โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมื่อลูกโตเป็นผู้ใหญ่ แต่พ่อแม่ยังต้องให้เงินช่วยเหลือ ถ้าอยากเริ่มสอน "การเงิน" ต้องคุยอย่างไร

Thairath Money

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 10.31 น.
ภาพไฮไลต์

พ่อแม่มักอยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และยังเป็นห่วงเสมอแม้ลูกจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว โดยเฉพาะเรื่อง “เงิน” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต แต่การให้ไปตลอดอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก

เข้าวัยผู้ใหญ่ พ่อแม่ยังซัพพอร์ตเรื่องเงิน

ในประเทศไทยยังมีพ่อแม่หลายคนที่พร้อมเปย์ให้ลูกเสมอ แต่ที่สหรัฐฯ ก็มีเรื่องทำนองนี้เหมือนกัน การศึกษาของ Savings.com พบว่า ในสหรัฐฯ พ่อแม่เกือบครึ่งหนึ่งยังสนับสนุนการเงินให้ลูกแม้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ของใช้ในแต่ละเดือน (83%) บิลค่าโทรศัพท์มือถือ (65%) ไปจนถึงค่าท่องเที่ยว (46%)

ถ้าถามว่า เปย์ให้ลูกเท่าไร? จากข้อมูลยังพบว่า ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 1,474 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือน (ประมาณ 54,000 บาท) ถือว่าพุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี

แน่นอนว่าเหล่าพ่อแม่ มักจะวางแผนไว้อยู่แล้วว่าจะช่วยเหลือลูกที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วได้แค่ไหน แต่แผนที่วางไว้ก็เริ่มสั่นคลอนเมื่อมี “อารมณ์” เข้ามาเกี่ยวข้อง จนบางครั้งก็หลุดออกจากแผนที่วางไว้

ช่วย (การเงิน) ลูกแต่พอดีต้องเริ่มที่…

ข้อมูลที่น่าสนใจคือ เหล่าพ่อแม่ในสหรัฐฯ แม้จะช่วยเหลือลูกเรื่องเงินเสมอ แต่กว่า 77% สนับสนุนการเงินลูกพร้อมเงื่อนไขที่ชัดเจน

ด้าน Marcus Holzberg นักวางแผนการเงิน Holzberg Wealth Management แนะนำว่า เมื่อจะช่วยเหลือลูกเรื่องเงิน พ่อแม่ และลูกควรทำความเข้าใจให้ตรงกันว่าจะช่วยสนับสนุนทางการเงินแบบไหน ให้ตรงกับที่ลูกต้องการ และมีขอบเขตตามที่พ่อแม่คิดไว้ เช่น

- ขอให้ช่วยออกค่าเช่าคอนโดมิเนียม : ช่วยออกเงินได้ แต่ควรตั้งขอบเขตให้ชัดเจน เช่น กำหนดระยะเวลาในการช่วย หรืออาจให้ลักษณะกู้ยืมและมีเงื่อนไขการคืน

- ไม่อยากเช่าแล้ว แต่ขอย้ายกลับมาอยู่ด้วย : แม้พ่อแม่จะพร้อมอ้าแขนรับลูกกลับบ้านเสมอ แต่บางครั้งอาจต้องตั้งเงื่อนไขก่อน เช่น ให้ช่วยออกค่าใช้จ่ายในบ้านบางส่วน

การช่วยเหลือลูกในวัยผู้ใหญ่ แม้จะสบายใจที่พ่อแม่ แต่ถ้าดูแลกันไปยาวๆ อาจจะไม่ไหว ดังนั้นพ่อแม่ควรเริ่มสอนเรื่องเงินให้ลูกเริ่มใช้ชีวิตด้วยตนเองและพร้อมรับมือกับปัญหาอื่นๆ ที่อาจเข้ามา

ปลูกฝังเรื่องเงินให้ลูกวันนี้ สบายวันหน้า

พ่อแม่ย่อมสบายใจเมื่อลูกสามารถดูแลตัวเองได้ การเงินก็เช่นกัน ดังนั้น มี 4 เรื่องที่พ่อแม่สามารถสอนพื้นฐานการเงินลูกได้ตั้งแต่วัยเด็ก ได้แก่

สอนให้ลูกออมเงิน : คอยสอนลูกเสมอว่า มีเงินเท่าไรให้แบ่งออมไว้ในอนาคต อย่าใช้จนหมดในทันที เช่น วัยอนุบาลอาจเริ่มหยอดกระปุก เมื่อโตขึ้นอาจพาไปเปิดบัญชีเงินฝากที่ธนาคาร เป็นต้น

สอนให้ลูกใช้เงินเป็น : ทำให้ลูกเข้าใจคุณค่าของเงินทุกบาท อาจเริ่มที่คุยถึงเป้าหมายและความต้องการก่อนซื้อของ คิดให้รอบคอบเสมอก่อนใช้จ่าย และพ่อแม่ย่อมเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด เช่น จะซื้อของสักชิ้น สอนลูกตั้งแต่การเปรียบเทียบราคา คุณภาพ ก่อนซื้อของเสมอ

สอนให้ลูกหาเงินเก่ง : เด็ก ๆ ควรเข้าใจว่าเงินที่ใช้อยู่มาจากไหน พ่อแม่อาจเล่าให้ฟังจากประสบการณ์ของตนเองว่า ทำงานอะไร หรือถ้าอยากจะหาเงินเพิ่ม เราสามารถทำอะไรได้บ้าง หรืออาจจะเล่าถึงอาชีพต่างๆ ให้ลูกเข้าใจว่าการสร้างรายได้มีหลายรูปแบบอยู่ที่อยากทำอย่างไร

สอนให้ลูกต่อเงินให้งอกเงย : เมื่อในวัยเด็กลูกของเรารู้จักการหาเงิน ใช้เงิน และออมเงินแล้ว พอพวกเขาโตขึ้น พ่อแม่ควรปลูกฝังการลงทุนเพื่อต่อยอดเงิน

สุดท้ายนี้ เรื่องความรู้การเงินไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกโตก่อนจึงจะสอนได้ พ่อแม่สามารถเริ่มได้เลยตั้งแต่วันนี้ และ Thairath Money เชื่อว่าการปลูกฝังดังกล่าวจะช่วยลดความกังวลของพ่อแม่เมื่อลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเขาจะสามารถยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ 32.31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา :Savings, CNBC, Krungsri, WISE

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMone

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมื่อลูกโตเป็นผู้ใหญ่ แต่พ่อแม่ยังต้องให้เงินช่วยเหลือ ถ้าอยากเริ่มสอน "การเงิน" ต้องคุยอย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...