SINO ปรับพอร์ตรับมือค่าระวางเรือผันผวน รุกหนักธุรกิจ Air Freight-คลังสินค้าโซนบางนา
SINO เผยค่าระวางเรือ Q4/68 มีแนวโน้มย่อตัวจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และสงครามราคา ดันสัดส่วนรายได้บริการ Air Freight และ Logistics Support พุ่งแตะ 7.5% ในช่วง 9 เดือนแรก กางแผนขยายคลังสินค้าเพิ่ม 10,000 ตร.ม. พร้อมเร่งดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันยกระดับการจัดการ
18 ธันวาคม 2568– นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SINO ระบุว่า สถานการณ์ค่าระวางเรือขนส่งสินค้าในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมาของปี 2568 ประสบภาวะผันผวนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอก อาทิ มาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานในอุตสาหกรรม รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 4/2568 คาดการณ์ว่าค่าระวางเรือมีทิศทางปรับตัวลดลง เนื่องจากอุปสงค์ในตลาดโลกเริ่มชะลอตัว ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาของผู้ให้บริการเพื่อรักษาฐานส่วนแบ่งการตลาด ส่งผลให้บริษัทต้องเร่งปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภายในเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
รุกตลาด Air Freight หลังควบรวม A.S. Logistics
จากแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว ส่งผลให้ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยรายได้จากธุรกิจ Air Freight และ Logistics Support Services ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 7.5% เมื่อเทียบกับ 4.0% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการรับรู้รายได้เต็มปีภายหลังการเข้าถือหุ้น 100% ในบริษัท เอ.เอ. โลจิสติคส์ จำกัด (A.S. Logistics) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเป็นตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight Forwarder) โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการขยายโครงข่ายเส้นทางบริการให้ครอบคลุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั่วโลก เพื่อรองรับกลุ่มสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการจัดส่ง
ขยายโครงข่ายคลังสินค้าโซนบางนา-ตราด
ด้านบริการสนับสนุนโลจิสติกส์ บริษัทเตรียมขยายพื้นที่จัดเก็บสินค้าเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรในการจัดตั้งคลังสินค้าใหม่ 2 แห่งในโซนบางนา-ตราด พื้นที่รวมกว่า 10,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น:
- คลังสินค้าปลอดอากร (Free Zone Warehouse): พื้นที่ประมาณ 5,000 ตารางเมตร เพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ลูกค้าผู้นำเข้า-ส่งออก
- คลังสินค้าทั่วไป (General Warehouse): พื้นที่ประมาณ 5,000 ตารางเมตร
การขยายตัวเข้าสู่ทำเลบางนา-ตราด ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงจากเดิมที่เน้นหนักในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง เนื่องจากเป็นทำเลอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเช่าพื้นที่สูงและมีความต้องการต่อเนื่อง
ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล VOYA
ในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน SINO ได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันภายใต้ชื่อ "VOYA" มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 โดยประกอบด้วย 2 แกนหลัก คือ:
- ระบบ Freight Cloud System: เพื่อใช้ในการติดตามสถานะการขนส่งแบบเรียลไทม์ และเพิ่มความแม่นยำในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
- ระบบ SAP S4/HANA: การนำระบบ ERP มาตรฐานสากลมาใช้บริหารจัดการด้านบัญชีและการเงิน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ (Transparency & Auditability)
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีนี้ คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลจิสติกส์ที่มีความซับซ้อนสูงขึ้นในปัจจุบัน