โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

BOJ ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 0.75% สูงสุดรอบ 30 ปี ท่ามกลางเศรษฐกิจเปราะบาง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 03.55 น.

BOJ ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 0.75% สูงสุดรอบ 30 ปี หลังเงินเฟ้ออยู่เหนือเป้าหมาย 2% ต่อเนื่องเกือบ 4 ปี สะท้อนความพยายามเดินหน้านโยบายการเงินสู่ภาวะปกติ แม้เศรษฐกิจเปราะบาง

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 10.26 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 0.75% ในการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นับเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี หรือตั้งแต่ปี 2538 และเป็นไปตามที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ สะท้อนการเดินหน้าปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติอย่างต่อเนื่อง หลังญี่ปุ่นเผชิญเงินเฟ้อสูงกว่ากรอบเป้าหมายมาเกือบ 4 ปี

การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ Policy Normalization ที่ญี่ปุ่นเริ่มต้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หลัง BOJ ยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2559 โดยผู้กำหนดนโยบายย้ำมาโดยตลอดว่า เป้าหมายสำคัญคือการสร้างวงจรเชิงบวกระหว่างการปรับขึ้นค่าจ้างและระดับราคาสินค้า เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของBOJ ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 44 โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤศจิกายนขยายตัว 2.9% อย่างไรก็ดี เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงได้กดดันกำลังซื้อของครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากค่าจ้างที่แท้จริง (real wages) ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 ตามข้อมูลจากกระทรวงแรงงานญี่ปุ่น

แม้การขึ้นดอกเบี้ยจะมีเป้าหมายควบคุมเงินเฟ้อ แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง โดยตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ซึ่งมีการปรับทบทวนล่าสุด ระบุว่าเศรษฐกิจหดตัว 0.6% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และหดตัวถึง 2.3% ในรูป annualized ซึ่งแย่กว่าประมาณการเบื้องต้น

นอกจากนี้การปรับขึ้นดอกเบี้ยยังเกิดขึ้นในช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้น และซ้ำเติมภาระการคลังของประเทศ ซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงที่สุดในโลกที่เกือบ 230% ตามข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

ด้านค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าเคลื่อนไหวในกรอบ 154–157 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และอ่อนค่าลงกว่า 2.5% นับตั้งแต่นางซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนนโยบายการเงินผ่อนคลาย เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์จาก Oxford Economics ประเมินว่า หลังการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ BOJ มีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงกลางปี 2569 เพื่อดันอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับปลายทาง (terminal rate) ที่ราว 1% ซึ่งเป็นระดับที่สมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดีคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการ BOJ เคยระบุว่าการประเมินอัตราดอกเบี้ยปลายทางยังทำได้ยาก โดย BOJ ประเมินกรอบกว้างไว้ที่ 1–2.5%

Oxford Economics เตือนว่าการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจสร้างแรงเสียดทานทางนโยบายกับรัฐบาล หากเงินเฟ้อชะลอลงสู่ระดับใกล้ 2% ได้อย่างราบรื่นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เนื่องจากนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิเคยคัดค้านการขึ้นดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวในช่วงหาเสียง แม้ภายหลังจะส่งสัญญาณผ่อนคลายจุดยืนลง

ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลยอมรับการขึ้นดอกเบี้ยในรอบนี้ คือการอ่อนค่าของเงินเยนและแรงกดดันด้านค่าครองชีพ ซึ่งกลายเป็นประเด็นเร่งด่วนทางนโยบาย โดยในเดือนพฤศจิกายน รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินรวม 21.3 ล้านล้านเยน หรือราว 1.355 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...