โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศปถ. สรุปอุบัติเหตุ 3 วันช่วงปีใหม่ เสียชีวิตแล้ว 145 ราย ‘กทม.-ภูเก็ต’ สูญเสียมากที่สุด สั่งเข้ม‘ด่านชุมชน’สกัดพฤติกรรมเสี่ยง เน้นกวดขันขับซิ่ง

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

ศปถ. สรุปอุบัติเหตุ 3 วันช่วงปีใหม่ เสียชีวิตแล้ว 145 ราย ‘กทม.-ภูเก็ต’ สูญเสียมากที่สุด สั่งเข้ม‘ด่านชุมชน’สกัดพฤติกรรมเสี่ยง เน้นกวดขันขับซิ่ง

2 มกราคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 2ม.ค.69 ซึ่งเป็นวันที่3ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 326 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 317 คน ผู้เสียชีวิต 54 ราย

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 40.18 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 29.45 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ76.92 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 78.22 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.81 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ29.75ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 00.01 -03.00 น. ร้อยละ 25.15 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 22.91 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (16 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (18 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (7 ราย)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วัน (30 ธ.ค. 68 - 1 ม.ค. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 769 คน ผู้เสียชีวิตรวม 145 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (34 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (38 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (12 ราย)

ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในวันนี้ (2 ม.ค.) ยังเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง ในพื้นที่ยังคงมีการเดินทางระหว่างอำเภอและจังหวัดค่อนข้างมาก ขอให้ประชาชนขับรถด้วยความไม่ประมาท เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า ไม่เบรกกะทันหัน คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่ สำหรับประชาชนบางส่วนได้เริ่มวางแผนเดินทางกลับกรุงเทพมหานค และกลับไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ ล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่นโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เดินทางในสายอีสานและสายเหนือ

ศปถ. จึงได้เน้นย้ำจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมวางแผนเตรียมพร้อมรองรับการเดินทางกลับและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในเส้นทางต่าง ๆ ทั้งในส่วนของรถโดยสารสาธารณะให้เพียงพอ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณรถกว่า 700,000 คันทั้งรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคลที่ยังคงอยู่ในพื้นที่และทยอยเดินทางกลับในช่วง 1-2 วันข้างหน้านี้ ทั้งนี้ ได้เน้นการตั้งจุดตรวจ จุดบริการ การเตรียมเปิดช่องทางแยกและเปิดช่องทางพิเศษ และการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 รสขม พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบมาตรการความปลอดภัยต่างๆ และเพิ่มความระมัดด้วยความระมัดระวัง ใช้อุปกรณ์นิรภัยทั้งการคาดเข็มจัดนิรภัยและการสวมหมวกกันน็อค เว้นระยะระหว่างรถคันหน้า ในส่วนของการคุมเข้มถนนทางหลวงและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดให้กวดขันการใช้ความเร็วและการง่วงหลับใน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ด้านนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะประธานการประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 วันที่ 2ม.ค.69 เปิดเผยว่า ในช่วงระยะนี้ที่จะมีประชาชนบางส่วนเริ่มเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างๆ ซึ่งคาดว่าปริมาณรถจะหนานแน่นที่สุดในวันที่ 4ม.ค.69 ศปถ. จึงประสานสั่งการจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มความเข้มข้นเรื่องการตั้งจุดตรวจในพื้นที่ต่างๆ และให้ท้องถิ่น ท้องที่ ดูแลเรื่องด่านชุมชนอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดพฤติกรรมเสี่ยง เมาแล้วขับ พร้อมตั้งจุดบริการในจุดที่เหมาะสมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับในและการชนท้าย สำหรับในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติ จากข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติของเมื่อวานมีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติเกิดอุบัติเหตุทางถนน ได้กำชับพื้นที่ให้เน้นการตรวจใบอนุญาตขับขี่ การกวดขันวินัยจราจร การขับรถเร็วเกินกำหนด ดื่มไม่ขับ การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ รวมถึงการตรวจสอบสัญญาณไฟและป้ายจราจร และที่สำคัญ คือการสร้างความตระหนักรู้ด้านการจราจรช่วงเทศกาลทั้งผู้ขับขี่และเดินเท้าทั้งขาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อให้การเริ่มต้นปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความสุขและความปลอดภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...