โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ลูกเป็นออทิสติก : สังเกตสัญญาณเริ่มต้น (Early Signs) ได้อย่างไร

Mood of the Motherhood

อัพเดต 21 พ.ย. 2568 เวลา 01.58 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2568 เวลา 01.57 น. • Features

ทุกช่วงวัยของลูกเต็มไปด้วยพัฒนาการที่น่าตื่นเต้น คุณพ่อคุณแม่มักคอยเฝ้ามองทุกก้าวของลูกด้วยความสุขเมื่อได้เห็นลูกเติบโตอย่างแข็งแรงและมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามช่วงวัย แต่ถ้าพบว่า เมื่อถึงวัยหนึ่ง ลูกมีพฤติกรรมแตกต่างจากเด็กวัยเดียวกันคนอื่น เช่น ไม่สบตา ไม่ตอบสนองหรือหันมาหาเวลาเรียกชื่อ ย่อมทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความกังวลว่าพัฒนาการของลูกอาจไม่เป็นไปตามวัยได้หนึ่งในความกังวลของคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับพัฒนาการของลูกก็คือ Autism Spectrum Disorder (ASD) หรือภาวะออทิสติก เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้านการสื่อสาร การเข้าสังคม และพฤติกรรมที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป เมื่อคุณพ่อคุณแม่เริ่มสังเกตเห็นว่าลูกมีพฤติกรรมบางอย่างไม่เหมือนเด็กคนอื่น จึงเริ่มสงสัยว่า ลูกเป็นออทิสติก หรือเปล่า เพราะในเด็กบางคนอาจมีอาการจากภาวะออทิสติกเพียงเล็กน้อยจนต้องใช้การสังเกตอย่างใกล้ชิดวงการแพทย์ทั่วโลกเห็นพ้องกันว่า ยิ่งคุณพ่อคุณแม่รู้ว่า ลูกเป็นออทิสติก ได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสช่วยให้ลูกพัฒนาได้เร็วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้น ดังนั้น การสังเกตสัญญาณเตือนระยะแรก หรือ Early Signs ของเด็กออทิสติกจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจและอยู่เคียงข้างลูกอย่างถูกวิธีได้เร็วที่สุด1. สัญญาณตามช่วงอายุที่ควรสังเกต

เมื่อพูดถึงลักษณะของเด็กออทิสติก หลายคนอาจนึกถึงภาพของเด็กที่ไม่สบตา ไม่พูด หรือชอบอยู่คนเดียว แต่ในความเป็นจริง ภาวะออทิสติกมีความหลากหลายและซับซ้อนกว่านั้นมาก เด็กแต่ละคนอาจแสดงอาการแตกต่างกันออกไป บางคนมีสัญญาณเพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ขณะที่บางคนอาจมีพฤติกรรมที่ชัดเจนกว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถลองสังเกตพัฒนาการของลูกตามช่วงวัยได้ดังนี้• อายุ 6 เดือน: ไม่สบตา ไม่ยิ้มตอบ• อายุ 9 เดือน: ไม่หันตามเสียงเรียกชื่อ• อายุ 12 เดือน: ไม่ชี้ ไม่ส่งเสียงตอบ หรือไม่ใช้ท่าทางสื่อสาร• อายุ 16 เดือน: ยังไม่พูดคำที่มีความหมาย• อายุ 24 เดือน: ยังไม่พูดเป็นวลีสองคำ หรือพูดซ้ำโดยไม่เข้าใจความหมายหากคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าลูกมีพฤติกรรมเหล่านี้หลายข้อ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก เพื่อประเมินอย่างละเอียดและรับคำแนะนำในการส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมกับลูกต่อไป2. สัญญาณด้านการสื่อสารและภาษา

เด็กออทิสติกมักมีวิธีสื่อสารที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป บางคนอาจเริ่มพูดช้ากว่าเพื่อน หรือพูดได้แต่ไม่ได้ใช้คำพูดเพื่อสื่อสารกับคนอื่น เช่น พูดคำเดิมซ้ำๆ หรือเลียนแบบคำพูดจากการ์ตูนโดยไม่เข้าใจความหมาย บางครั้งก็ใช้ท่าทางแทนคำพูด เช่น จูงมือผู้ใหญ่ไปหยิบของแทนที่จะชี้ หรือหลีกเลี่ยงการสบตาเวลาเจรจา3. สัญญาณด้านสังคมและอารมณ์

ในช่วงวัยที่เด็กเริ่มสนใจโลกรอบตัว ปฏิกิริยาธรรมชาติอย่างการยิ้มตอบ หรือหัวเราะเมื่อมีคนเล่นด้วย อาจไม่ปรากฏกับลูกเหมือนเด็กทั่วไป บางครั้งลูกอาจไม่สนใจเวลามีคนชวนเล่น ไม่ยิ้มตอบเมื่อถูกอุ้ม หรือไม่ได้แสดงอาการคิดถึงเมื่อคุณพ่อคุณแม่กลับบ้าน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าลูกไม่รักหรือไม่ผูกพัน เพียงแต่ลูกมีวิธีรับรู้และแสดงอารมณ์ที่แตกต่างไป ลูกยังรับรู้ความรัก ความอบอุ่นเหมือนเด็กทั่วไป เพียงแต่ยังไม่รู้วิธีส่งต่อให้คนอื่นเข้าใจ4. สัญญาณด้านพฤติกรรมและการเล่น

เด็กออทิสติกมักมีรูปแบบการเล่นที่แตกต่าง เช่น เล่นของเล่นเฉพาะตัว เล่นหมุนล้อรถแทนการเล่นขับรถ ชอบเรียงของเล่นเป็นแถว และชอบทำพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น โยกตัว หมุนตัว หรือสะบัดมือเวลาตื่นเต้น หมกมุ่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจจะเป็นตัวเลข ตัวอักษร หรือเสียงบางอย่าง และไม่ชอบการเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน เช่น เปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน หรือเปลี่ยนการจัดเก็บสิ่งของภายในห้อง5. สัญญาณด้านการตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว

เด็กบางคนอาจไวต่อสิ่งรอบตัวมาก เช่น ปิดหูเมื่อได้ยินเสียงดัง ร้องไห้เมื่อเจอแสงจ้า หรือไม่ชอบสัมผัสเนื้อผ้าบางชนิด ในขณะที่บางคนกลับไม่ตอบสนองต่อสิ่งที่ควรทำให้เจ็บหรือรำคาญ เช่น ล้มแรงแต่ไม่ร้อง หรือไม่หันเวลาเรียกชื่อ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าลูกผิดปกติ แต่เป็นสัญญาณว่าระบบการรับรู้ของลูก (Sensory Processing) ทำงานแตกต่างไปจากเด็กทั่วไปอ่านบทความ: ภาวะออทิสติกเทียม : และ 3 สาเหตุที่อาจทำให้ลูกกลายเป็นเด็กขาดการกระตุ้นอ้างอิงneurosciences.ucsd.eduautismspeaks

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...