โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SINO ปรับพอร์ตรับมือค่าระวางเรือผันผวน รุกหนักธุรกิจ Air Freight-คลังสินค้าโซนบางนา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ธ.ค. 2568 เวลา 15.49 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2568 เวลา 08.49 น.

SINO เผยค่าระวางเรือ Q4/68 มีแนวโน้มย่อตัวจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และสงครามราคา ดันสัดส่วนรายได้บริการ Air Freight และ Logistics Support พุ่งแตะ 7.5% ในช่วง 9 เดือนแรก กางแผนขยายคลังสินค้าเพิ่ม 10,000 ตร.ม. พร้อมเร่งดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันยกระดับการจัดการ

18 ธันวาคม 2568– นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SINO ระบุว่า สถานการณ์ค่าระวางเรือขนส่งสินค้าในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมาของปี 2568 ประสบภาวะผันผวนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอก อาทิ มาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานในอุตสาหกรรม รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค

สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 4/2568 คาดการณ์ว่าค่าระวางเรือมีทิศทางปรับตัวลดลง เนื่องจากอุปสงค์ในตลาดโลกเริ่มชะลอตัว ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาของผู้ให้บริการเพื่อรักษาฐานส่วนแบ่งการตลาด ส่งผลให้บริษัทต้องเร่งปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภายในเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร

รุกตลาด Air Freight หลังควบรวม A.S. Logistics

จากแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว ส่งผลให้ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยรายได้จากธุรกิจ Air Freight และ Logistics Support Services ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 7.5% เมื่อเทียบกับ 4.0% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการรับรู้รายได้เต็มปีภายหลังการเข้าถือหุ้น 100% ในบริษัท เอ.เอ. โลจิสติคส์ จำกัด (A.S. Logistics) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเป็นตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight Forwarder) โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการขยายโครงข่ายเส้นทางบริการให้ครอบคลุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั่วโลก เพื่อรองรับกลุ่มสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการจัดส่ง

ขยายโครงข่ายคลังสินค้าโซนบางนา-ตราด

ด้านบริการสนับสนุนโลจิสติกส์ บริษัทเตรียมขยายพื้นที่จัดเก็บสินค้าเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรในการจัดตั้งคลังสินค้าใหม่ 2 แห่งในโซนบางนา-ตราด พื้นที่รวมกว่า 10,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น:

  • คลังสินค้าปลอดอากร (Free Zone Warehouse): พื้นที่ประมาณ 5,000 ตารางเมตร เพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ลูกค้าผู้นำเข้า-ส่งออก
  • คลังสินค้าทั่วไป (General Warehouse): พื้นที่ประมาณ 5,000 ตารางเมตร

การขยายตัวเข้าสู่ทำเลบางนา-ตราด ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงจากเดิมที่เน้นหนักในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง เนื่องจากเป็นทำเลอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเช่าพื้นที่สูงและมีความต้องการต่อเนื่อง

ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล VOYA

ในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน SINO ได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันภายใต้ชื่อ "VOYA" มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 โดยประกอบด้วย 2 แกนหลัก คือ:

  • ระบบ Freight Cloud System: เพื่อใช้ในการติดตามสถานะการขนส่งแบบเรียลไทม์ และเพิ่มความแม่นยำในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
    • ระบบ SAP S4/HANA: การนำระบบ ERP มาตรฐานสากลมาใช้บริหารจัดการด้านบัญชีและการเงิน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ (Transparency & Auditability)

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีนี้ คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลจิสติกส์ที่มีความซับซ้อนสูงขึ้นในปัจจุบัน

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...