ ข้อความหรือแชร์คลิปที่ไม่ได้เป็นความจริง
นั่นหมายความว่า การหาเสียงเลือกตั้ง ครั้งนี้ ยังมีการใช้วิชามารเข้ามาเกี่ยวข้อง คงเป็นหน้าที่ของ กกต. ต้องแสดงศักยภาพกับ การนำคนใช้วิธีสกปรกมาลงโทษให้ได้
ทีมข่าวการเมือง