นายกฯ สั่ง กห.-กต.ระงับปฏิบัติการตามถ้อยแถลง เพิ่มมาตรการชายแดน ดูแลปชช.
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นในผืนแผ่นดินไทย พร้อมแจ้งที่ประชุม ครม. ถึงผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ช่วงเช้าที่ผ่านมา
โดยที่ประชุม สมช. มีมติให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศ “ระงับการดำเนินการตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Declaration)” ที่ได้ลงนามไว้ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ อย่างไม่มีกำหนด จนกว่าสถานการณ์ความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจะคลี่คลายลง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมเพิ่มมาตรการทางทหารอย่างเข้มงวด เพื่อพิทักษ์รักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการทักท้วงทางการทูต และสร้างความเข้าใจกับนานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศผู้สังเกตการณ์ ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเร่งให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด เพื่อเตรียมพร้อมหากเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิด รวมทั้งให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดซักซ้อมแผนรองรับกรณีเหตุฉุกเฉิน โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในที่ประชุม ครม. นายกฯ มีข้อสั่งการ ถึงเหตุการณ์ที่ทหารของไทยประสบอุบัติเหตุจากการเหยียบกับระเบิดเมื่อวานนี้( 10 พ.ย.) โดยได้สั่งการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ยุติการดำเนินการตามปฏิญญาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้ก่อน โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ยื่นประท้วงประเทศกัมพูชาแล้ว หากไม่มีการชี้แจงหรือแสดงท่าทีใด ๆ ไทยจะพิจารณายกเลิกปฏิญญาต่อไป หากจำเป็นต้องมีมาตรการทางทหาร ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมดำเนินการได้ตามสมควร แล้วรายงานให้ทราบต่อไป นอกจากนี้ ยังขอให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องทบทวนมาตรการต่าง ๆ ที่เป็นการดำเนินการเกี่ยวกับประเทศกัมพูชา เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะเสนอ ครม. เกี่ยวกับการปรับปรุงมาตรการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวต่อไป
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ขอให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข เตรียมการซักซ้อมมาตรการอำนวยความสะดวก กรณีมีเหตุจำเป็นสำหรับประชาชน ทั้ง 7 จังหวัดที่มีชายแดนติดต่อกับกัมพูชา และเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ ดูแลโรงพยาบาลต่าง ๆ ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดโดยเฉพาะการปกป้องโรงพยาบาลและการอพยพผู้ป่วยหรือเตรียมแผนการรองรับสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น รวมถึงโรงเรียนและชุมชน หมู่บ้านที่มีความเสี่ยงสูงด้วย
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานจากนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ช่วง 2 - 3 วันนี้ เป็นช่วง ที่ต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการระบายน้ำจากเขื่อนหลัก ๆ อย่างเขื่อนภูมิพล ซึ่งการระบายน้ำนี้ อาจจะทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลลงมายังภาคกลางและกรุงเทพฯ มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นการบริหารจัดการน้ำอาจจำเป็นต้องผันน้ำออกทาง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนที่อาศัยบริเวณโดยรอบ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สทนช. กรมชลประทานและทางจังหวัด ประสานงานกัน ช่วยแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการผันน้ำให้รับทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจน เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวและขนย้ายข้าวของ รวมทั้งเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากการดำเนินการดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
พร้อมมอบหมายให้นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าทีม ร่วมกับร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ดูแลเรื่องการช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว และให้แบ่งหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่กันให้ชัดเจน
นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งชี้แจงสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว เกี่ยวกับข้อห้ามและสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง พร้อมกำชับให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์อย่างเร่งด่วน